วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องใช้ความอดทนและความโปร่งใส

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในการประชุม คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ

 เกี่ยวกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือพีดีพี 2015 (2558-2579) โดยกล่าวในที่ประชุมว่า “มีความเข้าใจในการทำงานของข้าราชการ ที่ต้องทำงานภายใต้นโยบายของรัฐบาล เพราะบางอย่างถึงแม้จะมีปัญหา แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องทำ จึงขอให้ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวังที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความไว้วางใจจากประชาชน จะใช้อำนาจเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเมื่อเกิดปัญหาจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง”

นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า “ทุกฝ่ายจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะต่างคาดหวังว่าผลที่จะออก จะลดความไม่เข้าใจของคนลงได้บ้าง จึงขอให้ทุกคนใช้ความอดทนในการทำงานและดำเนินการทุกอย่าง เพื่อให้ประเทศเกิดความมั่นคง จากความร่วมมือของประชาชนทุกฝ่าย” ซึ่งคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีแสดงให้เห็นว่าประเด็นพลังงานเป็นเรื่องอ่อนไหว สำหรับสังคมไทย เนื่องจากที่ผ่านมา หลายรัฐบาลมักจะมีข้อครหา ในเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงของฝ่ายการเมืองในธุรกิจพลังงานของประเทศ

ยกตัวอย่างกรณีการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอการแก้กฎหมาย ก่อนที่จะบังคับใช้ แต่เรื่องนี้ได้เกิดการคัดค้านในวงกว้าง แม้รัฐบาลจะพยายามชี้แจงและอ้างว่าใช้เหตุใช้ผลในการออกนโยบาย แต่เนื่องจากความไม่ไว้วางใจของภาคประชาชน ทำให้เกิดกระแสต่อต้านไปทั่ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ว่ารัฐบาลจะได้รับความเชื่อถือหรือความเชื่อมั่นจากประชาชนเพียงไร แต่ประเด็นเรื่องพลังงาน คนมักจะหวาดระแวงอยู่เสมอว่ามีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ปัญหาความไว้วางใจ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับการพัฒนาพลังงานของประเทศ ซึ่งหากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างการยอมรับหรือมีกลไกที่ให้คนเชื่อถือมากพอ ไม่ว่ารัฐบาลจะอ้างว่าทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ และไม่มีผลประโยชน์อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่คนทั่วไปก็ไม่เชื่อ ซึ่งกรณีการคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า แม้กลุ่มคัดค้านจะมีความเชื่อมั่นรัฐบาลในเรื่องอื่น แต่เมื่อออกนโยบายเรื่องพลังงานกลับคัดค้าน อยู่คนละฝ่ายกับรัฐบาล

ดังนั้น การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานของประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้เวลาในการเยียวยา ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในกลไกของรัฐ ซึ่งปัญหาความไว้วางใจถือเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมสมัยใหม่ ไม่เพียงแค่เรื่องพลังงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องการดำรงชีวิตประจำวันทั่วไปด้วย หากรัฐบาลสามารถสร้างให้คนไว้วางใจได้ ประเด็นที่ถูกคัดค้านอย่างหนักจากภาคประชาชน ก็น่าจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือแม้แต่พลังงานนิวเคลียร์

เราเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่ควรใช้อำนาจในการแก้ปัญหาในเรื่องอ่อนไหว อย่างกรณีในเรื่องของพลังงาน และควรต้องใช้ความอดทนกับความเห็นที่แตกต่าง โดยเฉพาะถ้าประชาชนที่เคยได้รับผลกระทบมาแล้วจากโครงการขนาดใหญ่ในอดีตของประเทศ และยังไม่รวมถึงความไม่ไว้วางใจต่อฝ่ายการเมืองที่เคยเข้ามาหาผลประโยชน์ในธุรกิจพลังงานของรัฐ ดังนั้น การสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน จึงต้องใช้เวลาพอสมควร เช่นเดียวกับการสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นกับหน่วยงานรัฐ