คิดถึง ดร.ป๋วย

คิดถึง ดร.ป๋วย

วันนี้ 9 มีนาคม ครบ 99 ปีของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ปีหน้าจะมีการรำลึก 100 ปี

      ผมโชคดีที่ทันทำข่าว ดร.ป๋วย ตอนเป็นผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะคำปราศรัยประจำปีของท่าน ที่วิเคราะห์เศรษฐกิจของประเทศอย่างตรงไปตรงมา ไม่หวั่นว่าผู้มีอำนาจขณะนั้นซึ่งเป็นทหารจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะชอบหรือไม่ชอบ

    ดร.ป๋วย เป็นหนึ่งในไม่กี่บุคคลสาธารณะที่ยืนหยัดอยู่บนหลักจริยธรรม ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากของการเปลี่ยนแปลงของสังคมขณะนั้น และพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าการทำหน้าที่ของสาธารณบุคคลนั้นจะต้องทำเพื่อประเทศชาติประชาชน มิใช่เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

    ผมขออนุญาตนำเอาข้อความที่ คุณจอน อึ๊งภากรณ์ (Jon Ungphakorn) ลูกชายของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์เขียนใน Facebook เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า

 

    ผมจะรู้สึกโกรธมากเวลามีคนบางคนอ้างว่าคุณพ่อของผมเคยรับใช้เผด็จการ สมัยจอมพลแปลกจอมพลสฤษดิ์และจอมพลถนอม การพูดเช่นนี้เสมือนเป็นการพยายามแก้ตัวแทนคนสมัยนี้ ที่พร้อมรับใช้เผด็จการยุคใหม่โดยการรับตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดหรือแตกต่างจากการกระทำของคุณพ่อของผมในอดีต

   ข้อเท็จจริงประการแรกคือคุณพ่อปฏิเสธการรับตำแหน่งทางการเมืองที่ผู้นำเผด็จการเสนอให้มาโดยตลอด ได้แต่รับราชการเพื่อตอบแทนสังคมที่ให้ทุนการศึกษาไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ คุณพ่อทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอิสระปลอดจากการถูกควบคุมทางการเมือง และตลอดเวลาที่รับราชการคุณพ่อได้กล้าฝ่าฝืนผู้มีอำนาจเผด็จการที่พยายามเข้ามาแสวงผลประโยชน์จากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือพยายามตั้งธนาคารพาณิชย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างผิดจริยธรรม เท่าที่คุณแม่เคยเล่ามาคุณพ่อเคยทักท้วงจอมพลสฤษดิ์หลายครั้งในเรื่องการค้าแร่ที่ผิดกติกาสากล ส่วนเมื่อจอมพลถนอมทำรัฐประหารตัวเองเพื่อยุบสภาผู้แทนราษฎรคุณพ่อก็ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกจาก"นายเข้ม เย็นยิ่ง"ถึงจอมพลถนอมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว

   คุณพ่อต้องถือเป็นตัวอย่างของคนที่ไม่เคยยอมสยบต่ออำนาจเผด็จการ และไม่เคยรับใช้ผลประโยชน์อันมิชอบของผู้นำเผด็จการ ดังนั้นเมื่อคุณพ่อตายแล้วโปรดอย่าเอาชื่อของคุณพ่อมารับรองบุคคล หรือการกระทำที่รับใช้เผด็จการในยุคปัจจุบันเลย

   คนรุ่นปัจจุบันจึงควรจะกลับไปอ่าน “จดหมายจากนายเข้ม เย็นยิ่ง” เพื่อความเข้าใจว่าการเป็นผู้รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงนั้นคืออะไรกันแน่