วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สงครามครั้งสุดท้าย ของฮิลลารี คลินตัน!

และแล้วในท้ายที่สุด, เธอก็ตัดสินใจลงชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวอีกครั้ง... ครั้งนี้เธอพลาดไม่ได้

 อายุ 68 หากปีหน้าชนะเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน เธอจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯในวัย 70

ประสบการณ์เพียบ, บารมีตระกูลการเมืองของเธอและสามีบิล คลินตันล้นหลาม แต่เธอไม่อาจจะพลาดได้แม้แต่ก้าวเดียว

เพราะคนชอบเธอมีเกือบทั่วประเทศ แต่คนที่รังเกียจเธอ พยายามสกัดกั้นเธอก็มีไม่น้อย

ฮิลลารี คลินตันใช้ social media ในการประกาศการตัดสินใจจะลงสมัครรับเลือกตั้ง นี่คือยุทธศาสตร์ใหม่ในการเข้าใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ และฟื้นความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนที่หลายค่ายมองว่าเธอไม่เป็นมิตร เข้าถึงยาก และมีอคติต่อสื่อบางสื่อ

วันนี้ ฮิลลารีปรับแผนใหม่หมด เข้าหาประชาชนเป็นกลุ่มย่อย แทนที่จะเน้นการปราศรัยเวทีใหญ่อย่างคราวก่อน อีกทั้งหลังประกาศการตัดสินใจทางโซเชียลมีเดียแล้ว ก็จะบินไปสองเมืองที่มีความสำคัญต่อจิตวิทยาทางการเมืองเรื่องเลือกตั้งขั้นต้นหรือ primary นั่นคือรัฐไอโอวาและนิวแฮมเชียร์ทันที

เพราะใครชนะสองรัฐนี้ในการเลือกตั้งขั้นต้นจะสร้างความได้เปรียบทางความรู้สึกของคนอเมริกันทั่วประเทศ

คราวที่แล้วเธอพลาด, ครั้งนี้ฮิลลารีมองข้ามรายละเอียดอะไรไม่ได้เลยแม้แต่เรื่องเดียว

ข้อได้เปรียบของเธอคือไม่มีใครไม่รู้จักเธอ และนั่นก็คือข้อเสียเปรียบเช่นกัน เพราะในหลาย ๆ กรณีเมื่อเธอเคยทำอะไรมากมาย, ก็ย่อมจะมีผลงานที่เป็นประเด็นอื้อฉาวทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นในฐานะอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง, อดีตสมาชิกวุฒิสภา, หรืออดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ

เชื่อได้ว่าทันทีที่เธอประกาศลงสนามแข่ง, การขุดคุ้ยของฝ่ายตรงข้ามและคู่แข่งทั้งในพรรคและนอกพรรคก็จะเริ่มต้นทำอย่างเร่งร้อนและเข้มข้น จะไม่มีส่วนไหนของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานการหรือส่วนตัวที่เป็นความลับอีกต่อไป

ที่ปรึกษาการหาเสียงพยายามจะให้ฮิลลารีเปลี่ยนภาพลักษณ์ ให้ชาวบ้านเห็นว่าเธอติดดิน และไม่แสดงท่าทีว่า “ฉันรวย, ฉันดัง, ฉันมีอำนาจ”

แต่คราวนี้เคล็ดลับของการหาเสียงให้ได้ชัยชนะคือการทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่าเธอควรจะได้เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูงสุด เป็นทั้งภรรยาและแม่ที่อบอุ่น และเป็นผู้นำทางการเมืองที่แคร์ต่อความรู้สึกนึกคิดของชนชั้นกลางและชั้นล่าง ไม่เพียงแต่จะคบหาสมาคมกับคนรวยคนดังเท่านั้น

แนวทางการหาเสียงคือเน้นเรื่องปากท้องของชนชั้นกลาง และสวัสดิการสำหรับคนส่วนใหญ่ รวมถึงชนกลุ่มน้อยไม่ว่าจะเป็นลาตินอเมริกัน, คนผิวดำ, ผู้หญิง, เยาวชนที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเดโมแครต

และแน่นอน ภาพลักษณ์ที่จะต้อง “ขาย” ให้ได้คือฮิลลารีเป็น “หญิงแกร่งที่ทำงานให้เกิดผลทางปฏิบัติ” ไม่ใช่เก่งแต่หาเสียงอย่างเดียว

หนังสือที่เธอเขียนเล่มล่าสุด เล่าประสบการณ์การทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศภายใต้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ชื่อ Hard Choices ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

เธอเพิ่งเขียนบทส่งท้าย (Epilogue) ใหม่ที่สะท้อนว่าเธอตัดสินใจสมัครแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว เพราะตอนหนึ่งเธอพูดถึงความสุขของการได้เป็นคุณยายเพราะลูกสาวเชลซีคลอดลูกแล้ว

“การมีหลานคนแรกทำให้ดิฉันคึกคักกระตือรือร้นต่อชีวิตมากขึ้น แทนที่จะทำให้ชะลอจังหวะชีวิตกลับทำให้ดิฉันเร่งฝีเท้าขึ้น...”

หนังสือเล่มนี้แปลเป็นภาษาไทยชื่อ “ชีวิตและทางเลือก” โดยเครือเนชั่น...ใช่ วันนี้, เธอกำลังกำหนดชีวิตของเธอด้วยการเลือกตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งนี้ฮิลลารีพลาดไม่ได้เด็ดขาด