พฤหัส-มฤตยูร่วมคราส

พฤหัส-มฤตยูร่วมคราส

ฤดูคราสมีนา - เมษา 58 เป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งในทางโหราศาสตร์

เพราะมีปรากฏการณ์ดวงดาวที่สำคัญเกิดขึ้นหลายประการ แต่ที่สำคัญสุดคือคราส 2 ครั้งในช่วงนี้ ได้แก่สุริยคราส 20 มีนาและจันทรคราส 4 เมษา ล้วนเป็น “สรรพคราส” หรือ “คราสเต็มดวง”


คราสเต็มดวงที่เกิดต่อกันภายใน 15 วัน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ครั้งสุดท้ายที่เกิดคือเดือนพฤศจิกายน 2546 ได้แก่ จันทรคราสวันที่ 9 เวลา 8:12 น. ที่ 22 องศา 18 ลิปดาในราศีเมษ และสุริยคราสวันที่ 24 เวลา 5:58 น. ที่ 7 องศา 20 ลิปดาในราศีพิจิก


ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในอีก 18 ปีข้างหน้า คือ สุริยคราสวันที่ 31 มีนาคม 2576 เวลา 00:51 น. ที่ 16 องศา 2 ลิปดาในราศีมีน และจันทรคราสวันที่ 15 เมษายน 2576 เวลา 02:14 น. ที่ 0 องศา 50 ลิปดาในราศีเมษ


สรรพคราส 2 ครั้งภายใน 15 วัน คือ กฎเกณฑ์ในการทำนายสงคราม !


ผ่านสุริยคราส 20 มีนา (และเสาร์วิกลคติพักร์ 14 มีนา) เราพบว่า รัสเซียเตรียมพร้อมระดมสรรพกำลังเข้าสู่ภาวะสงคราม ขณะที่สหรัฐ-นาโต้-ชาติยุโรปตะวันออกก็สั่งสมอาวุธร้ายแรงและกำลังทหารอย่างผิดปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือสงครามในตะวันออกกลาง นอกจากกลุ่ม ISIS - อิรัก - ซีเรียแล้ว เยเมนคือสมรภูมิใหม่ โดยมีคู่สงครามยักษ์ใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมวงด้วย


แน่ใจได้เลยว่า หลังจากจันทรคราส 4 เมษา สถานการณ์คงระอุดุเดือดยิ่งกว่านี้


สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่แค่จันทรคราสเต็มดวง แต่ยังเกิดปรากฏการณ์ดวงดาวที่สำคัญในเวลาใกล้ ๆ กันอีก 3 ประการ ได้แก่


(1) มฤตยูดับร่วมคราส


จันทรคราสเกิดค่ำวันที่ 4 อีก 2 วันต่อมา มฤตยูกุมอาทิตย์สนิท เกิดภาวะ “ดาวดับ (Combustion)” ตำแหน่งมฤตยูดับอยู่ที่ 22 องศา 23 ลิปดาในราศีมีน เล็งจุดจันทรคราส (ที่ 20 องศา 20 ลิปดาในราศีกันย์) สนิทพอดี


ลักษณะเช่นนี้คือ “มฤตยูดับร่วมคราส” พอดี ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก โหราศาสตร์ภารตะเรียกดาวดับร่วมคราสนี้ว่า “ครหจัณฑาล” ซึ่งให้โทษแต่สถานเดียว ยิ่งเป็นดาวใหญ่ ยิ่งให้โทษหนัก


ในอดีต คู่นี้เคยก่อให้เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นในไทย นั่นคือปฏิวัติทักษิณกันยายน 2549 โดยจันทรคราสวันที่ 8 กันยาที่ 21 องศา 3 ลิปดาในราศีกุมภ์ กุมมฤตยู (เพ็ญ) สนิทพอดี และทั้งคู่ทำมุม 90 สนิทกับอังคารเดิม (ทหาร / กองทัพ) ในดวงเมือง พอถึงวันที่ 19 ก็เกิดปฏิวัติ


แผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ที่นอกชายฝั่งตะวันออกในมหาสมุทรแปซิฟิกของญี่ปุ่น ใกล้เมืองเซนไดในเกาะฮอนชู และรวมถึงคลื่นซึนามิที่เข้าถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ก็เกิดจากอิทธิพลมฤตยู-จันทรคราสเช่นกัน


มฤตยูดับบอกถึงอุบัติเหตุ - อุบัติภัยต่าง ๆ มฤตยูอยู่มีน - ธาตุน้ำ พร้อมกับถูกจันทรคราสเล็งสนิท ระมัดระวังเภทภัยเกี่ยวกับน้ำให้มาก หรือภัยอันตรายใหญ่หลวงในดินแดนที่ใกล้น้ำ


(2) คราสกระตุ้นวัฏจักรมฤตยู-พลูโต


ในปัจจุบัน วัฏจักรมฤตยู-พลูโตอยู่ช่วงกึ่งกลางขาขึ้น (Waxing-square phase) ในจังหวะที่ 7 ซึ่งทำมุม 90 กันสนิทในวันที่ 17 มีนาคม 2558 ที่ 21 องศา 14 ลิปดาในราศีมีน-ธนู


จุดจันทรคราสเล็งมฤตยูและทำมุม 90 กับพลูโตสนิท เท่ากับคราสเป็นตัว Trigger ให้วัฏจักรนี้ปลดปล่อยพลังงานมากขึ้นไปอีก พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง (ความหมายของวัฏจักร) ยิ่งทบทวีคูณ


มฤตยูอยู่มีน มีนคือภพ 12 (วินาศ) ของดวงเมืองไทย อันหมายถึงสิ่งที่ปกปิดซ่อนเร้น ความลับ การกระทำในที่ลับ ฯลฯ เมื่อมฤตยูจรภพนี้และทำมุม 90 กับพลูโต เรื่องลึกลับทั้งหลายจึงถูกเปิดโปงออกมา


ภพที่ 12 (มีน) ยังหมายถึงวงการสาธารณสุข ภพที่ 9 (ธนู) คือวงการศาสนา ส่วนราศีกันย์ (ภพ 6) ที่ถูกมุมเล็งจากมฤตยูและมุม 90 จากพลูโต ก็คือวงการตำรวจ ไม่น่าแปลกใจที่เราเห็นการเปิดโปงทุจริต - ความขัดแย้ง - เรื่องลึกลับมากมายจาก 3 วงวิชาชีพนี้


สถานการณ์ในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ยูเครน-รัสเซีย ตะวันออกกลาง การเมืองไทย ฯลฯ ก็จะมีพลวัตสูงขึ้น อันนำไปสู่การตัดสินใจกระทำการบางอย่าง เช่น สงคราม ปรับครม. หรือเปิดโปงขบวนการใต้ดิน ฯลฯ เพื่อลดแรงกดดันและก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไปของวัฏจักร


(3) พฤหัสวิกลคติร่วมคราส


ปรากฏการณ์สำคัญอีกประการที่เกิดใกล้จันทรคราส คือ พฤหัสวิกลคติเสริด (Stationary-direct) หรือพฤหัสหยุดนิ่งเพื่อเดินหน้า (อีกครั้ง) ในวันที่ 8 เมษายน 2558 เวลา 23:02 น.


พฤหัสยกเข้าราศีกรกฎเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2557 เวลา 10:13 น. เดินหน้าเรื่อยมาจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม จึงหยุดนิ่งเพื่อถอยหลัง (วิกลคติพักร์ / Stationary-retrograde) ที่ 28 องศา 34 ลิปดา จากนั้น ก็ถอยหลังเรื่อยมาจนหยุดนิ่งเพื่อเดินหน้าที่ 18 องศา 31 ลิปดาในราศีกรกฎ


พฤหัสวิกลคติใกล้วันคราส (หน้า 7 หลัง 7 วัน) ถือได้ว่า “พฤหัสวิกลคติร่วมคราส” คัมภีร์ “พฤหัสสังหิตา” ว่าไว้ ดาววิกลคติร่วมคราสเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระมัดระวัง เพราะอิทธิพลดาวจะเพิ่มพูนและส่งผลรุนแรงมาก


ที่น่าสนใจคือ จุดวิกลคติทำมุม 120 องศากับจุดจันทรคราสสนิทพอดี มิหนำซ้ำ จันทร์สลับเรือนเกษตร์กับพฤหัสอีกด้วย ถือว่าพฤหัส-จันทรคราสสัมพันธ์กันถึง 3 ชั้น


พฤหัสคือการเติบโต (Growth) และการขยายตัว (Expansion) พฤหัสจะทำให้จันทรคราสมีพลังงานเพิ่มขึ้นมหาศาล พลังงานนี้เมื่อรวมเข้ากับปัจจัยที่ 1 และ 2 ย่อมก่อให้เกิดเหตุการณ์ใหญ่อย่างแน่นอน


แต่เป็นเรื่องดีหรือร้ายล่ะ ? คำตอบคือเป็นได้ทั้ง 2 เรื่อง เรื่องร้ายได้แก่ สงคราม พิบัติภัยธรรมชาติ ฯลฯ เรื่องดีก็เช่น การเปิดโปง - การชำระสะสางเรื่องลึกลับ การทุจริต และขบวนการใต้ดินทั้งหลาย


แล้วในดวงชะตาบุคคล มีโอกาสเกิดเรื่องดี ๆ บ้างไหม ? มีโอกาส จันทรคราสครั้งนี้อาจส่งผลดี (อย่างคาดไม่ถึง) ต่อบางคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องแล้วแต่พื้นดวงกำเนิด (Natal Chart) เป็นสำคัญ


อันที่จริง ยังมีอีก 2 ปรากฏการณ์ที่ร่วมคราสด้วย นั่นคือ “พุธดับ” ในวันที่ 10 เมษายน 2558 เวลา 11:01 น. ที่ 25 องศา 54 ลิปดาในราศีมีน พุธอยู่มีน - เป็นนิจจ์ ให้โทษอยู่แล้ว เมื่อดับในข่าย +/- 7 วันของจันทรคราส ยิ่งให้โทษหนัก พุธดับทับราหูเดิมในดวงเมืองสนิทพอดี อย่าประมาทศัตรูลับของบ้านเมือง


อีกข้อคือพลูโตวิกลคติพักร์ (Stationary-retrograde) ในวันที่ 17 เมษายน 2558 เวลา 7:37 น. ที่ 21 องศา 28 ลิปดาในราศีธนู ทำมุม 90 กับจุดจันทรคราส-มฤตยูและทำมุม 150 กับพฤหัสสนิทพอดีจุดวิกลคติของพลูโตจะกระตุ้นพลังงานของจันทรคราส - วัฏจักรมฤตยู-พลูโต - พฤหัสเสริดขึ้นมาอีกครั้ง มีโอกาสสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่อีกชุดในช่วงนี้


อย่าเพิ่งสรุปหรือตัดความเป็นไปได้ใด ๆ จนกว่าจะสิ้นเดือนเมษา 58 ครับ