เมื่อเดือนมีนาคม ในคอลัมน์นี้ได้เขียนเรื่อง “เผ่าพันธุ์นักแต่งตั้ง” อันเนื่องมาจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ออกแบบ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์การปฏิรูปประเทศ
เวลานั้น ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จะเป็นที่อยู่ที่ยืนของ “นักแต่งตั้งอาชีพ” ที่เป็นดอกผลของการรัฐประหาร 2549 และรัฐประหาร 2557
มาถึงวันนี้ “สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็ไปเร็วกว่าที่คาด และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็มาเร็วกว่าที่คิด”
เมื่อคณะรัฐมนตรี มีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สิ้นสุดลงในวันที่โหวตร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ไม่ว่าจะรับหรือไม่รับ ก็ถือว่าจบภารกิจ
บรรดา “นักแต่งอาชีพ” ในคราบสมาชิก สปช. ก็ออกโรงแสดง “ละครหน้าม่าน” กันสนุกสนานราวออกอาการตายประชดป่าช้า
สปช.บางรายให้สัมภาษณ์รายวัน เสนอ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ อันจะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และชาวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ต่ออีก 2 ปี โดยอัตโนมัติ
สปช.บางราย ก็สาวไส้เพื่อน สปช.ด้วยกันว่า ชอบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ และชอบเชลียร์ “นายทหารใหญ่” โดยหวังจะได้รับการแต่งตั้งมาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ
ขนาดคนที่คุ้นกับ “นักแต่งอาชีพ” หลายอย่าง สุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ก็ยังอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ จึงได้แสดงความเห็นออกมาตรงๆว่า การเล่นเกมตีรวน ออกมาสาวไส้กันเอง ยิ่งสะท้อนวุฒิภาวะของ สปช.
“ผมยอมรับว่า ความคาดหวังต่อการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ยากยิ่งขึ้นและดูเหมือนห่างไกลจากเป้าหมายมากทุกขณะ”
พฤติกรรม สปช.จำนวนหนึ่งในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้ทำให้ประชาชนสิ้นหวัง สิ้นศรัทธาเหมือนดังคำพูดของ “สุริยะใส”
ชั่วโมงนี้ ประชาชนอาจเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ลดอายุ สปช.ให้จบลงในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้เท่านั้น
“ที่ผ่านมา มันสับสนอลหม่าน เพราะ สปช.มาจากหลายพวก จะเห็นว่ามีทุกสีอยู่ในนั้น ไม่ใช่พวกผม แต่ผมคิดว่า พวกเขาจะมาช่วยเดินหน้าประเทศ โดยให้เลือกมาทุกสีทุกจังหวัด”
นั่นเป็นการระบายความรู้สึกของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีต่อ สปช. 250 คน และที่มาของการคาดคะเนว่า คสช.คงจะใช้การพิจารณาพฤติกรรมของ สปช. เพื่อคัดกรองมาเป็นสภาขับเคลื่อนฯ ในวันข้างหน้า
กล่าวอย่างถึงที่สุด นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง และการแต่งตั้ง ก็มีพฤติกรรมไม่แตกต่างกันมากนักหรอก
ใช่ว่า “นักเลือกตั้ง” จะเป็นคนเลวไปเสียทั้งหมด ทำนองเดียวกันก็ใช่ว่า “นักแต่งตั้ง” จะเป็นคนดีไปเสียทั้งหมด
นักแต่งตั้งในคราบสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวนหนึ่งก็ไม่ต่างจากนักเลือกตั้ง สนช.บางคนแอบวางแผนที่จะต่ออายุตัวเอง ด้วยการเขียนให้ สนช.ทำหน้าที่วุฒิสภาในบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญ
บังเอิญว่า ประเทศไทยมีรัฐประหารบ่อยครั้ง จึงก่อให้เกิด “นักแต่งตั้งอาชีพ” ที่พยายามเข้ามามีส่วนร่วมการแบ่งปันอำนาจหลังการยึดอำนาจ
ยกตัวอย่างเช่น “ส.ว.สรรหา” กลุ่มหนึ่งที่ได้แปลงร่างเป็น “สนช.” และ “สปช.” หลังจากการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557
พวกอดีต ส.ว.เผ่าพันธุ์แต่งตั้งนี่เอง ที่พยายามวาดภาพให้ “ผู้แทนราษฎร” เป็นนักเลือกตั้งจอมโกง
ขณะที่นักแต่งตั้งเหล่านี้ ได้สร้างวาทกรรม “ปฏิรูปการเมือง” แต่ก็แอบเล่นเกมอำนาจ และสร้างฐานการเมืองจากสถานการณ์พิเศษ
นักเลือกตั้งไม่ใช่เทวดา นักแต่งตั้งก็ไม่ใช่เทพ..พวกเขาเป็น “มนุษย์การเมือง” ที่มีกิเลสตัณหาเหมือนกัน









