และแล้วในท้ายที่สุด, เธอก็ตัดสินใจลงชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวอีกครั้ง... ครั้งนี้เธอพลาดไม่ได้
อายุ 68 หากปีหน้าชนะเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน เธอจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯในวัย 70
ประสบการณ์เพียบ, บารมีตระกูลการเมืองของเธอและสามีบิล คลินตันล้นหลาม แต่เธอไม่อาจจะพลาดได้แม้แต่ก้าวเดียว
เพราะคนชอบเธอมีเกือบทั่วประเทศ แต่คนที่รังเกียจเธอ พยายามสกัดกั้นเธอก็มีไม่น้อย
ฮิลลารี คลินตันใช้ social media ในการประกาศการตัดสินใจจะลงสมัครรับเลือกตั้ง นี่คือยุทธศาสตร์ใหม่ในการเข้าใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ และฟื้นความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนที่หลายค่ายมองว่าเธอไม่เป็นมิตร เข้าถึงยาก และมีอคติต่อสื่อบางสื่อ
วันนี้ ฮิลลารีปรับแผนใหม่หมด เข้าหาประชาชนเป็นกลุ่มย่อย แทนที่จะเน้นการปราศรัยเวทีใหญ่อย่างคราวก่อน อีกทั้งหลังประกาศการตัดสินใจทางโซเชียลมีเดียแล้ว ก็จะบินไปสองเมืองที่มีความสำคัญต่อจิตวิทยาทางการเมืองเรื่องเลือกตั้งขั้นต้นหรือ primary นั่นคือรัฐไอโอวาและนิวแฮมเชียร์ทันที
เพราะใครชนะสองรัฐนี้ในการเลือกตั้งขั้นต้นจะสร้างความได้เปรียบทางความรู้สึกของคนอเมริกันทั่วประเทศ
คราวที่แล้วเธอพลาด, ครั้งนี้ฮิลลารีมองข้ามรายละเอียดอะไรไม่ได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว
ข้อได้เปรียบของเธอคือไม่มีใครไม่รู้จักเธอ และนั่นก็คือข้อเสียเปรียบเช่นกัน เพราะในหลาย ๆ กรณีเมื่อเธอเคยทำอะไรมากมาย, ก็ย่อมจะมีผลงานที่เป็นประเด็นอื้อฉาวทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นในฐานะอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง, อดีตสมาชิกวุฒิสภา, หรืออดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ
เชื่อได้ว่าทันทีที่เธอประกาศลงสนามแข่ง, การขุดคุ้ยของฝ่ายตรงข้ามและคู่แข่งทั้งในพรรคและนอกพรรคก็จะเริ่มต้นทำอย่างเร่งร้อนและเข้มข้น จะไม่มีส่วนไหนของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานการหรือส่วนตัวที่เป็นความลับอีกต่อไป
ที่ปรึกษาการหาเสียงพยายามจะให้ฮิลลารีเปลี่ยนภาพลักษณ์ ให้ชาวบ้านเห็นว่าเธอติดดิน และไม่แสดงท่าทีว่า “ฉันรวย, ฉันดัง, ฉันมีอำนาจ”
แต่คราวนี้เคล็ดลับของการหาเสียงให้ได้ชัยชนะคือการทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่าเธอควรจะได้เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูงสุด เป็นทั้งภรรยาและแม่ที่อบอุ่น และเป็นผู้นำทางการเมืองที่แคร์ต่อความรู้สึกนึกคิดของชนชั้นกลางและชั้นล่าง ไม่เพียงแต่จะคบหาสมาคมกับคนรวยคนดังเท่านั้น
แนวทางการหาเสียงคือเน้นเรื่องปากท้องของชนชั้นกลาง และสวัสดิการสำหรับคนส่วนใหญ่ รวมถึงชนกลุ่มน้อยไม่ว่าจะเป็นลาตินอเมริกัน, คนผิวดำ, ผู้หญิง, เยาวชนที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเดโมแครต
และแน่นอน ภาพลักษณ์ที่จะต้อง “ขาย” ให้ได้คือฮิลลารีเป็น “หญิงแกร่งที่ทำงานให้เกิดผลทางปฏิบัติ” ไม่ใช่เก่งแต่หาเสียงอย่างเดียว
หนังสือที่เธอเขียนเล่มล่าสุด เล่าประสบการณ์การทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศภายใต้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ชื่อ Hard Choices ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
เธอเพิ่งเขียนบทส่งท้าย (Epilogue) ใหม่ที่สะท้อนว่าเธอตัดสินใจสมัครแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว เพราะตอนหนึ่งเธอพูดถึงความสุขของการได้เป็นคุณยายเพราะลูกสาวเชลซีคลอดลูกแล้ว
“การมีหลานคนแรกทำให้ดิฉันคึกคักกระตือรือร้นต่อชีวิตมากขึ้น แทนที่จะทำให้ชะลอจังหวะชีวิตกลับทำให้ดิฉันเร่งฝีเท้าขึ้น...”
หนังสือเล่มนี้แปลเป็นภาษาไทยชื่อ “ชีวิตและทางเลือก” โดยเครือเนชั่น...ใช่ วันนี้, เธอกำลังกำหนดชีวิตของเธอด้วยการเลือกตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้ฮิลลารีพลาดไม่ได้เด็ดขาด






