“บิ๊กตู่” ทุบกระจก

“บิ๊กตู่” ทุบกระจก

สำหรับคำว่า “เทศน์นอกธรรมาสน์” มีความหมายว่า ครูอบรมสั่งสอนศิษย์ หรือ ญาติผู้ใหญ่อบรมสั่งสอนลูกหลาน

 อาจเปรียบได้กับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งสอนนักข่าวภาคสนามนานเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนบินไปเยือนบรูไน

 

000 ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “บิ๊กตู่” เทศนาสั่งสอนนักข่าว แถมโวยไปที่ต้นสังกัด เหมือนสำนวนที่ว่า ตีวัวกระทบคราด ซึ่งต้นเหตุของเรื่องนี้ น่าจะมาจากเสียงวิจารณ์ ความขัดแย้ง ในทีมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ รวมถึงสื่อบางสำนักพยายามจะ “ปักธง” ว่าเหตุระเบิดหรือการพบอาวุธซุกซ่อนในป่า เป็นการจัดฉากของฝ่ายความมั่นคง จึงทำให้นายกฯ เบรกแตก ถึงขั้นต้องใช้คำว่า “จวกสื่อ” พาดหัวตัวไม้

 

000 นายกรัฐมนตรีไทยในอดีต มีเพียง สมัคร สุนทรเวช ที่กล้าต่อปากต่อคำกับนักข่าวชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม แต่ในชั่วโมงนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” มาแรงกว่า ถึงขึ้นเปิดศึกกับหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ 2 ขั้วความคิด และขานชื่อ สองคอลัมนิสต์ ชื่อดังในปีกคนเสื้อเหลือง โดยท้าให้มาบริหารประเทศ

 

000 ประสบการณ์จากถนนการเมืองไทย ยามใดที่ ผู้นำรัฐบาล เปิดศึกกับสื่อ อาจส่งสัญญาณให้เห็นถึง ภาวะขาลง ของรัฐบาล แต่ในยุคที่อุดมไปด้วย สื่อเลือกข้าง และ มวลชนเลือกขั้ว นั้น ข้อสมมติฐานเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้กับกรณี “ทหารทุบกระจก” ในวันนี้ เนื่องจากยังมี “สื่อ” อีกจำนวนไม่น้อย ที่พร้อมจะปกป้องนายกฯ ลุงตู่

 

000 ผ่านจากเรื่องผู้นำรัฐบาลทะเลาะกับสื่อ ก็มาถึงศึกชิงสื่อระหว่าง NMG กับกลุ่ม NEWS-POLAR หรือ SLC และ WAT เดิม...ปฏิกิริยาจากที่ประชุม กสท. กรณีมีมติให้บริษัทโซลูชั่นฯ (SLC) เจ้าของช่องข่าวสปริงนิวส์ ได้เข้าซื้อหุ้นของเนชั่นฯ (NMG) ผู้ถือหุ้นใหญ่ช่องข่าวเนชั่นได้เกิน 10% ด้วย มติ 2-2-1” ซึ่ง สุภิญญา กลางณรงค์ กสท.เสียงข้างน้อย ถึงกับบอกว่าเป็นมติโลกตะลึงของ กสท. และจะสร้างแรงกระเพื่อมกลับมาที่ กสทช. เพราะมีคำถามถึงระเบียบการประชุมว่าถูกต้องหรือไม่ กรณีงดออกเสียง

 

000 มิหนำซ้ำ “สุภิญญา” ยังแสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ว่า “ผลกระทบต่อช่องเนชั่นและสปริงนิวส์ อาจกลายเป็นเรื่องเล็ก ถ้าเทียบกับความเคว้งคว้างของกติกา”...คำว่า ความเคว้งคว้างของกติกา ส่อเค้าว่าจะกลายเป็นการปลุกยักษ์หลับ เมื่อผู้ประกอบการรายช่องทีวีดิจิตอลรายใหญ่ เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอความชัดเจนของกติกา

 

000 ข่าวฝากก่อนจบ วันที่ 26 มีนาคมนี้ คณะผู้บริหาร บมจ.เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป นำโดย สุทธิชัย หยุ่น ,เสริมสิน สมะลาภา, ดวงกมล โชตะนา, อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ และ พนา จันทรวิโรจน์ จะเดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นเนชั่้นทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงปี 2557 เป็นต้นมา เนื่องจากปรากฏว่า มีการเข้ามาซื้อหุ้นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความผันผวน จนทำให้ผู้ลงทุนทั่วไปของบริษัทเสียผลประโยชน์ได้

 

000 คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ยามนี้ มีกระแสความเคลื่อนไหวของคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์หลายฉบับ พร้อมการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเครือเนชั่น ที่มุ่งกดดันให้เกิดภาวะร้าวฉาน แยกทีมบริหารเนชั่นเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มสุทธิชัย และ เสริมสิน ...แต่ในวันที่ไปพบดีเอสไอ ผู้บริหารเนชั่น คงจะแสดงให้ทุกฝ่ายเห็นว่ายังเป็น “เอกภาพ” พร้อมปกป้ององค์กร