ลูกโป่งเป็นตัวแทนของความสุข ศิลปินลูกโป่ง คือ คนกลางในการส่งมอบความสุข ที่สร้างรอยยิ้มและความประทับใจ ให้แก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ
นี่คือมุมมองของ “คุณรุ่งโรจน์ สุวรรณธาดา” หรือ “คุณเป็นต่อ” เจ้าของบริษัท บางกอกบอลลูน เจ้าของแบรนด์ "Balloonie" ซึ่งก่อตั้งในปี 2545
คุณเป็นต่อ เริ่มหัดบิดลูกโป่งตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยมีแรงบันดาลใจมาจากความชื่นชอบในตัวการ์ตูนแบบต่างๆ และเริ่มธุรกิจจากการไปบิดลูกโป่งตามร้านอาหาร แม้รายได้นั้นอาจไม่คุ้มค่าแรง แต่เขาถือว่า เป็นการสร้างโอกาส ทำให้เกิดการติดต่อให้ไปแสดงการบิดลูกโป่งในงานต่างๆ มากขึ้น และเริ่มมีการขอให้ไปบิดลูกโป่งสำหรับตกแต่งงานอีเวนท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานแสดงสินค้า เพราะลูกค้าชื่นชอบในผลงานที่สวยแปลกต่าง และเกิดการบอกปากต่อปาก
คุณเป็นต่อมองว่า ธุรกิจ Balloonie เป็นหนึ่งในธุรกิจการตกแต่งสถานที่ขนาดเล็ก ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายที่เขามองไว้คือ กลุ่มผู้หญิง เนื่องจากในปัจจุบันนี้พฤติกรรมของสาวๆ จะให้ความสำคัญกับการฉลองในโอกาสต่างๆ และที่สำคัญคือ การถ่ายรูปและแชร์ผ่าน social media ดังนั้นหาก Balloonie สามารถตอบโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ถูกใจลูกค้าได้ โอกาสที่สร้างจุดแข็งและความแตกต่างจากคู่แข่งทำได้ไม่ยาก
สำหรับการสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจนั้น คุณเป็นต่อ มองว่า อยู่ที่การพัฒนาทักษะและฝีมือ ให้เทียบเท่ากับระดับนานาชาติ โดยคุณเป็นต่อเองนั้น จะเข้าร่วมการแข่งขัน การสร้างสรรค์ผลงานผ่านลูกโป่งทุกปี เช่น Balloon art world challenge, Balloon carnival competition, Balloon dress model ซึ่งเขาไม่พลาดที่จะได้รับรางวัลจากการแข่งกลับมา คุณเป็นต่อมองว่า การเข้าร่วมการแข่งขันนั้น เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้เทรนด์และเป็นการเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ จากคู่แข่งอื่นๆ ด้วย
ในปัจจุบันนอกจากคุณเป็นต่อ จะรับออกแบบตกแต่งสถานที่โดยใช้ลูกโป่งเป็นหลักแล้ว Balloonie ยังมีบริการรับจัดลูกโป่งแบบ customize เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าในงานต่างๆ ด้วย เช่น งานวัดเกิด งานรับปริญญา งานแสดงความยินดีสำหรับเด็กแรกเกิดคุณเป็นต่อมองว่าจากจุดแข็งในเรื่องการพัฒนาทักษะในการทำงาน ทำให้ Balloonie ไม่มีข้อจำกัดเหมือนคู่แข่งอื่นๆ คือ สามารถสร้างสรรค์ design ได้อย่างหลากหลายมากกว่า
โดยราคานั้นจะขึ้นอยู่กับรูปแบบและความยากง่ายของชิ้นง่าย โดยสิ่งที่สำคัญของธุรกิจนั้นนอกเหนือไปจากฝีมือและความคิดสร้างสรรค์แล้ว คุณภาพของลูกโป่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ
คุณเป็นต่อ จึงได้ขอเป็นตัวแทนนำเข้าลูกโป่งคุณภาพสูงจากอเมริกาซึ่งลูกโป่งเหล่านี้จะมีลวดลาย พื้นผิว และสีสัน ที่แตกต่าง มีความสวยงามมากกว่าลูกโป่งที่ผลิตในประเทศจีน นอกจากนั้นคุณเป็นต่อยังมีการใช้กลยุทธ์ในการสร้างพันธมิตรที่เป็นผู้ผลิตลูกโป่งหลายเจ้าของไทยก็ก่อให้เกิดเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของธุรกิจโดยเฉพาะในด้านต้นทุนสินค้า
สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายนั้นลูกค้าสามารถสั่งได้ที่ร้าน Balloonnie ที่พหลโยธินซอย 5
คุณเป็นต่อ มองว่า ในบางครั้งลูกค้าจะนึกภาพไม่ออกว่า ลูกโป่งสามารถสร้างสรรค์เป็นอะไรได้บ้าง หากลูกค้าได้มีโอกาสมาที่ร้านก็จะช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพมากขึ้น และร้านเองก็สามารถสร้างผลงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้จริงๆ แม้ว่าทางร้านจะมีหน้าร้านอยู่แห่งเดียว แต่การทำการตลาดผ่านเฟซบุ๊ก ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า คุณเป็นต่อมองว่า จากปัจจุบันที่สาวๆชอบแชร์รูปภาพต่างๆ ก็เป็นการช่วยโปรโมท Balloonie ไปด้วยในตัว
กรณีศึกษา Balloonie สะท้อนให้เห็นโมเดลธุรกิจที่สร้างความแตกต่างของตัวสินค้ากับคุณค่า ลูกโป่ง ไม่ใช่เป็นของเล่นแค่สำหรับเด็ก แต่กลายเป็นของขวัญที่แตกต่างในการส่งมอบความสุขระหว่างคนสร้างสรรค์ลูกโป่ง คนให้ และ คนรับ อีกด้วย
(เครดิต : ข้อมูลกรณีศึกษาโดย คุณภาวิณี คำพล, คุณพจวรรณ จ้อยทอง, คุณรัชนีกร ชิณโนคุณพัชรินทร์ เกษมสุข ,คุณเอกชัย พินธุโสภณ, คุณพัฒนศักดิ์ เฟื่องฟู, คุณกชพร ชื่นอุระจิต และ คุณกรผกา ถนอมไทย นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล)






