วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กว่าจะถึง คสช.

ตุลาคม 56- สิงหาคม 57 คือช่วงเวลาที่การเมืองไทยปั่นป่วนวุ่นวายถึงที่สุด

มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ได้แก่การเกิดมวลมหาประชาชน นายกฯยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เลือกตั้งโมฆะ นายกฯรักษาการสิ้นสภาพ รัฐบาลรักษาการยื้ออำนาจ ประกาศกฎอัยการศึก ปฏิวัติ ตั้งสนช. ตั้งสปช. และความสงบกลับคืนมาเมื่อได้นายกรัฐมนตรีและครม.ใหม่

11 เดือนของความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ย่อมนานเกินความคาดหมายผู้คน แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังอับจนปัญญาที่จะคาดการณ์อนาคตของสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น

ในวงการโหราศาสตร์ มีการวิเคราะห์ทำนายตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ร้อยละ 95 กล่าวว่า บ้านเมืองจะวิปริตวุ่นวายจากอิทธิพลเสาร์ที่โคจรในราศีตุลย์-เล็งลัคน์ดวงเมืองหลายรายทำนายถึงขั้นดวงเมืองแตก โดยอ้างอิงคำโบราณที่ว่า เสาร์เล็งลัคน์ - เป็นดวงแตก (พินทุบาทว์)

อันที่จริง พินทุบาทว์นับเฉพาะ (1) ดวงกำเนิด (2) ดวงฤกษ์ (ข้อห้ามในการวางฤกษ์) เท่านั้น ที่ว่าดาวโคจร (Transit) มาเป็นพินทุบาทว์ ไม่ปรากฏในตำราโบราณเลย ถ้าไม่ใช่ความเข้าใจที่ผิดพลาด ก็คงเป็นการสรุป (เอาเอง) ของผู้พูด

ที่สำคัญ ดาวเข้าข่ายพินทุบาทว์มีหลายดวง เช่น อาทิตย์ภพ 5 ศุกร์ภพ 7 จันทร์ภพ 8 ฯลฯ ถ้านับดาวจรด้วยล่ะก็ ทุกเดือน-จันทร์จะเป็นดวงแตก ทุกปี-ปีละหลายเดือน อาทิตย์-อังคาร-ศุกร์ก็เป็นดวงแตก ชีวิตคงเละเทะ ไม่ต้องทำงานอะไร ชาตินี้ชาติไหนก็ไม่อาจหวังอะไรได้ เพราะดวงมันแตกบ่อยเหลือเกิน

เสาร์เล็งลัคน์ดวงเมืองมีผลจริง แต่ไม่ใช่แผ่นดินแตก-สงครามกลางเมือง เสาร์คือดาวเจ้าเรือนภพ 10 ซึ่งหมายถึงการเมืองการปกครอง เสาร์จึงเป็นดาวการเมือง เป็นตัวแทนของภาคการเมือง-นักการเมือง เสาร์โคจรเข้าราศีตุลย์ เป็นอุจจ์-เข้มแข็ง ภาคการเมืองเข้มแข็งมาก นักการเมืองเชื่อมั่นอำนาจตัวเองอย่างสูง

ลัคนาคือความเป็นไปของประเทศชาติ-ความเป็นอยู่ของประชาชน เสาร์เล็งลัคน์เท่ากับเสาร์อยู่ภพ 7 ภพนี้หมายถึงปฏิปักษ์ ศัตรูเปิดเผย ฯลฯ แปลได้ว่า นักการเมืองที่เหลิงอำนาจ-รัฐบาลและสภาที่กร้าวเกินไป (จนกล้าออกกฎหมายนิรโทษฯที่ค้านความรู้สึกคนส่วนใหญ่) เป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของชาติบ้านเมือง

นี่คือความหมายที่แท้จริงของเสาร์เล็งลัคน์ เสาร์คือการจำกัดควบคุม ประชาชนแม้ไม่พอใจมาก แต่ยังไม่กล้าเคลื่อนไหวใด เสาร์จึงเป็นแค่เชื้อไฟปริมาณมหาศาลเท่านั้น แต่การลุกฮือของประชาชนจนกลายเป็น “มวลมหาประชาชน” อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากมาย เกิดจากเหตุปัจจัยทางโหราศาสตร์ที่ซับซ้อนกว่านั้น

วันที่ 5 ตุลาคม 56 อังคารจรเข้าราศีสิงห์ อังคารคือดาวเจ้าเรือนลัคนา จึงเป็นดาวตัวแทนภาคประชาชน สิงห์คือราศีแห่งอัตตาและความเป็นตัวตน ภาคประชาชนเรียกร้องนักการเมืองเปลี่ยนแปลงตัวเองและตั้งกลุ่มประกาศสิทธิ์ของตน วันที่ 3 พฤศจิกายน เกิดสุริยคราส (ผสม) ที่ 17 องศา 13 ลิปดาในราศีตุลย์ จุดคราสทำมุม 90 กับทศมลัคน์ บอกถึงแรงกดดันและความไร้เสถียรภาพทางการเมือง

อีก 4 วันต่อมา พฤหัสวิกลคติพักร์ (Stationary-retrograde) หรือหยุดนิ่งเพื่อถอยหลัง การเมืองเลยจุดที่จะประนีประนอม วันที่ 26 พฤศจิกายน อังคารยกเข้าราศีกันย์ / ภพอริ ภาคประชาชนยกระดับการต่อสู้ทางการเมือง ขณะเดียวกัน อังคารกันย์เป็นเกณฑ์กับพฤหัสเมถุน-พลูโตธนู-มฤตยูมีน เกิดเป็น Grand Cross ในกลุ่มทวิสภาวะราศี (Mutable Sign)

จุดเปลี่ยนที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ Grand Cross ของอังคาร-พฤหัส-มฤตยู-พลูโต ทำให้ความไม่พอใจอย่างมาก (จากเสาร์) ของประชาชนระเบิดออก กลายเป็นการลุกฮือขึ้นของมวลชนหลายล้าน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทย เกิดการรวมพลังอย่างมหาศาลเป็น “มวลมหาประชาชน”

วันที่ 9 ธันวาคม อังคารจรทำมุม 45 กับจุดคราสมุม 90 กับพฤหัส-เสาร์-มฤตยูเดิม มุม 135 กับทศมลัคน์ และมุม 150 กับอาทิตย์เดิม ยิ่งลักษณ์ยุบสภา

แต่อังคารจรในกันย์ถึง 4 กุมภาพันธ์ 57 นี่คือช่วงแรกของ Grand Cross จากนั้น อังคารยกเข้าตุลย์จนถึง 1 มีนาคม อังคารวิกลคติพักร์ที่ 3 องศา 29 ลิปดาที่สำคัญคือเสาร์วิกลคติพักร์ด้วยในวันรุ่งขึ้น อังคาร-เสาร์ถอยหลังพร้อมกัน เลือกตั้ง 2 กุมภาถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเป็นโมฆะ สถานการณ์ไร้ทางออก

อังคารถอยกลับเข้ากันย์ในวันที่ 25 มีนาคม เกิดเป็น Grand Cross อีกครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม เพราะอังคารถอยหลังและเข้าข่ายเพ็ญ กระแสความไม่พอใจพุ่งสูงขึ้นอีก รัฐบาลรักษาการมีแนวโน้มจะใช้กำลังกับประชาชน วันที่ 29 เมษายน เกิดสุริยคราส (วงแหวน) ที่ 14 องศา 48 ลิปดาในราศีเมษ ทำมุม 90 กับทศมลัคน์สนิทพอดี วันที่ 7 พฤษภาคม ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยิ่งลักษณ์สิ้นสภาพนายกฯ พร้อมรัฐมนตรีอีก 9 คน

แต่รัฐมนตรีคนอื่น ๆ ยังยื้อรักษาการ ช่วงนี้เสาร์เข้าจุดเพ็ญ นักการเมืองไม่ยอมปล่อยวางอำนาจ สถานการณ์ระอุดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ จนวันที่ 20 พฤษภาคม อังคารวิกลคติเสริด (Stationary-direct) หรือหยุดนิ่งเพื่อเดินหน้า อังคารหมายถึงทหาร อังคารถอยหลัง 80 วัน หมายถึงซุ่มรอดูสถานการณ์ เมื่อเดินหน้า ทหารจึงแสดงพลังทันที มีการประกาศกฎอัยการศึกในช่วงเช้ามืด แต่นักการเมืองก็ยังไม่ยอมจบ

อังคารวิกลคติเสริดมีผล +/- 5 วัน จุดวิกลคติอยู่ที่ 14 องศา 58 ลิปดาในราศีกันย์ ทำมุม 120 กับทศมลัคน์สนิทพอดี ทหาร Exercise อำนาจทางการเมือง (ซึ่งสอดคล้องกับพื้นดวงเดิม-ดังที่เคยกล่าวไว้) ขณะที่อังคารจรทำมุมเบียน 45 กับเสาร์จร และจันทร์จรยกเข้ากุมภ์ พ้นมุมเบียนจากเสาร์และเข้ามุมตรีโกณกับพฤหัสจร บ่ายวันที่ 22 พฤษภาคมเกิดปฏิวัติโดยคสช.

แต่อิทธิพล Grand Cross ยังคงอยู่จนพฤหัสยกเข้ากรกฎเมื่อ 19 มิถุนายน ช่วงนี้เป็นการเคลียร์สถานการณ์และกองกำลังใต้ดินทั้งหลาย อังคารเดินหน้าไปเรื่อยจนยกเข้าตุลย์ในวันที่ 14 กรกฎาคม สถานการณ์สงบและควบคุมได้แล้ว วันที่ 21 กรกฎาคม เสาร์วิกลคติเสริด การเมืองกลับสู่ภาวะปกติ

พฤหัสจรกรกฎ เป็นอุจจ์-เข้มแข็ง พฤหัสเป็นดาวเจ้าเรือนภพ 9 ซึ่งหมายถึงกฎหมาย-กระบวนการยุติธรรม ฯลฯ มีการตั้งสนช.ขึ้นดูแลกฎหมายต่าง ๆ พฤหัสอุจจ์เป็นเกณฑ์ 10 กับเสาร์อุจจ์ เดินหน้ากระบวนการปฏิรูปการเมือง มีการตั้งสปช.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ฯลฯ

เมื่ออังคารเดินหน้า แม้คสช.คุมสถานการณ์ได้หมด แต่หมอดู 95% ที่เชื่อว่า บ้านเมืองวุ่นวายเพราะเสาร์เล็งลัคน์ กลับมองว่าจะมี “ปฏิวัติซ้อน” ในช่วงที่อังคารเข้าตุลย์-ร่วมเสาร์ (ดวงแตกกำลังสอง) หรือช่วงกลางกรกฎาคม-ต้นกันยายน

ผู้เขียนอยู่ใน 5% ที่เชื่อว่า เกิดจากอิทธิพล Grand Cross ของอังคาร-พฤหัส-มฤตยู-พลูโตต่างหาก จึงมั่นใจว่า ยิ่งอังคารยกเข้าตุลย์ร่วมเสาร์ บ้านเมืองยิ่งเข้าสู่ความสงบ และเมื่ออังคารกุมเสาร์สนิท-เล็งลัคน์ดวงเมืองสนิทในเดือนสิงหาคม ประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีและ ครม.ใหม่

(กล่าวในงานสัมมนา “นักเศรษฐศาสตร์ปะทะโหราจารย์” ของกรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 17 มกราคม 2557 ดูที่ )

คสช.กำเนิดจากอิทธิพล Grand Crossปี 56 - 57 ที่มีอังคาร (ทหาร) เป็นดาวหลัก ที่น่าสนใจคือจะเกิด Grand Cross ของอังคารอีกครั้งในปี 58 อะไรจะเกิดขึ้น ?