วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก้ปัญหาไม่ได้ แต่ไม่ซ้ำเติมได้

ก่อนรุ่งวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งฟ้าและฝนถล่มกรุงเทพ จนเกิดน้ำท่วมขังในหลายๆพื้นที่

 สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน เกิดปัญหาจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โรงเรียนบางแห่งประกาศหยุดเรียน

ในเวลาไม่ห่างกันนัก การประชุมคณะอนุกรรมการติดตาม และวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ออกมาเตือนให้เตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดใสนรอบ 30 ปี

เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ออกมาพูดถึงสถานการณ์น้ำว่า การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน แต่ละปีเขื่อนต่างๆจะต้องจัดเก็บน้ำให้ได้อย่างน้อย 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในฤดูแล้ง ช่วง 1 พ.ย. – 30 เม.ย. จำนวน 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และเก็บไว้ใช้ในต้นฤดูการเพาะปลูก ช่วง พ.ค.-มิ.ย. 5,500 ล้านลูกบาศก์ ในระหว่างนี้จะมีฝนตกเข้ามาช่วย

แต่ฤดูการเพาะปลูกข้าวนาปี 2558/59 พบว่า กรมชลประทานสามารถกันได้ 3,800 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากส่วนหนึ่งต้องระบายน้ำ ประมาณ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้กับทำนาปรังในเขตลุ่มเจ้าพระยาที่ยังฝืนปลูกไปกว่า 6.8 ล้านไร่ จากพื้นที่ที่ประกาศงดทำนาปรังทั้งสิ้น 9 ล้านไร่

และสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ แม้จะประกาศให้เข้าสู่หน้าฝนแล้ว แต่พบว่าฝนตกน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ภาคเหนือฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 55% ภาคกลาง 65% ปริมาณน้ำในเขื่อนเริ่มลดลง 9 มิ.ย. เหลือทั้งสิ้น 1,400 ล้านลูกบาศก์เมตร และไม่เพียงพอที่จะส่งเสริมการทำนาปีเขตลุ่มเจ้าพระยา

สิ่งที่เกิดขึ้นมองได้หลากหลายมุมมอง บ้างก็มองว่าเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ บ้างก็มองไปที่ระบบการบริหารจัดการของผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือมองไปที่การขาดความร่วมมือที่ดีของประชาชน เช่น การไม่ยอมเว้นวรรคการทำนาตามคำแนะนำ และอีกหลายๆมุมมองทีเดียว

เอาเถอะ จะอะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าก็คือ แนวทางการแก้ไขปัญหาจะเป็นไปในทิศทางใด แต่ก็เชื่อว่าไม่ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำท่วม หรือภัยแล้ง

อย่างกรณีน้ำท่วมขังเมืองกรุงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่ใครจะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เพราะโครงสร้างต่างๆ มันเปลี่ยนแปลงไปมาก ตึกอาคารต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเมืองหลวงจนหนาแน่น คูคลองที่เคยมีในอดีตหายไป ท่อระบายน้ำเต็มไปด้วยขยะ แล้วจะระบายทันได้อย่างไร

ก่อนจะถามหาคนแก้ไข ต้องถามตัวเองก่อนว่า วันนี้เรามีส่วนช่วยลดความรุนแรงของปัญหาหรือไม่ เราทิ้งขยะถูกวิธีหรือไม่ หรือว่าทำไมทุกวันนี้ยังเห็นคนขับรถแพงๆ เปิดกระจก ทิ้งถุง ทิ้งขวด กระป๋องลงบนพื้น

ออกนอกเมืองไปท้องไร่ท้องนากันบ้าง เป็นไปตามที่หน่วยงานรัฐว่าไว้ มันแล้งจริงๆ แม้แต่พื้นที่ลุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นแอ่งกะทะในจังหวัดภาคกลางที่ถูกน้ำท่วมทุกปี ก็ไม่สามารถรอดพ้นภัยแล้งนี้ไปได้

แต่สิ่งที่เห็นและน่าสนใจคือ การพยายามช่วยเหลือตัวเองของเกษตรกร ที่พยายามผันน้ำเข้านา ซึ่งพบว่าต้องทำกันหลายทอด จากแม่น้ำเข้าคลอง จากคลองเข้าคลองย่อยช่วงที่ 1 ต่อด้วยช่วงที่ 2, 3, 4...

ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนแรงงาน และค่าน้ำมันสำหรับเครื่องวิดน้ำ

ทำไมต้องทำกันหลายทอดทั้งที่เป็นที่ลุ่ม ระดับความสูงไม่แตกต่างกัน

ซึ่งเมื่อได้เห็นของจริงก็จะเข้าใจได้ เพราะว่าหลายพื้นที่มีการสร้างถนน จะถนนเล็ก หรือถนนใหญ่ก็ตาม พบว่าทำด้วยวิธีมักง่าย คือ ถมดินทับลำน้ำ โดยวางท่อซีเมนต์ไว้ให้เป็นทางเดินน้ำเท่านั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันไหลไม่สะดวกเหมือนเดิม และนี่ก็เป็นต้นเหตุว่าทำไมเมื่อแล้งก็แล้งหนัก ทำไมเมื่อท่วมก็ท่วมหนัก เพราะการระบายน้ำไม่ดี

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงเคยมีโอกาสไปดูงานต่างประเทศ น่าจะเคยสงสัยบ้างละว่าทำไมลำธารเล็กๆ บางแห่งอาจจะกว้างสักเมตรเดียว แต่ประเทศที่เจริญแล้วเขาทำสะพานข้าม

แต่บ้านเรา คลองกว้างเป็นสิบเมตร กลับถมดินทับเสียอย่างนั้น ชัดเจนว่า ทัศนคติ และวิสัยทัศน์ต่างกัน 

ปัญหาบางอย่างโดยเฉพาะปัญหาธรรมชาติเราแก้ไม่ได้ แต่เราไม่ซ้ำเติมได้นี่ครับ