วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องทำความจริงให้ปรากฏ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

   ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ และการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราว โดยมีการสั่งให้หยุดปฏิบัติงานชั่วคราว ทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรวม  45  ราย โดยระบุในคำสั่งว่า “เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ทําให้เสียหายแก่ทางราชการหรือทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน”

    รายชื่อทั้ง  45 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการตรวสอบเจ้าหน้าที่รัฐ โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า “แม้ผลการตรวจสอบยังไม่อาจสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิดแต่บางเรื่องมีการกระทําเป็นขบวนการ การตรวจสอบจึงใช้เวลานานและบางเรื่องไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องเท่าที่ควรดังที่หน่วยงานตรวจสอบดังกล่าว ได้แจ้งให้คสช.ทราบมาเป็นลําดับ”

    รายชื่อดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบก่อนหน้านั้น ที่มีการระบุว่ามีรายชื่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐราว  100 คนที่มีพฤติกรรมการทุจริตและรัฐบาลเตรียมเอาผิดคนเหล่านี้ เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่สำคัญอันหนึ่งคือการปราบปรามการทุจริตและวางกลไกเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตในสังคมไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศตามที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้น และถือว่าเป็นคำสั่งดำเนินการกับข้าราชการครั้งใหญ่สุดอีกครั้งหลังก่อนหน้านั้นใช่วงที่คสช.เข้าบริหารประเทศได้มีการโยกย้ายครั้งใหญ่มาแล้ว

   อันที่จริง ความพยายามป้องกันและปราบปรามการทุจริตในสังคมไทยถือเป็นนโยบายหลักในทุกรัฐบาล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกรัฐบาลตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวในสังคมไทยเป็นอย่างดี แต่นับว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างมากสำหรับการเมืองที่รัฐบาลส่วนมากที่เข้าตาจนเพราะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลของตัวเอง ดังนั้นเมื่อคสช.ประกาศนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นและสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในสังคม จึงเป็นที่จับตามองอย่างมากว่าคสช.จะทำอะไรได้แค่ไหนกับปัญหาที่กัดกินสังคมไทยมาช้านาน

   ยิ่งกว่านั้น แทบจะเป็นธรรมเนียมของการยึดอำนาจของทหารในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็มักจะอ้างปัญหาดังกล่าวเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่การยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากนักการเมือง แต่ในที่สุด รัฐบาลทหารในอดีตก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ บางกรณีก็เกิดข้อครหาในพฤติกรรมที่ไม่ต่างจากสิ่งที่ตัวเองเคยประณามมาก่อนหน้านั้น ซึ่งนับจากนี้ไปต้องติดตามการทำงานของคสช.อย่างใกล้ชิดในเรื่องนี้ว่าจะสามารถทำได้จริงตามที่ประกาศไว้หรือไม่ หรือจะเป็นเหมือนในอดีตที่ปัญหานี้มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการแก้ไข

   แน่นอนว่ารายชื่อตามคำสั่งของคสช.ครั้งนี้ หลายกรณีเป็นข่าวให้ประชาชนได้รับรู้กันไปพอสมควร แต่บางกรณีก็ไม่เคยรับรู้มากก่อน นอกจากมีการร้องเรียนและมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น หากคสช.ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมในขณะที่การปราบปรามและแก้ปัญหาเรื่องนี้มีข้อจำกัดหลายประการ คสช.จะต้องให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการเป็นหูเป็นตา เหมือนกับที่เริ่มมีการรณรงค์อยู่ในขณะนี้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง

   การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความรู้ความเข้าใจของประชาชนเองต่อปัญหาดังกล่าว และการจะให้เกิดความรู้ความเข้าใจได้ จำเป็นต้องมีตัวอย่างให้เห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับสังคมอย่างไร ดังนั้นกรณีรายชื่อเหล่านี้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต คสช.จำเป็นอย่างยิ่งต้องทำเรื่องให้ปรากฏให้เห็นว่าคนเหล่านี้มีความผิดอย่างไร และประชาชนจะช่วยแก้ปัญหาอย่างไร หากคสช.ยิ่งทำได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน