ผมไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ มีคนให้ผมดูโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ “เสียวหมี่” (Xiaomi) ที่กำลังร้อนแรง
ครั้นถามว่าจะซื้อได้ที่ไหน เพื่อนคนจีนบอกว่าเขาไม่วางขาย จะซื้อได้ก็เฉพาะทางออนไลน์ และแม้จะเข้าไปในอินเทอร์เน็ตก็หาซื้อยากเพราะขายดีมาก
เพื่อนคนจีนต้องหาคนรู้จักจึงจัดหาให้ผมได้หนึ่งเครื่อง
ทำให้ผมต้องสอบถามว่าไฉน “เสียวหมี่” หรือ 小米ซึ่งแปลว่า “ข้าวฟ่าง” จึงประสบความสำเร็จถึงขั้นที่กำลังจะทาบรัศมีของ Apple ได้
จึงพบว่าซีอีโอของเสียวหมี่ชื่อ เหลยจวิน (雷) วัย 46 คนนี้โด่งดังไม่น้อย มีคนเปรียบเขาเป็น “สตีฟจ๊อปส์แห่งประเทศจีน” ทีเดียว
ปีที่ผ่านมา นิตยสาร Forbes จัดอันดับให้เขาเป็น Businessman of the Year และเป็นเศรษฐีอันดับที่ 201 จากทั้งหมด 400 คนทั่วประเทศจีน
เหลยจวิน เรียนจบวิศวฯ จบจากมหาวิทยาลัยหวูฮั่นปี 1992 ก็ทำงานเป็นวิศวกรของบริษัท Kingsoft โดยได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นซีอีโอในปี 1998 พอถึงปี 2000 เขาออกมาตั้ง Joyo.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายหนังสือซึ่งต่อมาในปี 2004 ขายให้กับ Amazon.com ในราคา 75 ล้านเหรียญหรือ 2,400 ล้านบาท
เมื่อปี 2010 เขาตั้ง Xiaomi Inc เป็นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อผลิตโทรศัพท์มือถือกับ apps สำหรับมือถือและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิค ขณะเดียวกันเขาก็ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีน้อยใหญ่กว่า 20 บริษัทที่มีธุรกิจทางด้านอี-คอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดีย
บริษัทนี้เพิ่งจะเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ Xiaomi ครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2011 หรือประมาณ 4 ปีก่อนนี้เอง แต่สร้างความฮือฮาเพราะสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 ของโลกอย่างน่าตื่นตาตื่นใจเพราะคุณภาพไม่แพ้ใคร แต่ราคาถูกกว่า Samsung และ Apple
หากเทียบจำนวนการผลิตแล้ว เสียวหมี่วันนี้เป็นผู้ผลิตมือถือเบอร์ 3 ของโลก นำหน้า Lenovo ของจีนและ LG ของเกาหลีใต้ที่มาอันดับ 4 และ 5
ในตลาดจีนเอง เสียวหมี่แซงหน้าซัมซุงเมื่อปีที่ผ่านมาในฐานะเป็นผู้ขายมือถืออันดับหนึ่งแล้ว
เมื่อปลายปีที่แล้ว เสียวหมี่กลายเป็นบริษัทแรกเริ่มหรือ start-up ที่มีมูลค่าสูงสุดของโลกหลังจากได้เงินลงทุนเพิ่มรวม 1.1 พันล้านเหรียญ ทำให้คุณค่าของบริษัทได้รับการประเมินที่ 46,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในแวดวงนี้อย่างยิ่ง เพราะไม่เคยมีใครคาดคิดว่าบริษัทเล็ก ๆ แห่งนี้จะสามารถสร้างปรากฏการณ์มหัศจรรย์ในวงการเช่นนี้ได้
เป็นภาพของความคึกคักทางด้านเทคโนโลยีที่ต้องจับตาดูให้ใกล้ชิดเพราะคนรุ่นใหม่ของจีนมีความกระตือรือร้นและมีความรู้ความสามารถในระดับสูง ไม่แพ้โลกตะวันตก
แต่ก่อน จีนมีชื่อเสียงไม่ค่อยดีทางด้านการลอกเลียนหรือขโมยยี่ห้ออื่นมาทำของถูกๆ ขายในประเทศโดยไม่สนใจลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรประเทศอื่น วันนี้จีนเริ่มจะสร้างสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะทางด้านไฮเทคที่สามารถแข่งกับอเมริกา, ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้แล้ว
จากนี้ไปคือการแข่งขันกันอย่างดุเดือดร้อนแรงระดับโลก
วันนี้ เหลยจวินเป็นคนดังคนรวยในแวดวงเทคโนโลยีที่เริ่มต้นด้วยการเลียนแบบสตีฟ จ๊อปส์ในการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือจนวันนี้เขาบอกว่า “เสียวหมี่” มีอะไรมากกว่า “แอ๊ปเปิ้ล” แล้ว
หมายความว่าสตีปจ๊อปส์จากไปแล้ว แต่เขายังมีเวลาจะสร้างนวัตกรรมในวงการนี้อีกนาน!





