ข่าวบอกว่ารัฐบาลเอาจริง เตรียมฟันข้าราชการเอี่ยวทุจริต พบเบื้องต้น 100 ราย
ซึ่งผ่านการตรวจสอบของ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. แล้ว ว่ากันว่ามีระดับอธิบดีและสูงกว่านั้นอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง
ผมหวังว่าจะเป็นความจริง และรอฟังข่าวการ “ฟัน” ข้าราชการคดโกงอย่างใจจดใจจ่อ
เพราะตั้งแต่มีคำประกาศขึงขังของ คสช. เรื่องจัดการคอร์รัปชัน ยังรอให้มีการประกาศลงโทษคนโกง ในแวดวงข้าราชการระดับสูงเป็นตัวอย่างชัดๆ
เห็นเรื่องเอาจริงกับการโกงกินในโครงการจำนำข้าวแล้ว แต่ก็ยังรอว่าจะเปิดโปงรายละเอียดวิธีการโกงกินบ้านเมืองอย่างไรให้ประจักษ์แก่สาธารณะ ที่ว่ารายชื่อข้าราชการพัวพันการทุจริตในโครงการต่างๆ กว่า 100 รายนั้นมาจากการประชุม ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มีรัฐมนตรียุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นประธาน
โดยเป็นการทำงานของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.)
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
รัฐมนตรียุติธรรมบอกว่า 4 หน่วยงานหลัก ที่ดูแลเรื่องทุจริตจะไม่ทำอะไรที่เป็นการรังแกข้าราชการ นายกรัฐมนตรีได้สั่งเสมอว่าต้องมีคุณธรรมจริยธรรม
แต่ขณะเดียวกันท่านนายกฯก็เคยประกาศว่าจะเอาจริงกับการปราบคอร์รัปชัน เพราะนี่เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของประเทศ
ไม่ว่าจะศึกษาวิจัยโดยสำนักวิชาการใด ก็ยืนยันตรงกันว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังเจอกับเรื่องถูกฉ้อฉลโกงกิน ที่ไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลงแม้มีการยืนยันว่าจะมีการลงโทษสถานหนัก
ตรงกันข้าม กลับมาออกข่าวว่าการที่งบประมาณรัฐ ไม่ออกมารวดเร็วตามคำสั่งของนายกฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นเพราะข้าราชการ บางคนบางแห่งจงใจจะไม่ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพราะถูกขู่ว่าถ้ายังมีการรับสินบนจะถูกลงโทษ จึงทำตัว “เกียร์ว่าง” เป็นการแสดงความขัดขืน
คล้าย ๆ กับจะบอกว่าถ้าไม่มี “น้ำมันหล่อลื่น เครื่องจักรก็วิ่งไม่ได้”
โดยที่คอร์รัปชันนั้นเป็นเสมือน “น้ำมันหล่อลื่น” ที่จำเป็นเพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคล่องแคล่วเหมือนที่ผ่านมา
หากเป็นจริงเช่นนั้น นายกฯก็คงสามารถจับได้ว่าจุดไหนที่มีปัญหา จงใจเฉื่อยงานเพราะข้าราชการบางคนไม่ยอมทำงาน ถ้าไม่สามารถจะเรียกร้องสินบนได้
เงินไม่ได้งานไม่เดิน...อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณของโครงการต่าง ๆ เกิดความติดขัดอย่างที่เป็นข่าว
แต่เมื่อนายกฯอาสาเข้ามากวาดล้างบ้านเมืองให้สะอาด และมีอำนาจกว้างขวางเพียงพอที่จะทำความถูกต้องให้ประจักษ์ ก็จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าจะสามารถใช้อำนาจพิเศษต่าง ๆ นั้นกวาดล้างความสกปรกโสโครกของวงการข้าราชการอย่างจริงจัง และถึงลูกถึงคนอย่างที่ประชาชนทั่วไปคาดหวังเอาไว้
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนทำให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วยการปราบคนโกงกินอย่างไม่ไว้หน้า ไม่ว่าจะเป็นคนมีตำแหน่งแห่งหนใหญ่โตเพียงใด ก็จะต้องถูกสอบสวน, ตั้งข้อหา และดำเนินคดีอย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดี ขณะที่หน่วยปราบคนโกงก็สามารถเข้าไปตรวจสอบหาหลักฐานอย่างล้วงลึกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
สีจิ้นผิงออกกฎเหล็กไม่ให้ข้าราชการใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย คบหาพ่อค้า รับเลี้ยงหรูหรา หรือรับของขวัญราคาแพงที่ส่อไปในทางที่อาจจะมีการเอื้อประโยชน์ต่อกัน
อีกทั้งผู้นำจีนยังขอความร่วมมือไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกขอให้จัดการส่งคนที่รัฐบาลจีนมีหลักฐาน ว่าหนีคดีคอร์รัปชันไปต่างประเทศกลับไปประเทศจีน เพื่อดำเนินคดีไม่ว่าจะมีสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกันหรือไม่
เพราะทุกประเทศย่อมจะต้องเห็นพ้องว่าการจะพัฒนาประเทศได้นั้น ต้องจัดการกับคนโกงบ้านโกงเมืองอย่างจริงจังเสียก่อน
คนไทยจะเห็นการ “จับปลาตัวใหญ่” คดีคอร์รัปชั่นให้เป็นตัวอย่างชัด ๆ หรือไม่ ไม่ช้าคงรู้






