ถ้าการงานที่กำลังกระทำอยู่นั้นมีระบบคงเส้นคงวา ใครจะขยันแค่ไหนก็ไม่ส่งผลให้คนอื่นต้องเหนื่อยมากขึ้น
ระบบงานทำให้งานที่เพิ่มขึ้นจากคนคนหนึ่งไม่กลายเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่ควรจะเป็นกับคนอีกคนหนึ่ง หรือคนอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ถ้าการงานยังไม่ค่อยจะมีระบบ ขั้นตอนการทำงานยังเป็นไปตามที่คนใหญ่คนโตในวงการทำงานนั้นกำหนดขึ้น วันใดที่คนใหญ่คนโตเปลี่ยนไป ขั้นตอนการทำงานก็เปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วเห็นกันชัดเจนว่า ใครคือคนใหญ่คนโตตัวจริง ปัญหาจะมีไม่มากเท่าในกรณีที่คนนั้นก็ใหญ่ คนนี้ก็ใหญ่ จนไม่อาจตกลงกันได้ว่าจะทำงานตามวิธีการของคนใหญ่คนโตคนไหนกันแน่ กรณีนี้แหละที่คนขยันไม่กี่คนสามารถสร้างภาระงานที่ไม่จำเป็นขึ้นมาอย่างมากมาย แค่ขยันกันสักสิบคน ก็จะมีคนนับร้อยนับพันที่ต้องเหนื่อยกับขั้นตอนการทำงานสารพัดขั้นตอน ที่คนไม่กี่คนที่ตกลงไม่ได้ว่าใครใหญ่กว่าใคร ช่วยกันกำหนดขึ้นมา
ทำไมคนนับสิบที่ขยันทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ จึงสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างจนเดือดร้อนคนนับพันไปได้ คำตอบคือ คนนับสิบนั้นต่างคนต่างคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่ และตัดสินไม่ได้ว่าใครคือคนใหญ่คนโตตัวจริง ต่างคนก็ต่างกำหนดวิธีการทำงานที่ตนเองเชื่อว่าดีที่สุด มาให้คนอื่นทำตาม เมื่อเอาสารพัดดีที่สุดของทุกคนมารวมกัน ก็เลยกลายเป็นภาระที่เกินสมควรที่คนอื่นต้องแบกรับ ถ้าตกลงได้ว่าจะทำตามวิธีการของใคร จะขยันเสนอวิธีการทำงานมากี่วิธีก็ตาม สุดท้ายก็เลือกได้ว่าจะทำตามคนขยันคนไหน แต่ถ้าบอกไม่ได้ว่าใครเหนือกว่าใคร ใครขยันทำอะไร ทุกคนก็ต้องขยันทำตามไปด้วย ขยันเสนอการทำงานใหม่ๆ กันแค่ห้าคนสิบคน คนเป็นร้อยเป็นพันก็จะเหนื่อยกับเรื่องที่มาจากความขยันของคนเหล่านั้นไปด้วย ขยันคิดวิธีใหม่สิบคน คนเหนื่อยกับวิธีทำงานใหม่ๆ อาจมีเป็นร้อย มีเป็นพันก็ได้
ในองค์กรที่กำลังจะปรับเปลี่ยนตนเอง หรือเรียกกันตามสมัยนิยมว่า องค์กรที่กำลังจะปฏิรูป จะมีการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการทำงานหลากหลายเรื่อง ถ้ามีใครที่ตัดสินได้ว่าจะเลือกวิธีไหนให้กลายเป็นวิธีทำงานหลังการปฏิรูป ก็จะไม่มีใครต้องเหนื่อยกับผลการปฏิรูปเกินสมควร อาจต้องเหนื่อยปรับตนตามวิธีทำงานใหม่กันบ้าง แต่ก็มีความชัดเจนว่าวิธีเดิมเป็นอย่างไร วิธีใหม่เป็นอย่างใด ในทางตรงข้ามถ้าปฏิรูปกันพร่ำเพรื่อไปทุกเรื่อง ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น และไม่มีใครที่บอกว่าเรื่องไหนจะเอาอย่างไรกันแน่ การปฏิรูปก็จะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่ต้องทำใหม่กันเยอะแยะไปหมด เรื่องเดียวกันอาจปฏิรูปจนกลายเป็นหลายเรื่อง เคยทำเรื่องนั้นเรื่องเดียว กลับต้องทำใหม่กลายเป็นหลายเรื่อง การงานที่ไม่จำเป็นทวีคูณขึ้นโดยปราศจากผลผลิตที่ใช้ประโยชน์ได้ คนขยันสิบคนจึงส่งผลให้มีคนเหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเป็นพัน หรือเป็นหมื่นเป็นแสนได้ไม่ยาก
การปฏิรูปว่าจะเปลี่ยนจากเดิมไปเป็นแบบใด อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยากที่จะวินิจฉัยว่าเปลี่ยนไปแบบไหนดี อาจดูไม่ใช่เรื่องยากที่จะบอกว่าใครควรจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าจะเลือกเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร แต่ในหลายวงการแค่บอกว่าใครใหญ่กว่าใครก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ตัวอย่างหนึ่งคือวงการศึกษาชั้นสูงที่อยากจะปฏิรูปการกำกับคุณภาพการจัดการศึกษา คนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบหนึ่ง คนอีกกลุ่มหนึ่งก็เชื่อว่าควรจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ถ้าสุดท้ายเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง การงานที่เกี่ยวกับการกำกับคุณภาพก็ไม่มีภาระมากขึ้นไปกว่าเดิม แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายต่างฝ่ายต่างเชื่อในหนทางการปฏิรูปของตน ก็ต้องหาหนทางตัดสินว่าควรจะทำตามวิธีการของใคร
พูดแบบเถื่อนๆ หน่อยว่าต้องตัดสินว่าใครใหญ่กว่าใคร จะได้ทำตามคนนั้น ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญการจัดการศึกษา มีตำแหน่งวิชาการระดับสูงสุด อีกฝ่ายหนึ่งแม้จะเป็นเด็กเมื่อวานซืนในด้านความเชี่ยวชาญการจัดการศึกษา แต่มีหัวโขนเป็นผู้บริหารที่มาตามระบบการเมืองของการศึกษาชั้นสูง พระใหม่หนึ่งพรรษาเป็นรองเจ้าอาวาส มาถกเถียงกับมหาเปรียญเก้าประโยคที่ไม่มีตำแหน่งบริหารในวัดนั้น แต่บอกไม่ได้ว่าพระใหม่ที่บังเอิญได้เป็นรองเจ้าอาวาส กับมหาเปรียญเก้าประโยค ควรจะทำตามวิธีการของใคร
รองเจ้าอาวาสบอกว่าท่านเป็นผู้บริหารย่อมรู้เรื่องราวดีกว่า มหาเปรียญบอกว่าเรื่องวิชาการท่านเป็นเลิศ เมื่อไม่รู้ว่าจะตามใครดี ลูกวัดก็เลยต้องทำตามทั้งพระใหม่ และมหาเปรียญ งานเดิมเพิ่มเป็นสองงาน ทั้งๆ ที่ทำเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน วงการที่ไม่อาจตัดสินได้ว่าใครควรเป็นผู้กำหนดวิธีการใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม วงการที่ปล่อยให้ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างเสนอการปฏิรูปการทำงานได้ตามความคิดความเชื่อของตน แล้วปล่อยให้ผลจากการที่ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างใหญ่ทำให้เกิดการงานที่ไม่จำเป็น หรือซ้ำซ้อนขึ้นมากมาย วงการนั้นหากขยันกันแค่สิบคน จะมีคนเหนื่อยจากความขยันนั้นเป็นร้อยเป็นพัน และเป็นความเหน็ดเหนื่อยที่ไร้คุณค่า เป็นความเหน็ดเหนื่อยที่น่าสมเพชที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่มาจากสิ่งที่คนขยันไม่กี่คนเรียกว่าเป็นการปฏิรูป






