สัปดาห์ที่แล้ว แฟนคอลัมน์ “มุมคิดธนกิจ” ถามถึงรายละเอียดที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมเสวนาในงาน Tisco Wealth Investment Forum
กับทางกลุ่มทิสโก้ ในหัวข้อ ‘เจาะกลยุทธ์การลงทุน สร้างกำไรครึ่งปีหลัง’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับตลาดหุ้นจีน วันนี้ก็เลยอยากจะขอลงรายละเอียดประเด็นที่ได้พูดไปแบบจัดเต็ม รวมถึงบางส่วนไม่มีโอกาสได้ลงรายละเอียดในวันงานเนื่องจากเนื้อหาการบรรยายที่ครอบคลุมในวันนั้นมีเยอะมาก
ก่อนอื่น ต้องบอกว่าตลาดหุ้นจีนถึงช่วงก่อนสงกรานต์ปี 2558 ร้อนแรงทั้งในแง่ของดัชนีและปริมาณการเทรดไม่แพ้อากาศในบ้านเรา โดยจะขอสรุปความร้อนแรงออกเป็น 3 ประการ ได้แก่
หนึ่ง ณ วันพุธที่ 8 เมษายน นับเป็นครั้งแรกของนักลงทุนจีนที่ใช้เม็ดเงินเต็มโควตารายวันเป็นปริมาณเงิน 1.05 หมื่นล้านหยวน หรือ 1.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อหุ้นในตลาดฮ่องกงผ่านโครงการซื้อขายหุ้นระหว่างตลาดหุ้นฮ่องกงและจีน และ นับได้ว่าเป็นสถิติสูงสุดของการซื้อขายหุ้นผ่านโครงการ Shanghai/Hong Kong Stock Connect เท่าที่มีการจัดตั้งมาราว 6 เดือน ที่มากไปกว่านั้น ดัชนีฮั่งเส็งสูงขึ้นในวันเดียวกันร้อยละ 3.8 อยู่ในระดับที่สูงสุดในรอบ 7 ปี
สอง ประธานตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง นายเชา ชุง คอง ได้เปิดการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่ามูลค่าการซื้อขายหุ้นทั้งหมดภายใต้โครงการ Shanghai/Hong Kong stock connect ได้ทำสถิติสูงสุดเช่นกันด้วยมูลค่า 2.99 หมื่นล้านหยวน หรือราว 5 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน และตลาดหุ้นฮ่องกงเองก็ทำสถิติมูลค่าการซื้อขายหุ้นทั้งหมดแตะ 2.52 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือคิดเป็นประมาณ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้ามูลค่าการซื้อขายในปี 2007 ไปเรียบร้อย ดังรูปที่ 1
สาม ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ของจีนในขณะนี้กำลังจะแตะระดับ 4,000 จุด ขึ้นมากว่าร้อยละ 50 นับจากระดับเมื่อไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว ดังรูปที่ 2 โดย หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ได้ให้ความเห็นว่าการที่ตลาดหุ้นจีนขึ้นมาแรงในรอบนี้ สาเหตุหลักมาจากรัฐบาลจีนต้องการเริ่มใช้เม็ดเงินตลาดหุ้นของตนเองเป็นฐานในการลงทุนสู่โครงการต่างๆ ของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกผ่านตลาดหุ้นฮ่องกง ดังจะเห็นได้ว่าเม็ดเงินที่เทรดระหว่างทั้งสองตลาดสูงขึ้นมาอย่างมากจาก 6 เดือนที่แล้ว และคาดว่าจะสูงขึ้นกว่านี้อีก
สำหรับสาเหตุของการฮึดขึ้นมาของรัฐบาลจีนสำหรับการกระตุ้นตลาดหุ้นจีนนั้น มาจากเหตุผล 2 ข้อ ได้แก่
ข้อแรก อัตราผลตอบแทนในการลงทุนภายในประเทศของจีน เข้ามาจุดที่ได้รับผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ ไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ทางการจีนต้องการ
ข้อสอง ซึ่งสำคัญที่สุด ได้แก่ จีนได้เปรียบภูมิภาคอื่น เนื่องจากน้อยคนที่จะเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะกลับมาสู่ภาวะถดถอยได้ ด้วยเหตุผลหลัก คือ รัฐบาลจีนมีเงินเยอะพอที่จะอุ้มเศรษฐกิจหากเกิดอะไรขึ้น และธนาคารกลางจีนก็มีอาวุธทางการเงินครบมือ
อันนำมาซึ่งแนวทางการเล่นหุ้นจีนให้ได้กำไรงามในปี 2015 ตามความเห็นผมนั้น
เศรษฐกิจจีนตอนนี้ มีวัฏจักรของตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีและไม่ดี สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ หนึ่ง เศรษฐกิจดี หรือ Good สอง เศรษฐกิจกลางๆ ทว่าออกไม่ค่อยดีนัก หรือ Bad และ สาม เศรษฐกิจไม่ดี หรือ Ugly โดยดัชนีเศรษฐกิจที่จะบอกว่า Good Bad และ Ugly ได้แก่ การเติบโตของจีดีพี และ ดัชนีหลีเค่อเฉียง (LKQ Index) ซึ่งคร่าวๆ ได้แก่ ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าและดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยค่าอ้างอิงที่จะบอกว่าเศรษฐกิจเป็น Good Bad และ Ugly รวมถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้น แสดงดังตาราง ทั้งนี้ เศรษฐกิจแบบ Good และ Ugly จะเป็นผลดีมากและดีต่อตลาดหุ้นจีนตามลำดับ ในขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่แค่ Bad ไม่เป็นผลดีต่อตลาดหุ้นจีน
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีจะทำให้ผลกำไรบริษัทออกมาดีและไปผลักให้ดัชนีหุ้นสูงขึ้น ส่วนหุ้นที่ผมแนะนำในช่วง Good Economy ได้แก่หุ้นที่เน้นการส่งออกและหุ้นที่มีการเทรดทั้งในจีนและฮ่องกง ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่หรือ Ugly ช่วยให้ทางการจีนผ่อนคลายนโยบายการเงิน การคลัง และกระตุ้นเศรษฐกิจ หุ้นที่ผมแนะนำในช่วง Ugly Economy ได้แก่หุ้นรัฐวิสาหกิจ ประกัน สาธารณูปโภคและพลังงาน
ท้ายสุด สำหรับความเสี่ยงตลาดหุ้นจีนในปีนี้ก็คือ รัฐบาลจีนเปลี่ยนใจไม่ต้องการกระตุ้นตลาดหุ้น ซึ่งก็ยังมีโอกาสเป็นไปได้ สำหรับรายละเอียดมาว่าต่อกันครั้งหน้าครับ
-----------------------------
หมายเหตุ หนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก” เริ่มวางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ






