‘โฮลดิ้ง คอมพานี'กุญแจสำคัญสู่การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ?

‘โฮลดิ้ง คอมพานี'กุญแจสำคัญสู่การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ?

สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ“ซุปเปอร์บอร์ด” เห็นชอบให้มีการจัดตั้ง

 “บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ” หรือ“โฮลดิ้ง คอมพานี”ขึ้นมาทำหน้าที่หน่วยงานกลาง บริหาร กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของไทยโดยเริ่มจากรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โดยจะรับโอนหุ้นจากกระทรวงการคลังที่ถือหุ้นอยู่ในรัฐวิสาหกิจต่างๆมาบริหารเพื่อให้มีอำนาจในการกำกับดูแล

กุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ยืนยันว่าการตั้งโฮลดิ้ง คอมพานีจะไม่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงในสู่ในสิ่งที่ดีกว่า มีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ มีการสร้างมูลค่าและรายได้เพิ่ม ลดค่าใช้จ่าย มีผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะมาทำหน้าที่บริหาร ภาพในอดีตที่รัฐมนตรีส่งคนหรือพรรคพวกของตัวเองมาเป็นบอร์ดเหมือนที่ผ่านมาจะหมดไป และยังขยายความว่าHolding Companyของไทยจะมีรูปแบบคล้ายกับเทมาเส็กโฮลดิงส์ ของสิงคโปร์หรือคาซานะห์ของมาเลเซีย

 

เทมาเส็กโฮลดิงส์(Temasek Holdings)เป็นกองทุนที่รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งขึ้น เมื่อปี1974หรือ พ.ศ.2517โดยกระทรวงการคลังของสิงคโปร์ถือหุ้น100%ตลอด40ปีที่ผ่านมาเทมาเส็กเป็น“หัวหอก”ของรัฐบาลสิงคโปร์ในการเข้าไปลงทุนในกิจการชั้นนำของประเทศต่างๆทั่วโลกช่วง10ปีที่ผ่านมาพอร์ตการลงทุนของเทมาเส็กมีมูลค่าเติบโตขึ้นกว่า1.33แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ปัจจุบันกองทุนฯนี้มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า3.17แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์

 

ขณะที่กองทุนคาซานะห์ นาชั่นนาล จำกัด (Khazanah Nasional Berhad)ของมาเลเซียเป็นกองทุนการเงินของรัฐบาลมาเลเซีย จัดตั้งในปี1993มีฐานะบริษัทมหาชน กองทุนนี้เป็นตัวแทนของรัฐบาลมาเลเซียในการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ กระจายการลงทุนในกิจการที่หลากหลายปัจจุบันกองทุนนี้มีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 2.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

แม้ความสำเร็จของทั้งเทมาเส็กและคาซานะห์ จะวัดได้จากความมั่นคั่งของทรัพย์สินและไทย นำมาเป็นต้นแบบในการบริหารรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตามการจัดตั้งหน่วยงานกลางมาบริหารรัฐวิสาหกิจ สิ่งที่เราต้องคาดหวังเป็นอันดับแรกไม่ใช่‘ความมั่งคั่ง’ จากการบริหารทรัพย์สินของรัฐแต่เราต้องคาดหวัง‘ประสิทธิภาพ ’และ‘ความโปร่งใส’ ที่จะเกิดขึ้นจากการบริหารเพื่อให้การ “ปฏิรูป” รัฐวิสาหกิจสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้