วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แผนงานต่อสู้การทำประมงที่ผิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการทำประมงที่ผิดกฎหมายได้เผยแพร่ข้อเขียน

เกี่ยวกับการที่สหภาพยุโรปเป็นผู้นำและมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ว่า ข้อกำหนดของสหภาพยุโรปเรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมาย IUU ถือเป็นนวัตกรรมนำร่องในการใช้เครื่องมือทางกฎหมายต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่ให้สินค้าประมงที่ผิดกฎหมายเข้าไปยังตลาดสหภาพยุโรปได้ ด้วยมาตรการกำหนดให้สินค้าประมงที่จะนำเข้าต้องมีหนังสือรับรองว่าเป็นสินค้าที่จับโดยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง จะมีผลทำให้ประเทศผู้ส่งออกสินค้าประมงไปสหภาพยุโรป ต้องจัดการกับการทำประมงที่ผิดกฎหมายในน่านน้ำของตนหรือโดยเรือประมงของตน


ตามข้อกำหนดเรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมายของสหภาพยุโรปดังกล่าว หากประเทศสมาชิกตรวจพบว่าสินค้าประมงที่จะนำเข้า เป็นสินค้าประมงที่ผิดกฎหมาย ประเทศสมาชิกสามารถกักไม่ให้นำเข้าสหภาพยุโรปได้ โดยในช่วงห้าปีที่ผ่านมามีสินค้าปลาที่จะนำเข้าถูกกักแล้วกว่าร้อยครั้ง นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการจัดการและควบคุมการทำประมงที่ประเทศผู้ส่งออกต้องปฏิบัติ ซึ่งได้แจ้งแนะนำให้บรรดาประเทศผู้ส่งออกทั้งหลาย ต้องปฏิบัติแล้ว เช่น ฟิจิ ปานามา โตโก วานูอาตู เบอลิซ เกาหลีและฟิลิปปินส์ ล่าสุดได้แจกใบเหลืองให้ประเทศไทย และยังได้เปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2558 รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศว่า ได้กำหนดแผนงานต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมายและละอาหารทะเลที่มีปัญหาเพื่อดำเนินการต่อไปขึ้นใหม่แล้ว


จากเอกสารแผนงานต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกาที่มีการเผยแพร่ทางออนไลน์ แผนงานนี้จัดทำขึ้นอันสืบเนื่องมาจากบันทึกของประธานาธิบดี หัวข้อกรอบการปฏิบัติงานที่ครอบคลุมการต่อสู้กับการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะมีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจของประธานาธิบดีขึ้น ที่เรียกว่าPresidential Task Force on Combating IUU Fishing and Seafood Fraud ขึ้นโดยคณะทำงานเฉพาะกิจได้พิจารณากำหนดแผนงานในการปฏิบัติเพื่อต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เสร็จเรียบร้อยแล้ว แผนงานดังกล่าวมีทั้งหมด 15 หัวข้อ หัวข้อที่น่าสนใจคือหัวข้อที่ 14 และ 15 เรื่องการสืบค้นแหล่งที่มาและโปรแกรมการสืบค้นแหล่งที่มา


หัวข้อที่ 14 และ 15 มีหลักการและเหตุผลที่สำคัญคือ เนื่องจากการป้องกันสินค้าประมงที่ผิดกฎหมาย รวมตลอดถึงสินค้าที่ได้มาจากวิธีการทำประมงหรือการผลิตสินค้าที่ผิดกฎหมายไม่ให้เข้าไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐได้ จะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกา การจัดให้มีการบูรณาการ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูล การแบ่งปันข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าประมง จะเป็นก้าวสำคัญในการจัดการกับปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย โดยรัฐบาลกลาง สหรัฐจะร่วมกับมลรัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ปรับปรุงพัฒนาการบังคับใช้โปรแกรมนี้ ให้สอดคล้องกับพันธะของสหรัฐทางกฎหมายระหว่างประเทศและพันธะภายใต้องค์การการค้าโลก


โปรแกรมนี้จะเริ่มใช้กับอาหารทะเลบางชนิดบางประเภท โดยเฉพาะจำพวกที่อยู่ในบัญชีที่เป็นสินค้า ที่เสี่ยงต่อการทำประมงที่ผิดกฎหมาย โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนไปทีละขั้น ขั้นตอนนี้จะเริ่มดำเนินการภายในเดือนตุลาคม 2558


จากการที่สหรัฐได้ประกาศแผนงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปที่รับผิดชอบเรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ได้แสดงความเห็นว่า ถือเป็นชัยชนะที่สำคัญของสหภาพยุโรป และประชาคมโลก เนื่องจากเป็นการผนึกกำลังกันของตลาดสินค้าประมงตลาดใหญ่สุดสองตลาด ในการปิดประตูไม่ให้สินค้าประมงที่ผิดกฎหมายเข้าไปจำหน่ายได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ผู้นี้ได้ให้ข้อมูลด้วยว่า จากการที่สหภาพยุโรปปิดกั้นไม่ให้สินค้าประมงเข้าไปจำหน่ายในสหภาพยุโรปได้ ประเทศผู้ส่งออกบางประเทศได้หันส่งออกไปประเทศอื่นแทน และเรียกร้องว่าลำพังการปิดตลาดสำหรับสินค้าประมงที่ผิดกฎหมายของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ก็ยังไม่สามารถปิดกั้นสินค้าประมงที่ผิดกฎหมายทั้งหมดได้ ประเทศนำเข้าที่สำคัญอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นสมควรร่วมมือใช้มาตรการดังกล่าว เพื่อให้การประมงที่ผิดกฎหมายหมดไป หรือลดน้อยลงไป


ผลจากการที่สหภาพยุโรปได้แจกใบเหลืองให้ไทยเพื่อให้ปรับปรุงการจัดการการทำประมงของไทยให้เป็นไปโดยถูกต้องไม่ให้เป็นการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ในเวลาที่กำหนด มองอีกแง่มุมหนึ่งถือได้ว่าเป็นผลดีกับประเทศไทย เพราะก่อให้เกิดความตื่นตัวของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง หลังจากที่เฉื่อยแฉะเอ้อระเหยลอยชายมาสามสี่ปี เพราะหากไม่ได้รับใบเหลืองก็คงจะเฉื่อยแฉะต่อไป ปัญหาการทำประมงของไทยก็อาจยังไม่ได้รับการแก้ไข


หากเป็นเช่นนั้น เมื่อถึงเวลาที่สหรัฐเริ่มปฏิบัติการตามแผนงานต่อสู้กับการทำประมงที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งหากมีประเทศนำเข้ารายใหญ่ทนแรงกดดันไม่ได้ต้องเอาจริงเอาจังกับการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ประเทศไทยจะกลับลำปรับตัวไม่ทัน จะมีปัญหาไม่สามารถส่งออกสินค้าประมงนอกจากสหภาพยุโรปแล้ว ยังอาจไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ อีกด้วย จะเป็นการเพิ่มปัญหาการส่งออกสินค้าประมงของไทยเป็นทวีคูณ การที่สหรัฐอเมริกาจะเริ่มดำเนินการตามแผนการต่อสู้กับการทำประมงที่ผิดกฎหมายดังกล่าว เป็นสัญญาณเตือนว่าไทยต้องเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาการประมง มิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทยในอนาคตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แน่นอน