มาตรการสังคม จัดการนักการเมืองเลวได้ไหม?

มาตรการสังคม จัดการนักการเมืองเลวได้ไหม?

มีคนถามว่า “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” ที่จะเกิดขึ้นด้วยกฎหมายอย่างเป็นทางการจะกลายเป็น “ยักษ์ไร้กระบอง”

หรือ “เสือกระดาษ” หรือไม่?

เป็นคำถามที่น่าจะคาดได้ล่วงหน้าแล้ว เพราะคำว่า คุณธรรมในสังคมไทยได้สึกกร่อนไปมาก ถึงขั้นที่คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่า ศรีธนญชัยมีน้ำหนักมากกว่า คุณธรรมหรือ จริยธรรมด้วยซ้ำ

แนวคิดเรื่องตั้งกลไกระดับชาติที่มีกฎหมายรองรับ เพื่อปกป้องมาตรฐานคุณธรรมจึงควรจะได้รับการสนับสนุน

เพราะอย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ว่าประเทศไทยสามารถใช้ มาตรการสังคม หรือ social sanctions เพื่อปกปักรักษา “คุณธรรม” และจัดการกับข้าราชการหรือนักการเมืองรวมไปถึงทุกคนที่อาสามารับใช้ชาติได้อย่างจริงจังอย่างที่หลาย ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้วสามารถทำได้หรือไม่

ตามเอกสารการตั้ง สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ จะให้อำนาจองค์กรนี้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูง กรรมการในองค์กรตรวจสอบในการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ นักการเมืองท้องถิ่น สอบทานการปฏิบัติตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ของบุคคลและ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย

รายละเอียดที่ได้ออกแบบไว้ สำหรับการตั้งองค์กรอิสระนี้คือ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตราพ.ร.บ. สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ... ก่อนจะมีการตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อทำหน้าที่รณรงค์ทางสังคม ฟื้นฟูแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และธรรมาภิบาล ให้เกิดผลต่อการปฏิรูป ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ โดยให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554

ตามรูปแบบที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร โครงสร้างของคณะกรรมาธิการสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ 5 คน ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ โดยการแนะนำของวุฒิสภา ส่วนที่ประชุมสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ จะมาจากตัวแทนภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ที่ไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน จำนวนไม่น้อยกว่า 55 คน ทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลของบุคคล และองค์กรข้างต้น และจัดกระบวนการสอบทานการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าว โดยมีการลงมติการตัดสินพฤติกรรม และประกาศรายงานข้อมูลต่อสาธารณะ โดยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

เท่ากับเป็นการใช้มาตรการทางสังคม และมาตรการทางกฎหมายควบคู่กันในการกำกับ ควบคุม คุณธรรม จริยธรรม ขจัดการทุจริต คอร์รัปชันของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เพราะเชื่อว่าเดิมได้ใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นหลัก แต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควรเพราะกฎหมายมีช่องโหว่ และผู้มีอำนาจก็ใช้วิธีสารพัดเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายได้ คำว่า คุณธรรม จึงไร้ความหมายหากใช้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว

คณะกรรมการสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ทั้ง 5 คน และที่ประชุมสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ จะไม่มีเงินเดือน มีแต่เบี้ยประชุม และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นกับค่าตอบแทน

ด้านการบริหาร จะใช้ศูนย์คุณธรรมเป็นสำนักงาน และทุนรายได้ทรัพย์สิน จะมาจาก เงินและทรัพย์สินที่โอนมาจากศูนย์คุณธรรม เงินอุดหนุนทั่วไป ที่รัฐบาลจัดสรรให้รายปี และเงินอุดหนุนจากเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นจากต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ หรือเงิน หรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้

  นี่จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะพิสูจน์ว่าประเทศไทยสามารถใช้ มาตรการสังคมแก้ปัญหาของตนเองอย่างที่อารยะประเทศอื่น ๆ ได้ทำสำเร็จมาแล้วหรือไม่