Green Innovation - นวัตกรรมสีเขียว

Green Innovation - นวัตกรรมสีเขียว

มีแนวทางพัฒนานวัตกรรมที่น่าสนใจและเป็นแนวทางใหม่สำหรับบริษัทที่ต้องการแสดงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม นั่นคือ การพัฒนานวัตกรรมสีเขียว

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ ที่มักเรียกกันย่อยๆ ว่า โออีซีดี (OECD หรือ Organisation for Economic Co-operation and Development) ได้อธิบายว่า

“นวัตกรรมสีเขียว” หมายถึง การสร้างสรรค์หรือการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ หรือการพัฒนาของเดิมให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึง กระบวนการผลิต วิธีการทำการตลาด การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรหรือการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานทางธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่จงใจหรือไม่จงใจให้เกิดขึ้นก็ได้ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นกว่าทางเลือกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (OECD, 2009)

ด้วยแรงผลักดันของธุรกิจน้อยใหญ่ที่ต้องการสร้างหรือเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน โดยใช้แนวคิดของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเป็นโจทย์ใหญ่ เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่ควบคู่ไปได้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไปได้ยาวนาน

ทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมที่อาจเคยได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่สิ้นเปลือง หรือสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ภายหลังหมดอายุใช้งานแล้วจะกลายมาเป็นขยะพิษ สร้างปัญหา หรือเป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อมในภายหลัง ต่างก็หันมาเป็นเป็นผู้นำในด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับแนวหน้าด้วยความมุ่งมั่น

เพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์หรือทัศนคติเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับกิจการ ซึ่งจะสั่นคลอนความยั่งยืนในระยะยาวของธุรกิจ

บริษัทของไทยเราหลายๆ บริษัทก็ได้นำแนวคิดของการสร้างความยั่งยืนด้วยความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ ผ่านกลยุทธ์การสร้าง “นวัตกรรมสีเขียว” และมีผลงานโดดเด่นจนได้รับการยกย่องให้นำผลประกอบการและแนวคิดความยั่งยืน เข้าสู่ระบบการจัดทำดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ ที่เป็นที่รู้จักกันในนาม ดัชนี DJSI หรือ ดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Index)

ในปีที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 10 แห่ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการจัดอันดับในดัชนี DJSI ซึ่งได้แก่บริษัทในกลุ่มของ ปตท. จำนวน 5 บริษัท คือ บมจ. ปตท. ปตท.ผลิตและสำรวจ ไทยออยล์ ปตท.โกลบอลเคมิคัล และ ไออาร์พีซี รวมถึง บมจ. บ้านปู บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา บมจ. ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น

บมจ.ไมเนอร์อินดัสตรีส์ และ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งมีทั้งบริษัทที่ติดอันดับในระดับโลก และในระดับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

ผมมีโอกาสได้สนทนากับ คุณชนิดา สัณหกร ประชาสัมพันธ์ของ บมจ.ไออาร์พีชี จึงได้ตัวอย่างของการทำนวัตกรรมสีเขียวที่เป็นความคิดริเริ่มของบริษัทคนไทยและประสบความสำเร็จอย่างดีมานำเสนอในบทความนี้

ไออาร์พีซี แม้ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แต่ก็ได้ได้ปรับตัวสู่เส้นทางของนวัตกรรมสีเขียวโดยไม่ชักช้า ด้วยการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตเม็ดพลาสติก เพื่อตอบโจทย์ความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนอง

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปสู่การหันมาให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยแต่เดิมบริษัททำการผลิตเม็ดพลาสติก ABS ซึ่งมีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์นี้มาจากวัตถุดิบที่เป็นสารปิโตรเคมีล้วนๆ แต่ในปัจจุบัน ได้มีการคิดค้นและวิจัยเพื่อนำยางธรรมชาติมาทดแทนการใช้ยางสังเคราะห์ในเม็ดพลาสติกขนิด ABS ได้เป็นรายแรกของโลก และให้ชื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนี้ว่า เม็ดพลาสติก POLIMAXX Green ABS

"นวัตกรรมสีเขียวนี้ นำไปสู่การคิดค้นเม็ดพลาสติกที่เกิดจากจินตนาการที่มีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนชาวสวนยางพารา โดยรอบโรงงานที่จังหวัดระยอง จนนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำเอายางธรรมชาติมาทดแทนการใช้ยางสังเคราะห์ได้ 10 - 40% ของปริมาณยางสังเคราะห์เดิม ซึ่งยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ทนทานไว้อย่างครบถ้วน”

ล่าสุด IRPC ได้ร่วมกับ บริษัท บลูไล้ท์ อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตกระเป๋าและอุปกรณ์เดินทางชั้นนำของประเทศภายใต้แบรนด์ “คาจิโอนี่ (CAGGIONI)” ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทางที่ทำจากเม็ดพลาสติก Green ABS ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อีกด้วย

จากกระแสสังคมสีเขียวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นแรงผลักดันในธุรกิจจำเป็นที่จะต้องลงทุนเพื่อการค้นคว้าวิจัยในทิศทางของนวัตกรรมสีเขียว ให้มากขึ้น IRPC ได้ก้าวต่อไปเพื่อสนองตอบความต้องการและความตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ได้ประสบความสำเร็จในการสร้างวัสดุชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติคล้ายไม้จริงตามธรรมชาติ

ด้วยการนำผงไม้ มาผสมกับพลาสติกประเภทต่างๆ แล้วนำไปขึ้นรูปด้วยกระบวนการขึ้นรูปของพลาสติก กลายเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานเพื่อทดแทนไม้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน ขอบประตูหน้าต่าง และ งานพื้น เนื่องจากคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าไม้จริง นั่นคือ ทนทานต่อการกัดกร่อนของสภาวะแวดล้อม เช่น น้ำทะเล น้ำเสีย สารเคมี แสง รังสี UV และยังยากต่อการผุพัง ทนความชื้น ไม่ดูดซับน้ำ ไม่บวม ทนต่อการเกิดเชื้อราและปลวก มีความอ่อนตัว ยืดหยุ่น สูงกว่าไม้ ทำให้ง่ายต่อการนำมาขึ้นรูป แต่ยังคงความแข็งแรง และช่วยประหยัด โดยเศษเหลือใช้ที่เกิดจากการขึ้นรูป สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า

นวัตกรรมสีเขียวที่น่าสนใจอีกผลงานหนึ่งของ IRPC ก็คือ การนำสีสกัดจากธรรมชาติ มาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเม็ดพลาสติก ชนิด PP (พอลิโพรพิลีน) ที่เดิมต้องแต่งสีด้วยการใช้เม็ดสีที่ทำมาจากสารโลหะหนักต่างๆ ทำให้ได้ เม็ดพลาสติกที่มีสีสันสดใส เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดสารโลหะหนักตกค้างในเม็ดพลาสติกที่จะนำไปใช้ผลิตต่อเป็นเครื่องใช้พลาสติกต่างๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตโดยทั่วไปของผู้บริโภคทั่วไปเป็นจำนวนมาก

จะเห็นได้ว่า นวัตกรรมสีเขียว ที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนไดออกไซด์ ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษโดยใช้วัสดุธรรมชาติมาแทนวัสดุที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

จะเป็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ในโลกยุคใหม่ต่อไปอย่างแน่นอน