วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหาใหญ่ที่รอการแก้ไข

การประชุมสุดยอดในระดับผู้นำ ของประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 เพิ่งปิดฉากลงไป

 และประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกเป็นเรื่องเด่นในวาระการหารือคือภาวะโลกร้อน โดยผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสได้ผนึกกำลังกันเพื่อผลักดันให้กลุ่มจี 7 สนับสนุนความพยายามแก้ปัญหาโลกร้อน ก่อนที่จะมีการประชุมเวทีใหญ่เกี่ยวกับเรื่องภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงในกรุงปารีส ช่วงปลายปีนี้ โดยผู้นำของสองประเทศยักษ์ใหญ่ในยุโรป พยายามไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยการประชุมภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเมื่อปี 2552 ที่กรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งยุติลงอย่างทุลักทุเลจนถูกมองว่าความพยายามแก้ปัญหาโลกร้อนประสบก้าวถอยหลัง

การผลักดันวาระโลกร้อนอย่างหนักหน่วงของผู้นำเยอรมนี ทำให้ได้รับฉายาว่า “นายกฯโลกร้อน” ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศสเองก็ผลักดันประเด็นนี้อย่างหนัก ความที่กรุงปารีสจะเป็นเจ้าภาพการประชุมภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงช่วงปลายปีนี้ โดยผู้นำฝรั่งเศสผลักดันให้กลุ่มจี 7 แสดงเจตนารมณ์ยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากซากพืชซากสัตว์ภายในกลางศตวรรษนี้ และมองหาการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือประเทศยากจน ในการแปลงโฉมภาคพลังงานเพื่อที่ประเทศเหล่านี้จะได้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้

ประเด็นที่กลุ่มสิ่งแวดล้อมต้องการเห็น คือการผลักดันให้ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ รับปากจะลดการใช้เชื้อเพลิงจากซากพืชซากสัตว์ลงภายในปี 2593 ก่อนที่ทุกฝ่ายจะมุ่งสู่เวทีในกรุงปารีสเพื่อเจรจาให้ได้ข้อตกลงฉบับใหม่ต่อจากพิธีสารเกียวโต สภาพอากาศสุดขั้วหรือแปรปรวนเห็นได้ในกรณีล่าสุดที่อินเดีย ซึ่งแม้ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นผลจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ปีนี้ ดำเนินไปในยาวนานกว่าปกติ โดยยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนในอินเดียทะลุหลัก 2,000

คณะกรรมการระหว่างประเทศด้านภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงของสหประชาชาติ คาดว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นในโลกอาจเป็นสาเหตุให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 82 เซนติเมตรหรือ 32 นิ้วภายในปลายศตวรรษที่ 21 สืบเนื่องจากน้ำแข็งขั้วโลกละลายและการแผ่กระจายของน้ำที่มีความอุ่นมากขึ้น สภาพการณ์ดังกล่าวจะคุกคามเมืองต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่ง ตั้งแต่นครเซี่ยงไฮ้ถึงซานฟรานซิสโก นอกจากนั้น ยังคาดว่าจะเกิดสภาพอากาศแบบสุดขั้ว บ่อยครั้งขึ้นและรุนแรงมากขึ้น จนทำให้บรรดาเมืองใหญ่และเมืองเล็ก ตกอยู่ในความเสี่ยง

จากสภาพการณ์ด้านความแปรปรวนของภูมิอากาศ ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก ซึ่งอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับภาวะโลกร้อนในระดับที่แตกต่างกันไป สะท้อนว่าปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังรอการแก้ไข แต่การลงมือทำอย่างจริงจัง กลับไม่ค่อยคืบหน้าหรือส่งผลเป็นรูปธรรมให้เห็นมากนัก ทั้งที่สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับผู้คนและการดำเนินชีวิต รวมถึงการดำรงชีวิตอย่างมาก และยิ่งปล่อยให้ปัญหาลุกลามไปมากเท่าไร การแก้ไขก็จะยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้นตามไปด้วย จริงๆ แล้วการลงมือช่วยเหลือจากระดับหน่วยย่อยที่สุด ด้วยการลงมือทำคนละเล็กคนละน้อยเพื่อรักษาโลกใบนี้ สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และจะยิ่งส่งผลเมื่อรวมกับการดำเนินงานอย่างจริงจังของทุกภาคส่วน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบลงให้เหลือน้อยที่สุด