หมีขาวกลับบ้านไปแล้ว แต่เหล่า “แม่ยกลุงตู่” ยังเชิดชูวาทะผู้นำที่ว่าด้วย “เพื่อน” กันไม่จบไม่สิ้่น
แถมมีกลิ่นอายภาษายุคสงครามเย็น ปรากฏในโซเชียลมีเดีย อาทิ “มิตรภาพไทย-รัสเซีย จงเจริญ” หากดวงวิญญาณ “เลนิน-สตาลิน” รับรู้ได้ คงน้ำตาไหลพรากๆ
000 จริงๆแล้ว ไม่มีอะไรมากกว่าไป “การทูตการเมือง” เมื่อ ดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เดินทางมาเยือน “มหามิตร” อย่างสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ก็ถือโอกาสแวะไทย ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย หรือ “รัฐบาลสถานการณ์พิเศษ” ซึ่งนักการเมืองจากมอสโคว์ ตระหนักดีว่า รัฐบาลทหารออกอาการว้าเหว่ อันเนื่องจากสหรัฐ และกลุ่มชาติอียูแทรกแซง
000 ฟากนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ย่อมไม่ปลาบปลื้มนักที่เห็นภาพ “ลุงตู่” จับมือ “เมดเวเดฟ” จึงพยายามส่งเสียง “ตักเตือน” ว่าไทยไม่ควรเป็น “เด็กเกเร” หันไปคบ “มังกร-หมีขาว”เอาไว้ต้านกรงเล็บ “อินทรี” ไทยควรอยู่แบบแทงกั๊ก
000 จะว่าไปแล้ว นักการเมืองเพื่อไทย ก็เป็นพวก “องุ่นเปรี้ยว” ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่า โลกไม่มีสงครามเย็นแล้ว มันมีแต่ “สงครามผลประโยชน์” ของแต่ละชาติ ที่เป็นเสมือนอุดมการณ์ชาติ ดังนั้นในความขัดแย้งที่ปะทุเป็นสงครามอยู่ในโลกเวลานี้ จึงสวมแว่นยุคสงครามเย็นมานั่งอธิบายความไม่ได้แล้ว
000 ขณะเดียวกัน กองเชียร์ คสช. ก็ควรเชียร์กันพอประมาณ เพราะไม่ว่า “มังกร หมีขาวและอินทรี” ล้วนแต่เป็น “อภิมหาอำนาจ” หรือ “พ่อค้ารายใหญ่ของโลก” ฉะนั้น คำว่า “เพื่อน” ในทางการทูต จึงมีมูลค่าแลกเปลี่ยน มันไม่ได้มาฟรีๆ ...การทูตที่ยอดเยี่ยม ย่อมวัดผลกันที่ “การเล่นไพ่การทูต” หรือการรักษาผลประโยชน์ชาติและประชาชน เป็นสำคัญ
000 คนเสื้อแดงคงร้อนรุ่มราวไฟลน เมื่อ คสช.ไม่อนุญาตให้จัดงานรำลึกเหตุการณ์ 10 เมษา ไม่ว่ารูปแบบใดหรือที่วัดใด จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จึงโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า งานทำบุญและระลึกถึงวีรชนที่เสียชีวิต ยกเลิกทั้งหมด...งานนี้มองข้ามช็อตไปได้เลย งานรำลึกพฤษภา 53 และงานทำบุญที่วัดปทุมวนารามฯ รับประกันว่าไม่ได้จัดอีกแน่นอน
000 ภาคประชาชนลุกขึ้นมาแล้ว วานนี้ เครือข่ายผู้บริโภคสื่อประกอบด้วย เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก และเครือข่ายชุมชน ได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของมติที่ประชุม กสท. ครั้งที่ 11/2558 กรณีผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล และการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสท.
000 เครือข่ายภาคประชาชนเห็นว่า มติ กสท.ดังกล่าว มีผลต่อการออก “คำสั่งทางปกครอง” เพื่อกำกับดูแลการประกอบกิจการฯ ตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช.ซึ่งจะกระทบสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญอย่างรุนแรง เพราะเป็นการเปิดทางให้เกิดการควบรวมสื่อ ซึ่งนำมาสู่การครอบงำความคิดของประชาชน และขัดต่อเจตนารมณ์กฎหมายตามมาตรา 31 และ 32 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551
000 ในชั่วโมงนี้ ศึกชิงสื่อไม่ใช่เรื่องของ NMG - SLC เสียแล้ว เพราะภาคประชาชนได้ออกมาส่งเสียงให้จับตาการควบรวมสื่อ ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในอนาคตอันใกล้นี้






