ทำไม? “ประยุทธ์” สั่งถอยเก็บภาษีบ้าน

ทำไม? “ประยุทธ์” สั่งถอยเก็บภาษีบ้าน

กระแสที่ไม่เห็นด้วยกันแนวนโยบายของรัฐ ที่ร้อนแรงขณะนี้ เห็นทีจะหนีไม่พ้น

 ประเด็น การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้กลายเป็นเสียงวิพากวิจารณ์อย่างหนัก ดูเหมือนจะแพร่กระจายไปทุกกลุ่ม ที่ไม่เห็นด้วยนับวันจะรุนแรงขึ้น

ความไม่เห็นด้วยของผู้คนคงไม่ใช่อื่นใด แต่เป็นเพราะความไม่ชัดเจนของกระทรวงการคลังนั่นเอง ที่ดูเหมือนชักเข้า..ชักออก แทบหาความชัดเจนเรื่องนี้ไม่ได้เอาเสียเลย

ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่การสร้างความสับสนจนนำไปสู่กระแสคัดค้านอย่างเห็นชัด จะด้วยความอ่อนหัดของกระทรวงการคลังหรือไม่อย่างไร หรือเป็นเพราะมีกลุ่มคนไม่ต้องการสร้างความชัดเจน ไม่ต้องการให้ ผู้มีพระคุณ ต้องมารับภาระภาษีส่วนนี้ หรือไม่ก็ผู้รับผิดชอบคงจะอ่อนหัดประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจเหตุผลการเก็บภาษี จนเปิดช่องให้ผู้ที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีออกมาร่ายยาวไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน

เท่าที่ติดตามเรื่องนี้มาเห็นชัดเจน ว่ามีแต่เรื่องสับสน อย่างกรณีของการจะเรียกเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะ บ้าน จะเก็บอัตราเท่าไหร่ ก็ยังไม่มีความแน่นอน การให้สัมภาษณ์ของผู้รับผิดชอบ ดูเหมือนเลื่อนลอย กับข้อเท็จจริง หนักไปทางโยนหินถามทาง

วันหนึ่งบอกยกเว้นบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี อีก 2-3 วันถัดมาบอกบ้านราคาไม่เกิน1.5 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี อ้าว! อยู่ๆบอกจะปรับใหม่บ้านไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี แล้วตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ นี่เป็นตัวอย่างความไม่ชัดเจน

จริงๆ เรื่องนี้ถ้าไม่ชัดเจนหรือยังไม่ตกผลึก ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะออกมาพูด เพราะมันเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนผู้เสียภาษี โดยเฉพาะคนชั้นกลาง ที่ไม่อยากเสียภาษี มองว่ามันเป็นภาระ ยิ่งถ้าพวกประเภทมีบ้านแพงๆ มีที่ดินมากๆ คนพวกนี้ยิ่งไม่อยากเสีย

เรื่องอย่างนี้หากทำให้ชัดเจนเสียแต่แรก ความเข้าอกเข้าใจของผู้คนคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่นี่ดันพูดกันไม่รู้จบ ทั้งๆที่ความเป็นจริงยังไม่รู้เลยว่าจะเก็บภาษีแบบไหน

สองสามวันก่อนก็เห็น กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว บอก "รู้สึกหดหู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจในการบริหารเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่อง ภาษี อย่างถ่องแท้ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ ความไม่เข้าใจของผู้ผลักดันนโยบายได้

เช่นเดียวกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี บอกว่าแนวคิดที่กระทรวงการคลังกำหนดว่า จะคิดภาษีจากมูลค่าทรัพย์สินและที่ดิน เป็นการคิดแบบ ทุนนิยม ไม่ตรงเป้าหมายการลดความเหลื่อมล้ำ อาจเกิดปัญหาทางอ้อมกลายเป็นการบีบให้ประชาชนที่ไม่ใช่คนรวย แต่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีราคาต้องย้ายจากที่อยู่อาศัย เนื่องจากไม่สามารถรับภาระที่จะเกิดขึ้นได้ อยากให้รัฐบาลทบทวนหลักคิด

จากความไม่ชัดเจนจนเกิดกระแสต่อต้าน เรื่องอย่างนี้คงหนีความรับผิดชอบของ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ กระทั่งการประชุมร่วมระหว่างประธานและฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการขับเคลื่อนชุดต่างๆ 5 คณะ เมื่อวานนี้ เกิดอะไรขึ้นทำให้ นายกฯประยุทธ์ ถึงกับต้องสั่งกลางวงประชุมให้ชะลอการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปก่อน พร้อมกับบอกว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเหมาะสม ไม่ต้องการให้กระทบต่อประชาชน

นายกฯประยุทธ์ ยังให้ผู้เกี่ยวข้องไปศึกษาระบบภาษีของประเทศอื่นๆ ว่าระบบภาษีของเขาเป็นอย่างไร ต่างจากของเราอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรายได้งานมาเป็นระยะ

การประกาศชะลอหรือหยุดเดินหน้าเรื่องที่เป็นนโยบายของรัฐบาลเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องแรก เพราะเมื่อเร็วๆนี้ นายกฯประยุทธ์ ก็ได้ตัดสินใจชะลอการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รองที่ 21 ออกไป อันเนื่องมาจากกระแสที่ไม่เห็นด้วย ที่กำลังขยายวง

การประกาศอะไรออกมาจนทำให้เกิดเสียงคัดค้าน อาจมองได้หลายแง่มุม มุมหนึ่งรัฐบาลใจกว้างยอมรับฟังความเห็นของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย หากเป็นอย่างนี้ก็ต้องยอมรับใน สปิริตรัฐบาล ที่ใจกว้าง รับฟังความเห็นและความเดือดร้อนของประชาชน

 หากสิ่งที่ต้องหยุดชะงักกลางคันอย่างนี้ เป็นเพราะความสับสน ความไม่ชัดเจน หรือความไม่พร้อมในข้อมูลของผู้ที่รับผิดชอบ มีหวังต่อไปรัฐบาลคิดนโยบายอะไรออกมา คงมีแต่กระแสต้านละครับท่าน..