ผมเอาตารางนี้มาให้ดูเพื่อจะได้เห็นภาพว่าเพื่อนบ้านเรา กำลังเตรียมสร้างทางรถไฟใหม่ๆ
เหมือนกับที่ไทยเรากำลังดำเนินการอยู่
หนังสือพิมพ์ Japan News ในเครือโยมิอุริ ชิมบุนของญี่ปุ่นวิเคราะห์น่าสนใจว่าการที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนก่อสร้างทางรถไฟในเมืองใหญ่ๆ อย่างคึกคัก (รวมถึงประเทศไทย) เป็นโอกาสใหม่ๆ สำหรับธุรกิจญี่ปุ่นอย่างยิ่ง
ญี่ปุ่นกับจีนกำลังแย่งกันเข้ามามีบทบาททั้งในรูปของการลงทุน ให้กู้ และให้บริษัทก่อสร้างของตนเข้ามาแสวงหาโอกาสที่เปิดขึ้นใหม่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จีนมาในรูปของการให้เงินช่วยเหลือและส่งทีมก่อสร้างมาร่วม อีกทั้งยังยืนยันว่ามาตรฐานของทางรถไฟ ทั้งความเร็วปานกลางและความเร็วสูงของจีนไม่แพ้ใคร
ญี่ปุ่นออกข่าวในทำนองว่าประสบการณ์ การสร้างรถไฟความเร็วสูงที่เรียก “ซินกันเซน” นั้นของเขานำหน้ากว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว ความปลอดภัยและความตรงต่อเวลา
จีนอ้างค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า สร้างได้เร็วกว่า และประสบการณ์สร้างทางรถไฟในประเทศจีนเอง ที่ยาวเหยียดกว่าของประเทศไหนๆ มาเป็นเครื่องรับประกันคุณภาพ
เรื่องเทคโนโลยีด้านนี้ญี่ปุ่นมาก่อน แต่จีนก็ไล่หลังมาอย่างรวดเร็ว ถึงวันนี้ปักกิ่งยืนยันว่าไม่แพ้โตเกียวเรื่องการใช้เทคโนโลยี ในการสร้างระบบขนส่งมวลชนแน่นอน
ทั้งจีนและญี่ปุ่นพยายามเสนอเงื่อนไข ที่สามารถดึงดูดความสนใจของรัฐบาลในอาเซียน ท้ายที่สุดการเมืองก็อาจจะกลายเป็นปัจจัยตัวตัดสินว่าใครจะคบกับใคร
เวียดนามกับฟิลิปปินส์ไม่เอากับจีนแน่ เพราะมีกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ กัมพูชากับลาวใกล้ชิดจีนมากกว่าญี่ปุ่น ขณะที่พม่าเคยใกล้กับจีน แต่วันนี้ก็พยายามจะดึงญี่ปุ่นเข้ามาถ่วงดุลแห่งอำนาจด้วย สิงคโปร์และอินโดฯ เล่นเกมถ่วงดุลจีนและญี่ปุ่นได้พอสมควร
“พี่ไทย” เราจึงต้องทำงานอย่างมีระบบมากขึ้นในการเดินตามแนวการทูตที่ชาญฉลาด ต้องเก็บข้อมูลและหาข่าวกรองอย่างถี่ยิบ ขยันวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการคบกับทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดียและรัสเซียกับสหภาพยุโรป
เราต้องมองภาพใหญ่ให้เป็น และย่อยภาพเล็กให้เกิดผลทางปฏิบัติต่อเรา หรืออย่างที่ฝรั่งบอกคือ Think Globally, Act Locally
ผมขอเติม Coordinate Regionally คือประสานกับทุกฝ่ายในภูมิภาคนี้อย่างกระตือรือร้น จริงใจและจริงจังด้วย






