วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุตรบุญธรรมทั่วโลก จงรวมตัวกัน !

เจน จียอง เทรนกา (Jane Jeong Trenka) บุตรบุญธรรมจากเกาหลีใต้ มีชีวิตสงบสุขดีกับพ่อแม่บุญธรรมชาวอเมริกัน ในมลรัฐมินนิโซต้า

แต่เมื่อเธออายุ 40 ปี ค.ศ. 2006 ยื่นขอวีซ่าไปเกาหลีใต้ พบว่าวันเดือนปีเกิดของเธอที่ใช้ในสหรัฐไม่ตรงกับที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเกาหลีใต้บันทึกไว้


หลังตรวจสอบ พบว่ามีการตกแต่งข้อมูลหลายอย่างเพื่อทำให้เธอเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศได้เร็วขึ้น แม่ให้กำเนิดของเธอได้รับแจ้งว่า เทรนกาเมื่ออายุ 6 เดือน ถูกส่งไปเป็นบุตรบุญธรรมของสามีภรรยาอาชีพทนายความในเนเธอร์แลนด์


เมื่อเธอกลับเกาหลีใต้มาสืบค้นภูมิกำเนิดของตัวเอง ความจริงอื่นๆ เกี่ยวกับวัยเยาว์ของเทรนกาจึงถูกเปิดเผยขึ้น แม่ให้กำเนิดเพียงแต่เอาเธอไปฝากสถานเด็กกำพร้าเลี้ยงไว้ชั่วคราวเพราะปัญหาที่บ้าน เธอได้ให้นมลูกหลายสัปดาห์ เสียใจมาก ที่ลูกถูกส่งไปเป็นบุตรบุญธรรม เธอมีพฤติกรรมแปลกๆ อยู่นานกว่าจะหาย เคยกระทั่งส่งเสื้อผ้าเด็กชุดประจำชาติเกาหลีไปตามที่อยู่ต่างประเทศ ที่ได้มา ฯ


เทรนกาตัดสินใจอยู่เกาหลีใต้นานขึ้น รู้สึกว่าได้อยู่ใกล้ๆ แม่ผู้ให้กำเนิดแม้จะพูดกันไม่รู้เรื่อง เธอก็พอใจ หนังสือเรื่อง ภาษาสายเลือด (The Language of Blood) และต่อมาอีกหลายเล่ม ที่ เธอและบุตรบุญธรรมคนอื่นๆ เขียนขึ้น นับแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ทำให้ชาวโลกได้ฟังข้อมูลบอกเล่าจากบุตรบุญธรรมตัวจริงและตัวเป็นๆ จากที่มักจะมีแต่พ่อแม่บุญธรรม และรัฐบาลกับเอเย่นต์รับบุตรบุญธรรมเท่านั้นที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุตรบุญธรรม


“ความเท็จ” ที่บาดใจเทรนกาดังกล่าวเป็นเพียงมุมเล็กๆ โลกปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ทุกประเทศที่เคยเปิดให้มีการรับบุตรบุญธรรมต่างระมัดระวัง ไม่เหมารวมเอาง่ายๆ ว่า การรับบุตรบุญธรรมโดยเฉพาะบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ เป็นการทำเพื่อ “ประโยชน์สูงสุด” และ “ชีวิตที่ดีกว่า” ของบุตรบุญธรรมเสมอไป


โลกมีคำถามใหม่ๆ ว่า ฐานะทางการเงินมั่นคงของประเทศและพ่อแม่บุญธรรมเท่านั้นหรือที่เป็นหลักประกัน “ชีวิตที่ดีกว่า”


ใครเล่าจะรู้ว่าพ่อแม่บุญธรรมที่เป็นคู่สมรสฐานะดีเกิดหย่าร้างกันหลังจากรับบุตรบุญธรรมได้ไม่กี่เดือน ทั้งๆ ที่คิดฝันไว้ว่าการรับเด็กบุญธรรมคนหนึ่งอาจจะมาช่วยชีวิตสมรสที่มีปัญหานั้นให้ยืนยาวขึ้นได้


นอกจากนี้ แต่ละประเทศ มีข้อกฎหมายบุตรบุญธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันเช่น สหรัฐอเมริกาที่รับบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศจำนวนสูงมาก ในหลายมลรัฐ บุตรบุญธรรมเป็นฐานลดภาษีเงินได้เกินหมื่นเหรียญ


ฝรั่งเศส เป็นประเทศเดียวในโลกที่กฎหมายกำหนดบุตรบุญธรรม 2 ประเภท คือ บุตรบุญธรรมเต็มแบบ (l’adoption pleniere) และบุตรบุญธรรมไม่เต็มแบบ (l’adoption simple)


อย่างแรกก็คือบุตรบุญธรรมตามมาตรฐานทั่วไป คือ เป็นเด็กเป็นผู้เยาว์ ใช้นามสกุลของพ่อแม่บุญธรรมผู้มีสิทธิเด็ดขาดในการดูแลคุ้มครองบุตรบุญธรรม ฯ อย่างที่สองเปิดทางให้การรับบุตรบุญธรรมเกิดขึ้นได้ระหว่างผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ คือ บุตรบุญธรรมอายุเท่าใดก็ได้ มีเงื่อนไขเพียงว่าพ่อแม่บุญธรรมและบุตรบุญธรรมอายุต้องห่างกันอย่างน้อย 15 ปี (บุตรจากการสมรสเดิมของพ่อแม่เกณฑ์อายุ ต่างกันลดลงเป็น 10 ปี) ที่สำคัญคือบุตรบุญธรรมสามารถคงนามสกุลเดิมและสัญชาติเดิมได้ รักษาความสัมพันธ์และอาศัยอยู่กับครอบครัวเดิมได้ บุตรบุญธรรมมีศักดิ์และสิทธิ์เหมือนหรือใกล้เคียงมากๆ กับบุตรบุญธรรมเต็มแบบ โดยเฉพาะในเรื่องมรดก ฯ ทำให้บุตรบุญธรรมไม่เต็มแบบอาจมีเรื่องประโยชน์ทางมรดก และทางภาษีเข้ามา เกี่ยวข้อง


ในด้านเหตุจูงใจ พ่อแม่บุญธรรมแต่ละคู่มีได้ต่างๆ กัน ทั้งในกรณีที่พ่อแม่บุญธรรมเป็นหญิง-ชาย และบางประเทศให้สิทธิ์คนโสดรับบุตรบุญธรรมได้ เช่น ฝรั่งเศส ปัจจุบันคู่แต่งงานเพศเดียวกันในประเทศตะวันตกหลายประเทศก็กำลังเรียกร้องสิทธิรับบุตรบุญธรรม


ด้านสุขภาพจิตของพ่อแม่บุญธรรม เป็นอีกด้านหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะ ความรู้สึกขาด (lacking) ความรู้สึกพร่อง (inadequate) ที่ไม่มีลูก หรือมีลูกไม่ได้ ก็ทำให้ในบางประเทศผู้จะเป็นแม่บุญธรรมต้อง “ทำการบ้าน” เรื่องปมเป็นหมัน (infertility complex) ไปพบนักจิตวิทยาก่อนจะมีสิทธิรับบุตรบุญธรรม


กรณีมีพ่อแม่บุญธรรมถูกศาลในหลายประเทศตัดสินลงโทษในความผิดกระทำต่อบุตรบุญธรรม เช่น ฆาตกรรม ทารุณกรรม ล่วงละเมิดทางเพศ การค้ามนุษย์ การทอดทิ้ง (ดู www.amfor.net) ตลอดจนข้อสงสัยการปลูกถ่ายค้าอวัยวะ (organ harvesting) เป็นเพียงตัวอย่างที่กฎหมายบุตรบุญธรรม โดยเฉพาะบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ อาจถูกใช้ ในทางที่ผิดเจตนารมณ์ และ ผิดมนุษยธรรม โดยเฉพาะกรณี นาย ชิเกดะ ที่มีแม่ชาวไทย “อุ้มบุญ” ให้ลูกถึง 13 คนในเวลาเดียวกัน ก็ใช้ข้อกฎหมายการรับบุตรบุญธรรมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เป็นทางออกในขณะที่ไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งตอนแรกของบทความชุดนี้ได้กล่าวถึงแล้ว


แม้ไทยร่างกฎหมาย “อุ้มบุญ” โดยตรงขึ้นใช้ กฎหมายบุตรบุญธรรมก็ยังจะใช้เป็นทางหนีทีไล่อยู่อีกหากไม่อุดช่องโหว่นี้


เราจึงควรปฏิรูปกฎหมายบุตรบุญธรรมเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอจนกว่าบุตรบุญธรรมไทยในต่างประเทศจะกลับมาบ้านและ เรียกร้องเหมือนที่เกิดในประเทศอื่น . (จบตอน 4 บริบูรณ์)