วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิปโยคชาวโรฮิงญา คือวิกฤติของอาเซียน

ข่าวร้ายเกี่ยวกับชะตากรรมของชาวโรฮิงญา ยังมีมาทุกวัน ขณะที่การตามไล่ล่าขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทย

 ยังเปิดโปงความชั่วร้ายของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง กับพ่อค้าและข้าราชการท้องถิ่น ที่ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวางเกินกว่าที่ใคร ๆ จะเคยรับรู้มาก่อน

วันก่อน ชาวโรฮิงญาเกือบ 1,000 คน แล่นเรือเข้าฝั่งแถวลังกาวีของมาเลเซีย และอีกราว 600 คนไปอยู่แถว ๆ อาเจะของอินโดนีเซีย

บีบีซีรายงานว่าชาวโรฮิงญากลุ่มหนึ่ง มีจำนวนประมาณ 350 คน บอกผ่านโทรศัพท์ไปถึงนักเคลื่อนไหวคนหนึ่งว่าพวกเขาถูกทิ้ง ไม่มีอาหารกินและน้ำดื่มมา 3 วันแล้ว

โรฮิงญากลุ่มนี้บอกกับคุณคริส เลวา ของโครงการ Arakan Project ซึ่งเป็นองค์กรเอ็นจีโอที่ช่วยเหลือชาวโรฮิงญาทางโทรศัพท์ว่า กลุ่มพวกเขามีผู้หญิง 50 คนและเด็ก 84 คน

นายคริส เลวา บอกกับบีบีซีตอนหนึ่งว่า

“พวกเขาบอกผมว่าเรือลำนั้นเป็นเรือไทยและลูกเรือกับกัปตันเรือเป็นคนไทย พวกเขาลอยลำอยู่ในทะเลมาสองเดือน ก่อนหน้านั้นสองวัน นายเรือและลูกเรือทิ้งเรือ หาเรือลำใหม่ให้กับตัวเอง และเอาชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ไปด้วย เรือของพวกเขาจึงลอยลำอยู่กลางน้ำ...พวกเขาไม่แน่ใจว่าเรือลำนี้ลอยอยู่ตรงไหน อาจจะใกล้กับเกาะลังกาวีของมาเลเซีย พวกเขาพอมองเห็นฝั่ง และมีเรือวิ่งผ่านไปบ้าง แต่แม้จะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ก็ไม่มีใครมาช่วย...”

ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน อินโดนีเซียออกข่าวว่า ได้ผลักดันเรือลำหนึ่งที่มีผู้อพยพหลายร้อยคนที่เชื่อว่ามาจากพม่าและบังกลาเทศ

กองทัพเรืออินโดฯบอกว่า ได้ให้อาหารและน้ำแก่คนที่อยู่บนเรือ จากนั้นก็ส่งออกไปกลางทะเลอีก

เจ้าหน้าที่อินโดฯอ้างว่า ที่ผลักไสให้เรือออกนอกอินโดฯ ก็เพราะคนบนเรือบอกว่าต้องการจะไปมาเลเซีย แต่สำนักงานระหว่างประเทศที่ช่วยเหลือคนเหล่านี้บอกว่าการทำอย่างนั้นเป็นเรื่อง “น่าตกใจมาก” เพราะเท่ากับเป็นการส่งคนเหล่านี้ไปเสี่ยงชีวิตอย่างยิ่ง

IOM หรือ International Migration Agency เป็นหน่วยงานสากลที่คอยช่วยเหลือดูแล คนที่หนีออกจากประเทศเพื่อแสวงหาที่พักพิงในประเทศอื่น เจ้าหน้าที่บอกว่าผู้ลี้ภัยจากพม่าและบังกลาเทศกว่า 8,000 คนกำลังตกอยู่ในสภาพ “ลอยเท้งเต้งกลางทะเล” ไม่มีประเทศไหนยอมรับขึ้นฝั่งเพราะกลัวจะกลายเป็นภาระของตนภายหลัง

โศกนาฏกรรมทำนองเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในยุโรปเช่นกัน ผู้หลบหนีจากประเทศในแอฟริกาเหนือเป็นพันเป็นหมื่น ต้องการจะอพยพทางทะเลไปอิตาลีและประเทศใกล้เคียง จำนวนไม่น้อยเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ แต่ประเทศในยุโรปไม่ยอมให้ขึ้นฝั่ง จึงเกิดกรณีจมน้ำตายเป็นร้อย ๆ ศพ กำลังกลายเป็นวิกฤติ “คลื่นมนุษย์เรือ” ที่สหภาพยุโรปกำลังเผชิญอยู่

รอบ ๆ บ้านเราก็เป็นประเด็นของชาวโรฮิงญาที่รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับ บังกลาเทศก็ผลักออกมา และเมื่อมีกลุ่มค้ามนุษย์เกิดขึ้นในเมืองไทยและประเทศใกล้เคียง ก็กลายเป็นเรื่องราวที่ทารุณโหดร้าย กลายเป็นวิกฤติมนุษยธรรมที่ท้าทายความสามารถการแก้ปัญหาของเราอย่างรุนแรง

ความคิดของ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะขอเชิญประชุมกับพม่าและมาเลเซีย เพื่อร่วมกันแก้ปัญหานี้เห็นทีจะไม่พอเสียแล้ว เพราะขณะนี้ชัดเจนว่าเรื่องโรฮิงญาได้กลายเป็นประเด็นสากล และอย่างน้อยที่สุดสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ชาติ จะต้องจัดให้มีการประชุมพิเศษ เพื่อหามาตรการร่วมในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังและได้ผล ก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงกว่านี้

ไทยต้องเอาจริงกับการลงโทษทุกคนที่พัวพันกับการค้ามนุษย์ และเราจะต้องทำให้เรื่องนี้เป็น “วิกฤติอาเซียน” ที่จะต้องระดมความคิดและทรัพยากรทุกด้านในการช่วยเหลือเกื้อกูลและหาทางออกให้กับชาวโรฮิงญาที่กลายเป็น “บุคคลไร้รัฐอันไม่พึงปรารถนา” ของประเทศต่าง ๆ

เพราะนี่คือปฏิบัติการมนุษยธรรมที่อาเซียนได้เขียนไว้ในกฎบัตร จึงต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำในฐานะเป็นเพื่อนร่วมภูมิภาคที่เผชิญกับปัญหา “มนุษย์” ที่หากไม่แก้ไขทันท่วงทีจะกลายเป็นปัญหา “การเมือง” ที่ระบาดบานปลายกลายเป็นวิกฤติของอาเซียนแน่นอน