วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วางแผนระยะยาว ข้อมูลต้องแน่น

เมื่อไล่ข้อมูลย้อนหลัง พบกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 เรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย

 พ.ศ. 2558 ความว่า ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ส่วนลมระดับบนได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกพัดปกคลุม ประกอบกับประเทศไทยเริ่มมีฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้

อย่างไรก็ตาม การกระจายของฝนจะไม่สม่ำเสมอ และจะส่งผลให้ปริมาณน้ำอาจไม่เพียงพอสำหรับการเกษตร โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน สำหรับฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนตกต่อไปอีกถึงเดือนธันวาคม ประกอบกับคำทำนายวันพืชมงคล 13 พฤษภาคม 2558 พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้า 4 คืบพยากรณ์ว่า น้ำจะมาก นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่ พระโค กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควรธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ พระโค กินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

การทำนาที่อาศัยคำพยากรณ์บ้าง ประกาศของทางราชการบ้าง ซึ่งดูแล้วน่าจะสอดคล้องไปในทำนองเดียวกัน ผสมผสานความเชื่อและความหวังที่จะทำมาหากินเลี้ยงชีพด้วยเกษตรกรรมทำนาเหมือนเช่นเดิมๆ ชาวนาจึงลงมือทำนาไปตามขั้นตอน กระทั่งมาถึงเดือนปลายเดือนพฤษภาคม ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 พบมีปริมาณน้ำรวมกัน 34,180 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 49% ของความจุอ่างขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด ไล่ดูแต่ละจังหวัด แต่ละภาคที่มีเขื่อน ปรากฏว่าปริมาณน้ำน้อยที่สุดอยู่ที่ 11% ของความจุอ่าง สูงสุดที่ 53%

ต่อมา วันที่ 23 มิถุนายน 2558 กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร คาดการณ์สภาพภูมิอากาศว่า ปริมาณฝนในเดือนกรกฎาคมจะมีไม่มาก และไม่สม่ำเสมอ คาดว่าฝนจะเริ่มตกชุกเดือนสิงหาคม และกันยายน 2558 โดยปริมาณฝนทั้งหมดถึงสิ้นฤดูจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 7-10% ประกอบกับมีปริมาณน้ำต้นทุนเหลือเพียง 1,067 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ใช้น้ำวันละ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะทำให้มีน้ำใช้ได้ถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2558 เท่านั้น ซึ่งยังไม่ถึงช่วงที่ฝนตกชุกตามที่ได้คาดการณ์ไว้ เรียกว่า ปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญได้ส่งผลแก่เกษตรกร และคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด นำไปสู่มาตรการประหยัดน้ำ เริ่มจากการขอร้อง และนำไปสู่การเฝ้าระวังไม่ให้เกษตรกรสูบน้ำเข้านา ตั้งแต่ 16 ก.ค. 2558 ก่อให้เกิดความตึงเครียดกันทั่วหน้า แต่ที่สุดแล้วได้เริ่มระบายน้ำให้ชาวนาบางพื้นที่ที่ข้าวตั้งท้อง มีโอกาสเก็บเกี่ยวพืชผลได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำหนดให้การบริหารจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ วางแผนให้ประเทศไทยไม่ขาดน้ำถึงปี 2569 ถือเป็นแผนระยะยาวที่ต้องดำเนินการ เพื่อไม่ให้วิกฤติน้ำหมุนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางปีน้ำมากไป บางปีกลับน้ำน้อยเกิน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีเขื่อนมากมายไว้กักเก็บ หรือทยอยปล่อยน้ำไปใช้อุปโภคบริโภค หากนำข้อมูลทั้งหลายมาเชื่อมโยง และผ่านการกลั่นกรองไปใช้เพื่อจัดการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ คงบรรเทาปัญหาระยะยาวลงได้พอสมควร