Grand Cross 2558

Grand Cross 2558

การเมืองไทยปี 58 อาจไม่สงบราบเรียบอย่างที่หลายคนคาดไว้ แม้ไม่มีเค้าลางความรุนแรง แต่คลื่นใต้น้ำก็แรงขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งเศรษฐกิจถดถอยทรุดตัว ยิ่งเท่ากับเปิดช่องว่างจุดอ่อนมากขึ้น

สรรพคราส 2 ครั้งในเดือนมีนา-เมษา พร้อมกับเสาร์วิกลคติพักร์ (Stationary-retrograde) ทำให้การเมืองไร้เสถียรภาพ แต่นายกฯไม่ปรับ ครม.กลับเลือกผ่าทางตันด้วย ม.44 แทน สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้นมากแต่ไม่ใช่ด้านเศรษฐกิจ

เมื่ออังคารจรพฤษภ-เล็งเสาร์พิจิกในแกนภพที่ 2 และ 8 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงินการคลังของประเทศ  ตัวเลขต่างๆ แสดงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยกว่าคาด โดยเฉพาะการส่งออก เงินเฟ้อก็ติดลบหนักในรอบ 5 ปี  หนี้เสียภาคธนาคารที่เพิ่มขึ้น บอกถึงอาการทรุดตัวที่ปกปิดกันไม่อยู่ ความหนักหนาสาหัสของเรื่องราว ดูได้จากธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) ต้องลดดอกเบี้ยติดกันถึง 2 ครั้ง เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

อังคารคือดาวเจ้าเรือนลัคนา ซึ่งแทนได้กับประชาชน เสาร์คือดาวการเมือง อันหมายถึงรัฐบาล-ผู้บริหารประเทศ อังคารเล็งเสาร์ในภพการเงิน บอกถึงความเครียดของภาคประชาชน (ที่ไม่ใช่ธุรกิจใหญ่) จากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล วิกฤติศรัทธาก่อตัวจากจังหวะดาวคู่นี้

แต่เรื่องราวยังไม่จบ ในบทความ “อังคารปะทะเสาร์” ได้กล่าวทิ้งท้ายถึง “อังคารดับ” เอาไว้  กล่าวคือ เมื่ออาทิตย์จรเข้าใกล้อังคารจรใน 5 องศา ถือเป็นอังคารดับ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 26 พฤษภา-3 กรกฎา โดยดับสนิท (Combustion) ในวันที่ 14 มิถุนา ที่ 29 องศา 13 ลิปดาในราศีพฤษภ จุดดับของอังคารทำมุม 150 กับเสาร์จรด้วย (Orb 7 องศา) แปลง่ายๆ ความตึงเครียดของภาคประชาชน (ต่อรัฐบาล) มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

วันที่ 16 มิถุนา (+/- 3 วัน) เป็นที่หมายสำคัญอันต้องระวังให้ดี เพราะ (1) อังคารดับยกเข้าราศีเมถุน (2) เกิดอมาวสี (จันทร์ดับ) ซ้ำ ที่ 1 องศา 3 ลิปดาในราศีเมถุน (3) นั่นคือ “จันทร์ดับพร้อมอังคาร” บอกถึงเกณฑ์อุบัติเหตุ-อุบัติภัย ความรุนแรง การทะเลาะวิวาท การต่อสู้ อาวุธ-ของมีคม  เพลิงไฟ-ระเบิด (4) จุดดับทำมุม 90 กับศุกร์เดิมสนิท เกิดเหตุไม่คาดหมายกับตลาดเงิน-ตลาดทุน-เศรษฐกิจ (5) จุดดับทำมุม 90 กับตำแหน่งสุริยคราสวันที่ 20 มีนา (Orb 4 องศา) อีกด้วย

แต่ที่สำคัญสุดคือ (6) อังคารเมถุนเป็นเกณฑ์กับราหูกันย์-มฤตยูมีน-พลูโตธนู เกิดเป็น Grand Cross ในกลุ่มทวิสภาวะราศี (Mutable Sign) อีกครั้ง บาปเคราะห์ทั้ง 4 เป็น Grand Cross เช่นนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง ตึงเครียด และอันตรายที่สุด

Grand Cross ครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ 16 มิถุนา-31 กรกฎา กินเวลา 46 วัน โดยมีอาทิตย์เข้าร่วมด้วยตั้งแต่ 16 มิถุนา-16 กรกฎา และมีพุธร่วมด้วยตั้งแต่ 5-21 กรกฎา

โดยปกติแล้ว Grand Cross เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ยิ่งถ้ามีดาวที่อยู่เลยวงโคจรดาวเสาร์ (Tran-saturnian) คือ มฤตยู เนปจูน พลูโต เข้าร่วมด้วยแล้ว ยิ่งยากขึ้นไปอีก ต้องใช้เวลานานมากๆ จึงจะเกิดสักครั้ง แต่ช่วง 2–3 ปีนี้ กลับเกิดขึ้นหลายครั้ง แน่นอนนี่คือช่วงเวลาพิเศษ

ช่วงปี 56–57 ได้เกิด Grand Cross ของอังคารแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นอังคาร-พฤหัส-มฤตยู-พลูโต ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ช่วงคือ (1) อังคารเดินปกติ ตั้งแต่ 26 พฤศจิกา 56–4 กุมภา 57 (2) อังคารถอยหลัง ตั้งแต่ 25 มีนา–20 พฤษภา 57 (3) อังคารเดินหน้าปกติ ตั้งแต่ 21 พฤษภา–19 มิถุนา 57 

ความต่างของทั้งคู่ คือ (1) ตำแหน่งอังคาร ครั้งก่อน-อังคารกันย์-โหดดุ ครั้งนี้-อังคารเมถุน-ร้อนวู่วาม (2) ลักษณะการโคจรของอังคาร ครั้งก่อนมีถอยหลัง ครั้งนี้เดินหน้าอย่างเดียว (3) ช่วงเวลาที่เกิด ครั้งนี้สั้นกว่ามาก เพียงแค่ 46 วัน ต่างจากครั้งก่อนที่นานถึง 158 วัน 

(4) จากศุภเคราะห์เป็นบาปเคราะห์ มฤตยู-พลูโตคงเดิม เปลี่ยนพฤหัสออก ราหูเข้าแทน พฤหัสเป็นศุภเคราะห์ Grand Cross จึงให้ผลในทางวิวัฒน์ การเมืองก้าวไปสู่จุดที่ดีขึ้น แต่ราหูเป็นบาปเคราะห์ ย่อมให้ผลในทางวิบัติ การเมืองจะปั่นป่วนวุ่นวาย (5) อังคารมีจังหวะทำมุมร้ายกับจุดคราส-ทั้งอาทิตย์และจันทร์ ต่างจากครั้งก่อนที่ไม่มีคราสเข้ามาเกี่ยวข้อง

สรุปคือ Grand Cross 56 – 57 ที่มีพฤหัสร่วมด้วย ทำให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองอย่างมาก เกิดเป็น “มวลมหาประชาชน” จนสามารถเอาชนะกลุ่มการเมืองที่ผูกขาดอำนาจลงได้ พร้อมไปกับการเกิคสช.ที่เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์คับขันและมุ่งปฏิรูปการเมือง

แต่ Grand Cross 58 ให้ผลที่ต่างออกไป แม้พลังอำนาจน้อยกว่าครั้งก่อน เพราะไม่มีพฤหัสเข้าร่วม  แต่อังคารที่ทำมุมร้ายกับจุดคราส จะกระตุ้นพลังของสรรพคราสมีนา-เมษาขึ้นมาอีกครั้ง นี่คือจุดสำคัญที่ไม่ควรประมาทเด็ดขาด

ในภาพใหญ่ระดับโลก สรรพคราส 2 ครั้งใน 15 วัน คือสัญญาณอันตรายจากฟากฟ้า เมื่อถูกพลังงานของอังคารกระตุ้น ผลร้ายของมันจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง พิบัติภัยธรรมชาติ (ที่ยังไม่หมดพลัง) และสงคราม (ที่ยังค้างคา) มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกทั่วโลก

ในดวงเมืองไทย สรรพคราสเกิดในแกนภพที่ 6 และ 12 ซึ่งหมายถึงปัญหาอุปสรรค-ความยากลำบากจากศัตรูลับของบ้านเมือง ช่วงเวลานี้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองควรเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ให้ดี

เมถุนคือภพที่ 3 ของดวงเมืองไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอกสารสัญญา การเจรจา ฯลฯ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำลังหาข้อสรุปกันอยู่ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเมืองหยุดนิ่ง-ขัดแย้ง-นำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายหนักในอนาคตอันใกล้

ธนูคือภพที่ 9 อันหมายถึงกฎหมาย-กระบวนการยุติธรรม พลูโตคือดาวแห่งการเปลี่ยนแปลงปฏิรูป (Transformation) กระบวนการปฏิรูปการเมือง (ผ่านทางกฎหมาย) อาจเผชิญปัญหาอุปสรรคใหญ่หลวง โดยเฉพาะเมื่ออังคารเล็งพลูโตสนิทในวันที่ 15 กรกฎา (+/- 5 วัน) ที่ 19 องศา 58 ลิปดาในราศีเมถุน-ธนู การเล็งของดาวคู่นี้ยังทำมุม 90 กับจุดจันทรคราสวันที่ 4 เมษาสนิทอีกด้วย

ภพที่ 9 ยังเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ-แดนไกล มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศแดนไกลจะเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านความสัมพันธ์ หรือเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นผ่านทางนโยบายต่างประเทศซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเรา

ที่สำคัญอีกประการคือตัวผู้นำรัฐบาล Grand Cross ครั้งนี้มีผลต่อดวงชะตานายกฯพอสมควร เพราะไปเบียนอาทิตย์-จันทร์-ศุกร์-ราหูเดิมในพื้นดวง ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอีกครั้ง การตัดสินใจและกระทำการใดๆ ควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาทที่สุด

เวลา 46 วันสั้นมาก เมื่อเทียบกับพลังของอังคารที่เป็นดาวแห่งการกระทำ (Action) และมุมดาวที่กระทำกับบาปเคราะห์อื่นๆ พื้นดวงเดิม และจุดคราส จึงกล่าวได้ว่า ควรระมัดระวังโดยตลอดทั้ง 46 วันนี้ สติปัญญาและจิตใจที่สงบนิ่งเท่านั้นที่จะพาเราผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ครับ

อ่านบทวิเคราะห์-ดวงชะตาจอห์น แนช (A Beautiful Mind) ได้ในคอลัมน์ AstroCelebrity นิตยสาร “กายใจ” ในกรุงเทพธุรกิจ-วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายนนี้