พฤหัส ศุกร์ มฤตยู

พฤหัส ศุกร์ มฤตยู

อิทธิพล Grand Cross ที่เริ่มตั้งแต่ 16 มิถุนา ทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนไปไม่น้อย

บรรยากาศที่เคยสงบกลายเป็นร้อนรุ่มดุเดือด สถานการณ์ที่เคยราบรื่นคุมได้ กลายเป็นขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การเปิดบ่อนเสรี กลุ่มดาวดิน กระแสเรียกร้องจากกลุ่มนักศึกษา อาจารย์ การระงับความร่วมมือจากสหรัฐยุโรป การแทรกแซงขององค์กรระหว่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น ภัยแล้งที่กระหน่ำซ้ำเติม ฯลฯ รัฐบาลและ คสช.ที่เคยเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ กลับถูกอิทธิพลดวงดาวกดดัน  จนต้องกลายเป็นฝ่ายตั้งรับไป

Grand Cross ส่งผลถึงสิ้นเดือนกรกฎา กินเวลา 46 วัน ถึงวันนี้ผ่านไปครึ่งทางแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ เพราะครึ่งหลังนี้ อิทธิพลดาวรุนแรงกว่าครึ่งแรกเสียอีก

ครึ่งแรกเป็นผลจากอังคารจร (เมถุน) ที่ทำมุม 90 กับจุดสุริยคราส 20 มีนา (มีน) ราศีมีนคือภพ 12 (วินาศ) ของโลกและดวงเมืองไทย อันเกี่ยวข้องกับสิ่งของเรื่องราวที่ปกปิดซ่อนเร้น เมื่ออังคารเข้าทำมุมสนิท การเปิดบ่อนเสรีก็ถูกจุดเป็นกระแสใหญ่ไปทั่วเมือง รวมถึงการเดินงานของขบวนการใต้ดินที่ต่อต้านรัฐบาล

พร้อมกันนั้น อังคารจรก็ทำมุม 90 กับราหูจร (กันย์) ราศีกันย์คือภพ 6 (อริ) ของโลกและไทย ซึ่งหมายถึงหนี้สิน ไม่น่าแปลกใจที่ข่าวหนี้สินภาคครัวเรือนที่เข้าสู่วิกฤติ และหนี้เสียของธนาคารจะปะทุในช่วงนี้ อังคารทำมุมกับราหูสนิทวันที่ 1 กรกฎา กรีซผิดนัดชำระหนี้ไอเอ็มเอฟ เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก

ครึ่งหลังอันตรายยิ่งกว่า เพราะอังคารจรไม่เพียงทำมุม 90 กับจุดจันทรคราส 4 เมษา แต่ยังทำมุมร้าย 90 และ 180 กับบาปเคราะห์ใหญ่มฤตยู-พลูโตด้วย ความรุนแรงแตกหักที่แท้จริงอยู่ตรงนี้

แต่ช่วงครึ่งหลังของเดือนกรกฎา เกิดปรากฏการณ์ดวงดาวสำคัญ 3 ประการ ซึ่งส่งผลทั้งด้านบวกและลบต่อดวงเมืองไทยและโลก นั่นคือ (1) พฤหัสยกเข้าราศีสิงห์ (2) ศุกร์พักร์ (3) มฤตยูวิกลคติพักร์

พฤหัสยกเข้า (Ingression) ราศีสิงห์วันที่ 14 กรกฎา 58 เวลา 7:53 น. เดินหน้าไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 8 มกรา 2559 จะวิกลคติพักร์ (Stationary-retrograde) ที่ 29 องศา 9 ลิปดา จากนั้นก็ถอยหลัง (เมื่อมองจากโลก) จนถึง 9 พฤษภา ก็จะวิกลคติเสริด (Stationary-direct) ที่ 19 องศา 10 ลิปดา พฤหัสจะเดินหน้าปกติไปจนสุดราศีในวันที่ 11 สิงหา 59

สิงห์เป็นราศีกลางธาตุไฟ (Fixed Fire Sign) ร่วมธาตุกับลัคนาดวงเมืองไทย พฤหัสเมื่อจรราศีนี้ ย่อมสำคัญเป็นพิเศษ พฤหัสยังส่งแสงเป็นเกณฑ์ 5 และ 9 ไปยังพฤหัส-เสาร์เดิมในธนูและลัคนา-อาทิตย์เดิมในเมษ เป็นจังหวะที่ดาวให้คุณมาก หลายคนคาดไว้เช่นนั้น

แต่ในความเป็นจริง พฤหัสสิงห์อาจไม่ดีขนาดนั้น เพราะ (1) ถูกเสาร์เบียนทั้งทางตรงและอ้อม ตรงคือเกณฑ์ 10 จากเสาร์พิจิก อ้อมคือเสาร์ทำมุม 150 เบียนอาทิตย์เดิม ซึ่งเป็นดาวเจ้าราศีสิงห์ที่พฤหัสสถิตอยู่ (2) พฤหัสจะทำมุมร้ายกับบาปเคราะห์หลายดวง เช่น มุม 90 กับเสาร์ มุม 150 กับมฤตยู มุม 180 กับเนปจูน และมุมกุม 0 องศากับราหู การแสดงผลของพฤหัสอาจผิดเพี้ยนไป  ไม่ได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง

ก่อนพฤหัสยก วันที่ 5 กรกฎา เวลา 11:17 น. ศุกร์ยกเข้าราศีสิงห์ ศุกร์เดินหน้าถึง 25 กรกฎา ก็วิกลคติพักร์ (Stationary-retrograde : หยุดนิ่งเพื่อถอยหลัง) ที่ 6 องศา 42 ลิปดา จากนั้นศุกร์ถอยหลังจนกลับเข้ากรกฎวันที่ 13 สิงหา และถอยเรื่อยไปจนถึง 6 กันยา ก็จะวิกลคติเสริด (Stationary-direct: หยุดนิ่งเพื่อเดินหน้า) ที่ 20 องศา 19 ลิปดาราศีกรกฎ จากนั้นศุกร์เดินหน้าปกติและยกเข้าสิงห์อีกครั้ง 1 ตุลา

ศุกร์มีช่วงเวลาถอยหลัง 2 ปี / ครั้ง ครั้งนี้กินเวลา 44 วัน ศุกร์คือดาวการเงิน เศรษฐกิจ ของสวยงาม สินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย ความบันเทิงเริงรมย์ ฯลฯ ศุกร์ยังเป็นดาวเจ้าเรือนภพ 2 ของโลก อันหมายถึงการให้คุณค่า (Sense of Value) แก่สิ่งต่างๆ เมื่อศุกร์พักร์ สิ่งเหล่านี้มีแนวโน้มชะลอตัว เพราะจะถูกทบทวนตีค่ากันใหม่ ถือเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ศุกร์วิกลคติพักร์ในราศีสิงห์ครั้งที่แล้ว 28 กรกฎา - 8 กันยา 2007 ตั้งแต่ 9 องศาราศีสิงห์ - 22 องศา 37 ลิปดาราศีกรกฎ ศุกร์ถอยหลังครั้งนั้น เมื่อรวมกับอิทธิพลดาวอื่น ส่งผลให้หนี้สิน Subprime ในตลาดอสังหาฯ สหรัฐระเบิดออก กลายเป็นวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปีต่อมา 

ที่น่าสนใจคือ ศุกร์ถอยข้ามราศี จากสิงห์กลับกรกฎ จากธาตุไฟสู่ธาตุน้ำ จากภพ 5 กลับภพ 4 จากการริเริ่มสิ่งใหม่สู่การดูแลรักษา นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาถูกต้องสำหรับการลงทุน แต่เป็นช่วงเวลาสำหรับทบทวนไตร่ตรอง-ตรวจสอบสินทรัพย์ที่มีอยู่ ก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ปรากฏการณ์สุดท้ายคือ มฤตยูวิกลคติพักร์วันที่ 26 กรกฎา ที่ 26 องศา 26 ลิปดาราศีมีน (มีอิทธิพล +/- 7 วัน) จากนั้นจะถอยหลังเรื่อยไปจนถึง 26 ธันวา ก็จะวิกลคติเสริด ที่ 22 องศา 29 ลิปดาราศีมีน แล้วจึงเดินหน้าปกติต่อไป มฤตยูจึงยังไม่ได้ยกเข้าราศีเมษ อย่างที่หลายท่านว่ากัน (อันเป็นผลจากการใช้ปฏิทินดาวแบบโบราณที่คลาดเคลื่อนและไม่มีการปรับแก้)

ถ้าสังเกต มฤตยูวิกลคติพักร์ตามหลังศุกร์แค่วันเดียว ซ้ำยังทำมุม 135 แก่กัน ผลกระทบจึงรุนแรงกว่า  โดยเฉพาะกับศุกร์สิงห์ ตลาดเงิน-ตลาดทุนจะผันผวนมากช่วงนี้

มฤตยูวิกลคติพักร์ครั้งนี้มีความสำคัญหลายประการ เพราะ (1) เป็นครั้งสุดท้ายใน Waxing Square Phrase ของมฤตยู-พลูโตในทวิสภาวะราศี คิด-วิเคราะห์-ทบทวนอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนก้าวกระโดดครั้งใหญ่  (2) เป็นส่วนหนึ่งของ Grand Cross 58 ที่ประกอบอังคารเมถุน-ราหูกันย์-พลูโตธนู-มฤตยูมีน มีพลังมากขึ้นไปอีก 

(3) จุดวิกลคติทำมุม 180 กับจันทรคราส 4 เมษา (Orb 6 องศา) กระตุ้นพลังงานของคราสให้ทำงานอีกครั้ง (4) ไม่เพียงทำมุม 90 กับพลูโต ยังทำมุม 45 กับเนปจูน และมุม 135 กับเสาร์ด้วย มีแนวโน้มให้โทษมากกว่าให้คุณ  (5) ที่สำคัญมากคือ จุดวิกลคติทำมุม 90 กับอังคารสนิทพอดี (Partile Square) บ่งชี้ถึงความเครียด ความโกรธ ความขัดแย้ง การแตกหัก การปะทะต่อสู้ อุบัติเหตุ อุบัติภัย ศึกสงคราม เพลิงไฟ ระเบิด ภัยพิบัติธรรมชาติ ฯลฯ

ที่สำคัญที่สุดและส่งผลอย่างมากต่อดวงเมืองไทยคือ (6) มฤตยูวิกลคติพักร์ทับราหูเดิมสนิท ศัตรูลับของบ้านเมืองจะกระทำการณ์ที่คาดไม่ถึง ขณะที่ราหูจรทำมุม 90 กับพฤหัส-เสาร์-มฤตยูเดิม การณ์นั้นจะท้าทายและส่งผลร้ายต่อการเมือง-รัฐบาล (เสาร์) กฎหมาย-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่-สนช.-สปช. (พฤหัส) และความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ (มฤตยู)

ปลายกรกฎาเป็นช่วงเวลาสำคัญมาก เพราะพลังงานของ Grand Cross จะถูกกระตุ้นถึงที่สุด และปลดปล่อยอย่างกะทันหันในทิศทางที่คาดเดาได้ยาก อันสืบเนื่องจากมฤตยูวิกลคติพักร์ เราท่านทั้งหลายจึงควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอย่างที่สุดครับ

 ---------------------------

ชูศักดิ์ จงธนะพิพัฒน์

[email protected]