ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศภายใต้พลวัตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 6

ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศภายใต้พลวัตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 6

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา สังคมหลายแห่งทั่วโลกมีความรุดหน้าด้านการพัฒนาอย่างมาก

ในขณะที่บางประเทศประสบความสำเร็จในการสร้างปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจ บางประเทศก็ต้องเผชิญเส้นทางขรุขระ ไม่ว่าเส้นทางเป็นเช่นไร การผนวกรวมเข้าสู่การแบ่งงานกันทำระดับโลกในระบบทุนนิยม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณค่าและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ควบคู่มา ก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าสังคมเหล่านี้ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลายสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงถึงรากฐาน ทว่าระเบียบการเมืองของมันกลับไม่ปรับตัวให้ทันต่อความเป็นจริงทางสังคมใหม่ๆ ผลที่ตามมาก็คือ สังคมเปลี่ยนผ่านต้องสั่นคลอนด้วยวิกฤตการณ์ความชอบธรรมและความขัดแย้งทางสังคม ความขัดแย้งในระยะเปลี่ยนผ่านบางประเทศยืดเยื้อยาวนานและนำมาสู่ความรุนแรงนองเลือดและหลายวิกฤตการณ์มีแบบแผนที่คล้ายกันอย่างน่าสังเกตแม้นว่าจะมีบริบททางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ต่างกันก็ตาม


ชนชั้นนำที่มาจากการเลือกตั้งจำนวนหนึ่งตระหนักดีว่า วิกฤตการณ์ของความยุติธรรมทางสังคมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ตนสร้างฐานอำนาจใหม่นอกเหนือเครือข่ายอุปถัมภ์ของชนชั้นนำดั้งเดิม โดยอาศัยการเสนอช่องทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการเลื่อนชั้นทางสังคมออกสู่ต่างจังหวัด นักการเมืองเหล่านี้มอบสิ่งที่ชนชั้นเกิดใหม่ปรารถนาจะได้มากที่สุด นั่นคือ ความหวัง ศักดิ์ศรี การเลื่อนชั้นทางสังคม และโอกาสในการกำหนดชีวิตตัวเอง ด้วยการสนองตอบต่อความคับแค้นและความต้องการของกลุ่มคนชายขอบทางการเมือง นักการเมืองสามารถเปลี่ยนประชาชนหลายล้านคนให้กลายเป็นฐานเสียงที่จงรักภักดี


เอียน เบรมเมอร์ (Ian Bremmer) จำลองแบบแผนของการเปลี่ยนผ่านนี้ด้วย “เส้นโค้ง J” อันโด่งดัง ตามโมเดลนี้ ทันทีที่ประเทศหนึ่งๆ เริ่มเปิดกว้างในด้านระบบการเมือง ความมีเสถียรภาพจะถดถอยลงอย่างรวดเร็ว จวบจนกระทั่งความขัดแย้งแตกแยกหลักๆ ได้รับการคลี่คลายด้วยการประนีประนอมทางสังคมแล้วเท่านั้น ความมีเสถียรภาพก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอีกครั้ง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเปลี่ยนผ่านเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่อาจเกิดความยุ่งเหยิงได้สารพัดอย่าง ความท้าทายของสังคมในระยะเปลี่ยนผ่านทุกสังคมก็คือการก้าวข้ามพ้นความยากลำบากและความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงแห่งสงครามกลางเมืองไปให้ได้ด้วยสันติประชาธรรม


“ความขัดแย้งแดง - เหลือง” ที่ทำให้ประเทศแทบหยุดชะงักและมีรัฐประหารถึงสองครั้งในรอบแปดปี มิใช่ลักษณะเฉพาะที่มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น อันที่จริงประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่เคยผ่าน “ยุคเปลี่ยนผ่าน” ก่อนที่จะปรับระเบียบการเมืองและเศรษฐกิจให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่ทางสังคมได้สำเร็จ บางประเทศมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการอภิวัฒน์สังคมด้วยความรุนแรง บางประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงด้วยการปฏิรูปอย่างสันติภายใต้ระบอบประชาธิปไตย


สังคมไทยพร้อมมากน้อยแค่ไหนกับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในช่วงปลายปี พ.ศ. 2558 ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ การปฏิรูปประเทศอย่างเหมาะสมบนฐานแห่งองค์ความรู้และฐานงานวิจัยจะทำให้คนไทยมีความพร้อม เมื่อมีความพร้อมทั้งในระดับประเทศ องค์กรและประชาชนย่อมทำให้การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจคราวนี้เป็นการเปิดหน้าต่างแห่งโอกาสอย่างกว้างขวางให้กับคนไทย ด้วยตลาดขนาดใหญ่ประชากร 600 ล้านคน โอกาสทางการค้า การลงทุน การทำงานที่กว้างขวางมากขึ้น แต่หากประเทศไม่มีการปฏิรูปทางด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมที่ดีพอ การปฏิรูปประเทศที่จะตอบสนองต่อพลวัตประชาคมอาเซียนต้องสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ยุทธศาสตร์การสร้างประชาธิปไตยจึงมีความสำคัญ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวต้องเริ่มต้นจากการตระหนักถึงความอสมมาตรทางโครงสร้างของดุลอำนาจระหว่างกลุ่มต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยกับกลุ่มที่ต้องการรักษาสถานภาพเดิม


ประชาคมอาเซียนพยายามก้าวตามรอยสหภาพยุโรป (European Union) โดยยังคงยึดถือแนวคิดดั้งเดิมเรื่องการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก (Non-interference) และกระบวนการตัดสินใจบนพื้นฐานฉันทามติ (Consensus) กฎบัตรอาเซียนมีความแตกต่างจากสนธิสัญญาจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรปใน 3 ประการได้แก่


ประการแรก การจัดตั้งตลาดร่วมสหภาพยุโรป (Common market) จำเป็นที่จะต้องตรากฎหมายหลายฉบับออกมารองรับการเคลื่อนย้ายของสินค้า บริการ การลงทุนและปัจเจกบุคคลระหว่างประเทศสมาชิกสนธิสัญญาจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรปซึ่งได้มีการแก้ไขในปี 1986 จึงเปลี่ยนแปลงวิธีการลงคะแนนเสียงเพื่อตรากฎหมายในคณะมนตรีสหภาพยุโรป (Council of the European Union) จากฉันทามติสู่การตัดสินใจโดยเสียงข้างมาก (Qualified Majority Voting) แต่กฎบัตรอาเซียนยังคงบัญญัติให้การตัดสินใจของประชาคมอาเซียนอยู่บนพื้นฐานของการหารือ (Consultation) และฉันทามติ


ประการถัดมาสนธิสัญญาจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรปได้ให้อำนาจแก่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ในการพิทักษ์รักษาการปฏิบัติตามกฎหมายสภาพยุโรปของประเทศสมาชิก หากประเทศสมาชิกฝ่าฝืนหรือไม่อนุมัติการหรือนำกฎหมายของสหภาพยุโรปไปบังคับใช้ประเทศภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถมีมาตรการลงโทษประเทศสมาชิกที่ไม่ปฏิบัติตามพันธกิจดังกล่าว แต่สำนักเลขาธิการอาเซียน ไม่สามารถลงโทษประเทศสมาชิกได้ แม้ว่ากฎบัตรอาเซียนจะจัดตั้ง ประการสุดท้าย สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก โดยมีการจัดตั้งศาลยุติธรรมแห่งประชาคมยุโรป (Court of Justice of European communities) ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (Court of Justice of European Union) เพื่อตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำโดยองค์กรภายในสหภาพยุโรป ประเด็นความแตกต่างข้างต้นล้วนตั้งอยู่บนวิถีอาเซียน (ASEAN Way) ซึ่งส่งผลให้พื้นฐานการรวมกลุ่มของประเทศสมาชิกแตกต่างไปจากสหภาพยุโรปที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานร่วมกัน ประชาชนนับถือศาสนาเดียวกัน และปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน แต่ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนมีมติที่หลากหลายทั้งทางด้านสังคม วัฒนธรรม และการเมือง กฎบัตรอาเซียนทำให้ประชาคมอาเซียนมีพัฒนาการก้าวไปอีกระดับหนึ่งแต่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจต้องอาศัยระบบกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เฉียบขาด และการระงับข้อพิพาทที่โปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งกฎบัตรอาเซียนฉบับปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองสิ่งจำเป็นพื้นฐานเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากนี้ ประเทศสมาชิกยังคงรักษ์และหวงแหนอธิปไตยของรัฐและมองประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญที่สุด อันเป็นอุปสรรคแก่การพัฒนา AEC ให้เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น [1]


ยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศภายใต้พลวัตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังต้องอาศัยองค์ความรู้และการศึกษาวิจัยอีกมากเพื่อให้ได้ยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปที่ดีที่สุดและสร้างโอกาสให้กับคนไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


บรรณานุกรม
ASEAN Focus “การเปิดภาคบริการ การเปิดเสรีภาคการเงินและการเคลื่อนย้ายเงินทุนภายใต้ประชาคมอาเซียน” คอลัมน์พลวัตเศรษฐกิจ AEC 2015
Marc Saxer “In the Vertigo of Change: How to resolve Thailand’s transformation period” Friedrich Ebert Stiftung 2015
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา “เดินหน้าอาเซียนกับ ITD” กันยายน 2557
อนุสรณ์ ธรรมใจ “ปฏิรูปเศรษฐกิจก่อนวิกฤติย้อนรอย” สำนักพิมพ์สุขภาพใจ ธันวาคม 2553


อนุสรณ์ ธรรมใจ “พลวัตเศรษฐกิจศตวรรษ 21 สู่ยุคเปลี่ยนผ่าน” สำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 2556
อนุสรณ์ ธรรมใจ เอกสารงานสัมมนา ผลของเขตเศรษฐกิจพิเศษต่อเศรษฐกิจและการลงทุน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

------------------------
[1] ปภาวดี ธโนดมเดช, “เดินหน้าอาเซียนกับ ITD” สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา กันยายน พ.ศ.2557, กรุงเทพฯ.