ณ วันนี้ ระบบตลาดเสรีเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ยกเว้นในเกาหลีเหนือ
ในระบบตลาดเสรีที่ชาวโลกใช้กันอยู่ หนี้เป็นหนึ่งในกลไกที่เอื้อให้ตลาดทำงานดีขึ้น และมีกฎหมายที่ยินยอมให้ลูกหนี้ตกเป็นผู้ล้มละลาย โดยไม่ต้องชำระหนี้ ในบางกรณีลูกหนี้อาจหนีไปซ่อน เช่น คนไทยที่ไปอยู่ในสหรัฐและเป็นหนี้บัตรเครดิตสูงมากจนชำระไม่ไหว แล้วหนีกลับมาตั้งตัวใหม่ในบ้านเกิด ในทั้งสองกรณี เจ้าหนี้อาจหักหนี้ที่สูญไปออกจากรายได้ที่จะต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาล การหักภาษีเช่นนั้นมีค่าเท่ากับการให้สังคมโดยทั่วไปจ่ายหนี้แทนส่วนลูกหนี้อาจไม่ต้องจ่ายเงินโดยตรง แต่อาจต้องจ่ายในรูปของความรู้สึกนึกคิด นอกจากเขาจะมีจิตใจไม่ต่างกับโจร หรือไม่ก็อาจเป็นในรูปของการรังเกียจของสังคม ฉะนั้น การพูดกันว่าเมื่อเป็นหนี้ล้นพ้นตัวอาจนำหลักปฏิบัติจำพวก “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” มาใช้นั้น จึงเป็นการมองในมุมแคบๆ
ดังเป็นที่ทราบกันดี ไม่เฉพาะบุคคลเท่านั้นที่กู้หนี้ยืมสิน รัฐบาลของประเทศโดยทั่วไปก็ใช้วิธีกู้หนี้ยืมสินเช่นกัน ในกรณีของรัฐบาล การตกเป็นผู้ล้มละลาย หรือหนีไปซ่อนย่อมทำไม่ได้ การจ่ายคืนส่วนใหญ่จึงมักต้องทำโดยตรง กรีซเป็นกรณีที่พาดหัวข่าวรายวันในช่วงนี้ อย่างไรก็ดี ยังมีกรณีอื่นคล้ายกรีซที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ ในกรณีของกรีซ แม้ตอนนี้จะมีข้อตกลงกับสหภาพยุโรปแล้วว่า กรีซจะได้รับเงินสดอีกก้อนหนึ่งทันทีจะที่เอื้อให้ธนาคารเปิดทำการได้ แต่เรื่องของกรีซยังไม่จบง่ายนัก หากจะดำเนินต่อไปและชาวกรีซจะต้องจ่ายหนี้จำนวนมหาศาลที่รัฐบาลก่อนๆ ก่อขึ้น ชาวต่างชาติอาจต้องจ่ายบ้างแต่คงไม่มาก
อนึ่ง คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ต้นตอของปัญหามาจากรัฐบาลก่อนๆ ของกรีซ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ใช้เงินเกินพอดีกับฐานภาษีของประเทศ ชาวกรีซพอใจกับการใช้จ่ายในแนวประชานิยมแบบเลวร้ายนั้น เพราะดูเหมือนรัฐบาลนำของเปล่ามาหยิบยื่นให้ รัฐบาลจึงอยู่ได้หลายสมัยติดต่อกัน ตามปกติ สมาชิกของผู้ใช้เงินสกุลยูโรจะใช้จ่ายจนงบประมาณขาดดุลเกิน 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไม่ได้ แต่รัฐบาลกรีซละเมิดกฎนั้น โดยการตกแต่งบัญชีซึ่งมีสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ชื่อโกลด์แมนแซคซ์ให้คำแนะนำ การกระทำเช่นนั้นอาจปกปิดความจริงได้ในช่วงสั้นๆ โดยไม่มีอะไรร้ายแรงปะทุออกมา แต่ถ้าทำต่อไป วันใช้กรรมย่อมมาถึงในวันหนึ่งแน่นอน
สำหรับชาวกรีซ วันใช้กรรมมาถึงเมื่อรัฐบาลไม่สามารถชำระหนี้ได้ ส่งผลให้ต้องไปขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ องค์กรเหล่านั้นสั่งให้รัฐบาลกรีซลดการใช้จ่ายผ่านการลดคนงานและสวัสดิการสังคมลง พร้อมกับขึ้นภาษี มาตรการเหล่านั้นมีผลทำให้เศรษฐกิจของกรีซถดถอยร้ายแรง ชาวกรีซจำนวนมากต้องตกงานและรัดเข็มขัดกันอย่างทั่วถึง นั่นเป็นการชำระหนี้ของชาวกรีซ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ต่อไปชาวกรีซจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจรวมทั้งการขายทรัพย์สมบัติให้แก่ชาวต่างชาติด้วย (ในขณะที่เขียนบทความนี้มีรายงานว่ามหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟตต์ จะซื้อเกาะงามๆ ของกรีซ นอกจากนั้น รัฐบาลอาจขายท่าเรือและรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ในแนวเดียวกับไทยขาย ปตท.)
ไม่เฉพาะชาวกรีซเท่านั้นที่จะต้องจ่ายในรูปต่างๆ ดังกล่าว ชาวต่างชาติอาจต้องจ่ายให้ส่วนหนึ่งด้วย จะจ่ายเท่าไรขึ้นอยู่การต่อรองที่จะเกิดขึ้นต่อไปในเวลาอันสั้น รัฐบาลกรีซต้องการให้เจ้าหนี้ลดหนี้ให้อย่างน้อย 30% แต่รัฐบาลของเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ไม่ยินยอม ผลสุดท้ายอาจมีการปรับโครงสร้างหนี้ โดยการยืดเวลาชำระออกไปเป็นหลายสิบปี เจ้าหนี้จะต้องจ่ายในรูปของเงินที่ควรจะได้แต่ไม่ได้ ส่วนจะเป็นเท่าไรขึ้นอยู่กับข้อตกลงในการต่อรอง
มีสิ่งหนึ่งซึ่งน่าสังเกตในช่วงนี้คือ ชาวอเมริกันชั้นแนวหน้าต่างพากันออกมากดดันให้รัฐบาลเยอรมันยอมทำตามความต้องการของรัฐบาลกรีซ ในจำนวนนี้มีทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เจคอบ ลูว์ อดีตประธานธนาคารกลาง เบน เบอร์นันเก และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นรางวัลโนเบล พอล ครูกแมน พวกเขาอ้างว่าเยอรมนีมีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุด จึงควรช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น อย่างไรก็ดี มีนักวิจารณ์มองกันว่า ที่ชาวอเมริกันออกมากดดันเช่นนั้น เพราะรัฐบาลและชาวอเมริกันมิได้เป็นเจ้าหนี้ของกรีซ ส่งผลให้พวกตนไม่ต้องเสียสละอะไรเลย นักวิจารณ์เหล่านั้นมักหยิบยกกรณีของเปอร์โตริโกขึ้นมาเปรียนเทียบ
ในขณะนี้ เปอร์โตริโกเป็นหนี้สินท่วมท้นจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ไม่ต่างกับกรีซ แต่เจ้าของหนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน ฉะนั้น คนสำคัญๆ ของรัฐบาลอเมริกัน จึงออกมากดดันให้ชาวเปอร์โตริกันรัดเข็มขัดมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ไม่เสนอให้ความช่วยเหลือหรือให้สถาบันการเงินลดนี้เป็นการทดแทน เมื่อเทียบกันแล้ว เปอร์โตริโกตกที่นั่งลำบากกว่ากรีซมาก เนื่องจากมีคนจนในสัดส่วนสูงกว่า และไม่สามารถพิมพ์ธนบัตรของตนเองได้ เพราะยังมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของสหรัฐ ส่วนกรีซนั้นเมื่อเข้าตาจนจริงๆ อาจเลิกใช้เงินสกุลยูโรและพิมพ์เงินดรักม่าออกมาใช้แทน การกระทำเช่นนั้นจะมีค่าเท่ากับการลดค่าเงินซึ่งจะมีผลดีต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว
ชาวต่างชาติและชาวไทยหลายต่อหลายคนโวยวายว่า สหรัฐใช้สองมาตรฐานในการแก้ปัญหาหนี้สิน แต่การยึดสองมาตรฐานแบบนี้ มีตลอดมาถ้าเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา การร้องโวยวายจะไม่เกิดผลดีตามที่ต้องการ ฉะนั้น ทางที่ดีกว่าคืออย่ากู้หนี้ยืมสินมาก หากไม่ถึงกับจะอดตาย หรือไม่แน่ใจเต็มร้อยว่าจะได้ผลตอบแทนเกินคุ้มค่า อย่าทำตามคำแนะนำของคนรักชาติที่อ้าปากเมื่อไร ก็มักเห็นลิ้นไก่ว่ามีน้ำลายสอเมื่อนั้น






