ช่วงเวลาที่ผ่านมา หลายท่านคงได้เริ่มสังเกตเห็นโฆษณาเป็นภาษาไทย ผ่านทาง banner อินเทอร์เน็ต
เพื่อชักจูงลูกค้าชาวไทยให้ไปซื้อขายกับผู้ให้บริการการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนผ่าน Program คอมพิวเตอร์ ด้วยเครื่องมือการลงทุนที่ทรงพลังที่มีอัตราทด (Leverage) สูงมาก ๆ ที่เรียกว่า CFD หรือมีชื่อเต็มว่า Contract For Difference (หลังจากที่เคยเห็นโฆษณาดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ ผ่านทางหน้า website และในจอทีวีสำนักข่าวต่างประเทศมานานหลายปีแล้ว)
ที่เรียกว่ามีอัตราทดสูง หรือ Leverage นั้น เนื่องจากการเก็งกำไรผ่าน Program คอมพิวเตอร์ด้วยจำนวนเงินน้อย ๆ แต่สามารถเข้าเก็งกำไรในสินทรัพย์จำนวนมาก อาทิ ใช้เงินเพียง 13 ดอลลาร์สหรัฐในการเข้าเก็งกำไรทองคำ 1 ออนซ์มูลค่า ประมาณ 1,200 ดอลลาร์ คิดเป็นอัตราทดที่ประมาณ 1 ต่อ 90 หรือใช้เงินจำนวน 90 ดอลลาร์เข้าเก็งกำไรดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจน์ Dow Jones Industrial Average (DJIA) มูลค่า 17,700 หรือคิดเป็นอัตราทดที่ประมาณ 1 ต่อ 200
นักลงทุนหลายท่านอาจจะเพียงได้ยิน หรือคุ้นเคยกับการลงทุนที่มีอัตราทดอยู่บ้าง อาทิ การกู้เงินมาเล่น หรือ การลงทุนแบบ Futures ที่มีอัตราทดส่วนใหญ่ที่ผมเห็นที่ประมาณ 1 ต่อ 25 ตัวอย่างเช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า DJIA หรือ DJIA ที่ซื้อขายกันที่ Chicago Mercantile Exchange (CME) ที่ต้องใช้เงินวาง Maintenance Margin ที่ 7,800 ดอลลาร์ (วาง Initial Margin ที่ประมาณ 10,500 ดอลล่าร์) สำหรับมูลค่าสัญญา = ดัชนีดาวโจนส์ x $10 หรือ ประมาณ 170,000 ดอลล่าร์ หรือคิดเป็นอัตราทดที่ 1 ต่อ 23
สมมุติ มีนักลงทุนคนเก่งท่านหนึ่งคาดการณ์จุด Peak ย่อย ของดัชนี DJIA รอบนี้ได้นั่นคือ DJIA ปรับตัวขึ้นไปได้สูงสุดในวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 ที่ระดับ 18,325 ได้เข้าขาย (Go Short) DJIA Futures 1 สัญญา ที่ระดับราคา 18,325 และได้ทำกำไรออกด้วยการซื้อคืนที่ระดับราคาในวันนี้ (9 มิถุนายน 2558) ที่ 17,700 เบ็ดเสร็จคิดเป็นกำไร = (18,325 – 17,700) x $10 หรือคิดเป็นเงิน 6,250 ดอลลาร์ สมมุติจากเงินต้นที่ต้องใช้ในการวางเงินประกันที่ 7,800 ดอลล่าร์ (จริง ๆ ต้องวางที่ระดับ Initial Margin) คิดเป็นกำไรประมาณ 80% ในเวลาประมาณ 20 วัน
หาก Futures ซึ่งมีอัตราทด หรือ Leverage เพียง 1 ต่อ 20 สามารถทำกำไรได้ที่ 80% CFD ซึ่งมีอัตราทดสูงกว่าถึง อีก 10 นั่นก็คือ 1 ต่อ 200 นั้นสามารถทำกำไรได้ในสถานการณ์เดียวกันนี้ได้ที่ถึง 800% !!!
ความหมายของ CFD หรือ Contract For Differencing สามารถแปลได้ตรงตัวครับนั่นคือ แปลว่า สัญญา (Contract) ระหว่างผู้เล่น (Player) กับเจ้าของร้าน (Dealer) สำหรับส่วนต่างของการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง อัตราแลกเปลี่ยน ดัชนีหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หรือ ราคาหุ้นรายตัว (โดยสามารถเป็นได้ทั้งราคา Spot หรือ ราคา Futures ของสินทรัพย์เหล่านั้น)
เจ้าของร้าน CFDs แต่ละร้านจะถูกกำกับดูแลจาก Regulator ที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย เยอรมัน ไซปรัส หรืออีกหลายประเทศ เช่น หากเจ้าของร้าน CFDs จดทะเบียนอยู่ในอังกฤษ ก็จะมี UK The Financial Conduct Authority (FCA) เป็นกำกับดูแล หรือจดทะเบียนที่ไซปรัสก็จะมี คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งไซปรัสเป็นผู้กำกับดูแล แต่ก็น่าสังเกตที่ CFDs กลับไม่ได้รับอนุญาตในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าของร้าน CFDs ต้องเลือกที่จะเปิดสาขาในประเทศอื่น ๆ แทน
การซื้อขาย CFDs ปกติแล้วจะเป็นการซื้อขายแบบ Over-The-Counter หรือ OTC คือเป็นการซื้อขายที่ผู้เล่นกับเจ้าของร้านตกลงกันเองโดยไม่ผ่านตลาดที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ (Organized Exchanges) ลองนึกภาพคล้าย ๆ ร้านขายทองบ้านเราที่แต่ละร้านจะมีราคาแปะหน้าร้านว่า ณ เวลา ขณะนี้จะรับซื้อ-ขายออกทองคำที่ราคาเท่าไร การค้าขาย CFDs ก็เช่นเดียวกัน หน้าจอซื้อขายของเจ้าของร้าน CFDs จะให้ผู้เล่น Download หน้ากระดานซื้อขาย CFDs ซึ่งในหน้าจอดังกล่าวจะป้ายบอกราคา bid และ offer สำหรับสินค้าแต่ละชนิด ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาทุกเสี้ยววินาที ซึ่งเมื่อผู้เล่นพอใจที่จะซื้อ หรือ ขายสินค้าที่ระดับราคาใด ก็สามารถเคาะซื้อ หรือ เคาะขายที่ระดับราคาที่พึงพอใจนั้นได้ทันที
การซื้อขาย CFDs ก็จะมีระบบการวางเงิน Margin คล้ายกับในตลาดอนุพันธ์ทั่วไป นั่นถือหากนักลงทุนต้องการซื้อ หรือ ขาย (go short หรือ go long) จะต้องมีเงินจำนวนหนึ่งวางไว้กับเจ้าของร้านเพื่อใช้เป็นเงิน Margin แต่จะมีอัตราการ Leverage ที่สูงกว่า Futures ในตลาดอนุพันธ์ทั่ว ๆ ไป หรืออีกนัยหนึ่งคือ อัตราเงิน Margin ขั้นต้นต่ำมาก ๆ อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น CFDs มีอัตราทดโดยปกติประมาณ 1 ต่อ 100 หรืออาจจะไปถึง 1 ต่อ 500 ในบางสินค้า เทียบกับประมาณ 1 ต่อ 20 ของการซื้อขาย Futures ส่วนใหญ่
ระบบ Margin ของการซื้อขาย CFDs นี้จะต่างจาก Futures Exchange ก็คือในระบบของ Futures Exchange โดยปกติแล้ว เมื่อระดับเงินประกันของผู้เล่นมีระดับที่ต่ำกว่าระดับ Margin ขั้นต่ำ ผู้เล่นต้องนำเงินมาวางภายในวันรุ่งขึ้นก่อนเปิดตลาด แต่ในระบบของ CFDs นี้เมื่อ เจ้าของร้าน CFDs จะไม่รอท่านจนถึงวันรุ่งขึ้น แต่จะทำการขายตัดขาดทุน หรือ Cut Loss ให้ท่านทันทีที่ระดับเงินในบัญชีท่านตกลงมาต่ำกว่าระดับ Margin ขั้นต่ำ ซึ่งด้วยอัตราการ Leverage ที่สูงมากเลยทำให้การลงทุนในแต่ละครั้งหากวางแผนไม่ดีจะถูก Cut Loss ได้ง่ายและบ่อยครั้งมาก ๆ
การเข้าซื้อขาย CFDs นี้ ผู้เล่นจะไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น เจ้าของร้าน CFDs ทำรายได้จากส่วนต่างระหว่าง Bid – Offer ซึ่งส่วนใหญ่จะได้จากการ Cut Loss บัญชีลูกค้า และว่ากันว่าบริษัทเจ้าของร้าน CFDs นี้ในช่วงปีที่ผ่านมาทำกำไรกันได้เยอะมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในทุกรายประเภทสินค้าทำให้เกิดการ Cut Loss กันบ่อยครั้งขึ้นก็เป็นได้
ท้ายนี้ สำหรับผู้ที่อยากลองลงทุนเครื่องมือการลงทุนใหม่อย่างเจ้า CFDs นี้ ก็ควรลงทุนด้วยความรอบคอบอย่างยิ่ง เนื่องจากการลงทุนในเจ้า CFDs นี้มีความเสี่ยงมาก ๆ โดยเฉพาะในตัวที่มีอัตราการ Leverage สูง ๆ อย่างดัชนีหุ้น หรือ ทองคำ ซึ่งหากทำการเข้าซื้อขายผิดทิศทาง เงินในบัญชีของเราสามารถจะหายไปได้เพียงชั่วอึดใจเดียว

