วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โค้งสุดท้ายของ“คุรุจิต”

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 พ.ค.2558 นี้ ถ้าไม่มีอะไรที่ผิดพลาด รมว.พลังงาน นายณรงค์ชัย อัครเศรณี

 จะมีการเสนอวาระแต่งตั้งนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน คนใหม่ แทนนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ที่ถูกโอนย้ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เหตุผลที่คนในกระทรวงพลังงานส่วนใหญ่เชื่อกัน ถึงการเปลี่ยนแปลงตัวปลัดกระทรวงพลังงานในยามนี้ ก็คือการให้นายคุรุจิต เข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบอย่างเต็มตัวในการบริหารจัดการแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ และการผลักดันเรื่องการเปิดให้เอกชนเข้ามาสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่อีก 4 เดือนเศษก่อนเกษียณอายุราชการ เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญต่อความมั่นคงทางด้านพลังงาน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากดำเนินการไม่สำเร็จ หรือเดินหน้าไปอย่างผิดทิศทาง

แม้ว่าบางกระแสอาจจะมองว่าการตั้งนายคุรุจิต เป็นปลัดกระทรวง ในวาระการทำงานที่เหลือน้อยเช่นนี้ คงจะทำอะไรได้ไม่มาก หรือมองว่าการที่ ครม.ไม่ตั้งนายคุรุจิต เป็นปลัดกระทรวงคนใหม่เสียแต่วันที่โยกนายอารีพงศ์ กลับไปเป็นเลขาธิการกพร.นั้น เป็นเพราะมีคนอื่นในใจที่ไม่ใช่นายคุรุจิตหรือไม่ ก็ตาม 

แต่หากดูในมติของ กพช. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่14พ.ค.2558ที่ผ่านมา ซึ่งมีมติเห็นชอบกรอบแนวทางการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติ ที่สัมปทานจะสิ้นอายุในปี พ.ศ. 2565 และปี พ.ศ. 2566 จำนวน 2 บริษัท ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ นั้นจะเห็นสัญญาณบางอย่าง ว่านายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ และนายณรงค์ชัย รมว.พลังงานนั่น ยังมีความไว้วางใจตัวนายคุรุจิต และให้ความสำคัญกับเรื่องการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมค่อนข้างมาก จึงเชื่อว่านาทีนี้ คงไม่มีใครที่จะเหมาะสมเป็นปลัดกระทรวงพลังงานได้ดีเท่านายคุรุจิต

ที่บอกเช่นนั้นเพราะในกรอบระยะเวลา1ปี ที่กพช.มีมติให้ พิจารณาหาผู้ดำเนินงานในแหล่งปิโตรเลียมที่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานโดยคำนึงถึงความต่อเนื่องในการรักษาระดับการผลิตนั้น จำเป็นที่จะต้องมีคนที่มีความรู้ความสามารถด้านปิโตรเลียม ที่รู้ทันเอกชน มาเป็นหัวขบวนในการเจรจาต่อรองและหาระบบสัญญาที่เหมาะสมเพื่อให้รัฐได้ผลประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนายคุรุจิต ถือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและจับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น 

ดังนั้นการนั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงด้วยระยะเวลาที่เหลือเพียง4เดือน จึงเป็นการสานต่อเรื่องที่ทำอยู่ ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ และทำให้นายคุรุจิตมีอำนาจเต็มมือในการตัดสินใจมากขึ้น รวมทั้งการวางคนที่จะมาสานงานต่อเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะสม เพราะในเดือนกันยายน 2558นี้ ไม่ใช่เฉพาะตัวนายคุรุจิต ที่จะเกษียณอายุราชการเท่านั้น แต่ยังมีนางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่จะเกษียณตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามบทบาทของปลัดกระทรวงพลังงาน นอกเหนือจากการเป็นประธานคณะกรรมการปิโตรเลียม แล้ว ยังเป็นประธานคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการผลิตไฟฟ้าและมีผลประโยชน์ที่แฝงไปกับนายทุนกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะและโซลาร์ฟาร์มในหน่วยงานราชการ ดังนั้นจึงเห็นถึงสัญญาณบางอย่างเช่นกันที่พยายามขัดขวางไม่ให้นายคุรุจิตขึ้นเป็นปลัดกระทรวง เพราะเขียนใบสั่งให้ไม่ได้

โค้งสุดท้ายของนายคุรุจิต ว่าจะขึ้สู่ตำแหน่งสูงสุดในชีวิตราชการได้หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะมองถึงผลประโยชน์ของประเทศ หรือผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุน ตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน จึงเป็นดัชนีหนึ่งที่จะชี้วัดความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้