ลุ้นดัชนีหุ้นขยับรับ กนง. ลดดอกเบี้ย

ลุ้นดัชนีหุ้นขยับรับ กนง. ลดดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นไทยช่วงต้นเดือนมีนาคม ดัชนีแกว่งตัวเพื่อหาฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่ากำลังจะทยอยลดลง

             ขณะที่มีปัจจัยสำคัญที่น่าจะมีอิทธิพลกับตลาดหุ้นอีกครั้งคือ การที่คณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ในการประชุมวันนี้ (11 มี.ค.2558)

            จากสำรวจความคิดเห็นของโบรกเกอร์รายใหญ่ พบว่า มีการประเมินกันว่าการประชุมในครั้งนี้ กนง.มีความเป็นไปได้ที่กนง. จะประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ระดับ 1.75% เนื่องจากปัจจุบันได้รับแรงกดดันจากหลายๆ ด้าน

            บล.ทรีนีตี้ ประเมินว่าปัจจัยแวดล้อมโดยรอบน่าจะกดดันให้ กนง. ลดดอกเบี้ยลง เช่นปัจจัยเรื่องธนาคารอินเดียลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ 7.5%จากเดิม 7.75% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ขณะที่รัฐบาลจีนปรับลดเป้าหมายการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้เหลือ 7% มองปัจจัยนี้เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย เนื่องจากแนวโน้มการนำเข้าของจีนที่น่าจะหดตัวลง จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปประเทศจีนถึง 11% และการส่งออกของเรามีความสัมพันธ์กับการนำเข้าของจีนถึง 85%   

            ทั้ง 2 ปัจจัยนี้เป็นการเพิ่มน้ำหนักมุมมองที่ว่าเริ่มมีโอกาสมากขึ้นที่ กนง. จะมีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมวันที่ 11 มีนาคมนี้ เนื่องจากจะเป็นการลดความกดดันในเรื่องของ Fund flow ไม่ให้มีการไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ของเรามากเกินไปจนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกในที่สุด ด้วยเหตุนี้ยังคงแนะนำให้โฟกัสการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย

            ฝ่ายวิจัย บล.โนมูระ พัฒนสิน มีความเห็นที่สอดคล้องกัน คือความคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุม กนง. 11 มี.ค. นี้ ยังจะช่วยพยุงตลาดหุ้นไว้ได้ โดยเฉพาะหา กกนง. เลือกลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ 1.75% ตามมุมมองของโนมูระ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

            บล.เอเซียพลัส ระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจจะต้องทบทวนการใช้นโยบายการเงินอีกครั้ง ซึ่งต้องติดตามผลการประชุม วันที่ 11 มี.ค.  นี้ ซึ่งมีความเป็นได้ที่จะลดราว 0.25-0.5% จากปัจจุบันที่ 2% ถ้าหากปรับลดดัชนีหุ้นไทยน่าจะกลับขึ้นมาบ้าง หลังขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นโลกรวมถึง TIP

            ทั้งนี้ ความจำเป็นของมาตรการผ่อนคลายทางการเงินยังคงมีอยู่ และ เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นโลก  โดยพบว่าตลาดหุ้นโลกหลายแห่งได้ปรับขึ้นไปแล้วค่อนข้างมาก  ขณะที่ฝั่งภูมิภาคเอเชียนั้น  ธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศ ก็ใช้มาตรการผ่อนคลายผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ย (ล่าสุดเป็น จีน และ อินเดีย ที่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง) และในกลุ่มประเทศ TIP นั้น ก็ยังมีแนวโน้มที่จะใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไป ส่งผลให้ผลตอบแทนตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ สามารถ outperform ได้เช่นกัน นับตั้งแต่ต้นปี 2558  ดังนั้นตลาดหุ้นไทยน่าสนใจ เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่ในภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนจึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุน ให้เลือกหุ้นพื้นฐาน พีอีต่ำ และ เงินปันผลสูง

            บล.บัวหลวงมีการคาดการณ์ว่า กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 11 มีค.นี้ หุ้นที่จะได้รับอานิสงส์ กลุ่มลิสซิ่ง เช่าซื้อ บ้าน หุ้นปันผลสูงและหุ้นที่จะได้รับผลกระทบด้านลบต่อกลุ่มแบงก์ใหญ่ และ ประกันชีวิต