ปฏิรูปการเลี้ยงดูเด็กเพื่อลดปัญหาสังคมวันข้างหน้า

ปฏิรูปการเลี้ยงดูเด็กเพื่อลดปัญหาสังคมวันข้างหน้า

ปัญหาเด็กเยาวชนและปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาที่สู้ประเทศอื่นไม่ได้ของไทยในวันนี้ ต้องมองย้อนไปที่การปฏิรูปเรื่องการเลี้ยงดูเด็กด้วย

 วิธีการที่พ่อแม่เลี้ยงดูเด็กมีอิทธิพลในการปูพื้นฐานเรื่องสุขภาพ และสุขภาพจิต การพัฒนาสติปัญญา อุปนิสัยใจคอ ทัศนคติ ที่จะมีผลต่อไปตลอดชีวิตของเด็กคนนั้น และมีผลกระทบต่อการพัฒนาพลเมืองในสังคมอย่างมาก ที่พลเมืองไทยมีปัญหาเติบโตมาแล้วยังสุขภาพกาย สุขภาพจิต มีสติปัญญา อุปนิสัยใจคอ ทัศนคติที่มีปัญหา แสดงว่าคนไทยยังเลี้ยงดูเด็กได้ไม่ค่อยดี นอกเหนือจากเรื่องพันธุกรรม ซึ่งมีอิทธิพลส่วนหนึ่งในบางเรื่อง เช่น สุขภาพ วิธีการเลี้ยงมีอิทธิพลมากในหลายเรื่องและเป็นเรื่องที่ประเทศไทยปฏิรูปได้ง่ายกว่าเรื่องพันธุกรรม

คนไทยมักเลี้ยงดูเด็กจากความทรงจำ, คำแนะนำของพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีข้อจำกัด, คลาดเคลื่อนหรือแม้แต่ผิดพลาดในบางเรื่อง พ่อแม่ส่วนใหญ่เน้นการเลี้ยงดูลูกให้อยู่รอดทางกายภาพ, เน้นความอ้วนท้วนแข็งแรง น่ารัก บางคนเน้นเรื่องการกิน, การแต่งตัว และการให้ของเล่นทางวัตถุมากไป รวมทั้งแท็บเล็ต, มือถือ สำหรับเด็กเล็กและเด็กชั้นประถม ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นตัวปัญหาใหม่ที่มีผลเสียต่อเรื่องการพัฒนาตามวัยอย่างเหมาะสม, การขาดสมาธิ ขาดวินัย ฯลฯ

นอกจากเรื่องสุขภาพกาย ความปลอดภัยแล้ว การเลี้ยงดูเด็กควรคำนึงถึงการพัฒนาสุขภาพจิต พัฒนาสมอง สติปัญญา อุปนิสัยใจคอ ทัศนคติ ค่านิยม ซึ่งเด็กเรียนรู้ตั้งแต่เขายังพูดไม่ได้ เซลล์สมองของเด็กเรียนรู้ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยซ้ำ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิตของแม่ที่ตั้งครรภ์จึงเป็นสำคัญ แม่ควรอาหารการกินที่ดี, ไม่ทำงานหนัก ไม่เครียด การที่แม่จะเอาใจใส่ ลูบท้อง พูดคุย เปิดเพลงให้ ลูกในท้องฟัง เชื่อว่ามีผลดีต่อการพัฒนาการของเซลล์สมอง รัฐบาลต้องส่งเสริมให้การศึกษาแม่ในเรื่องนี้ รวมทั้งช่วยให้สวัสดิการสำหรับแม่ที่ยากจนโดยเฉพาะ

สถาบันเรื่องการพัฒนาสมอง เคยมีโครงการแจกหนังสือเล่มแรก, ซีดีเพลงกล่อมเด็ก ให้เด็กแรกเกิดทุกคน เมื่อหลายปีมาแล้ว น่าจะทำใหม่และทำควบคู่ไปกับการให้การศึกษาพ่อแม่ ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลทุกคนให้เข้าใจว่าการกระตุ้นให้เด็กพัฒนาสมองและความฉลาดด้านต่างๆ สำคัญอย่างไร รัฐควรออกเป็นกฎหมาย ให้พ่อแม่ที่ไปฝากท้องต้องเข้าฝึกอบรม เรื่องการเป็นพ่อแม่ที่ดี หรือเอาหนังสือไปอ่าน และสอบให้ผ่าน รัฐจึงจะให้สวัสดิการ เช่น ให้คูปองเพื่อลดค่ารักษาพยาบาล หรือเพื่อซื้อสิ่งที่จำเป็น และเป็นประโยชน์สำหรับเด็กเล็ก ควรมีการวิจัยและเผยแพร่ความรู้เรื่องการเลี้ยงเด็กที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ อย่างกว้างขวาง และให้การอุดหนุนส่งเสริมพ่อแม่ที่มีรายได้ปานกลางและต่ำ

ต้องปฏิรูปศูนย์เลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาลทั่วประเทศให้มีคุณภาพอย่างขนานใหญ่ คัดเลือกฝึกอบรมพี่เลี้ยง ครู ที่ตั้งใจเรียนรู้ และมีอุปนิสัยรักเด็ก และเป็นผู้ให้ที่ดี ให้พวกเขามีเงินเดือนสูงขึ้น รัฐต้องให้เงินอุดหนุนศูนย์เลี้ยงเด็ก, โรงเรียนอนุบาลในต่างจังหวัดและชุมชนแออัด ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับโรงเรียนอนุบาลชั้นดี นี่คือ การลงทุนไม่มากที่จะให้ผลคุ้มค่ามาก แต่ต้องทำให้มีคุณภาพจริง ไม่ใช่แค่สักแต่ทำเพื่อคนทำจะได้งบประมาณเพื่อประโยชน์ตนเอง

โรงเรียนชั้นมัธยมควรสอดแทรกให้ความรู้เรื่อง จิตวิทยาวัยรุ่น และการเตรียมตัวเป็นพ่อแม่ที่ดี คนไทยมีปัญหาวัฒนธรรมทางความคิดแบบเจ้าขุนมูลนาย, อาวุโสนิยม, ทุนนิยมบริโภค เลี้ยงดูลูกด้วยอารมณ์ของผู้ใหญ่ ไม่เข้าใจจิตวิทยาและความต้องการของเด็ก เดี๋ยวเอาใจมากไป เดี๋ยวเข้มงวดมากไป บีบคั้นให้เด็กแข่งขัน แบบที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีวุฒิภาวะ ไม่คงเส้นคงวา ทำให้เด็กไทยมีปัญหาการพัฒนา ต้องปรับตัวเองให้อยู่รอด เพื่อเอาใจผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยมีเหตุผล ไม่ค่อยคงเส้นคงวา

ปัญหาเท่าที่เห็นคือ คนไทยชอบเลี้ยงดูลูกแบบใช้อำนาจนิยม, แบบตามอำเภอใจของพ่อแม่ โดยไม่มีเหตุผลที่ดี ไม่สอนลูกให้เข้าใจเรื่องเหตุผล ความเข้าใจเรื่องการมีวินัยในตนเอง ไม่นับถือ ยอมรับสิทธิเด็ก ทำให้เด็กไม่ได้เรียนรู้จักเรื่องสิทธิและไม่ยอมรับสิทธิคนอื่น เติบโตเป็นคนที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด ไม่มีแนวคิดเรื่องความใจกว้าง เป็นประชาธิปไตย ครูระดับอนุบาล ประถม ก็ไม่เข้าใจและไม่ได้ทำในส่วนที่ควรทำนี้ด้วยเช่นกัน

เราต้องให้การศึกษาพ่อแม่เรื่องจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก การพัฒนาสมองของเด็ก ซึ่งพัฒนาได้เร็วและมากที่สุดในช่วงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ถึง 5 ขวบ การที่พ่อแม่รับฟังลูก ตอบคำถามลูก ส่งเสริมการเล่า การอ่านนิทาน จะหล่อหลอมความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก และพัฒนาสมองพวกเขาอย่างสำคัญ

นอกจากพ่อแม่แล้ว ผู้ใหญ่คนอื่น ครู อาจารย์ ก็มักจะมีปัญหาคล้ายกัน คือมักจะคอยดุ คอยกำราบไม่ให้เด็กทำอะไรที่ผู้ใหญ่คิดว่าซุกซน มากกว่าส่งเสริมการอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ต้องปฏิรูปการผลิตครูและการทำงานของครูอย่างขนานใหญ่ด้วย โดยเฉพาะครูคนแรกๆ ในโรงเรียนอนุบาลและชั้นประถมต้น จะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการเด็กสูงมาก ต้องลงทุนฝึกคัดเลือกและจ้างครูดีๆ โดยให้เงินเดือนและสวัสดิการที่สูงขึ้น ที่เป็นเรื่องการลงทุนเพื่อสังคม ต้องเน้นให้ได้แม่พิมพ์ที่ดีที่สุด จึงจะสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพได้

ควรเผยแพร่ความรู้ให้คนไทยทุกคนตระหนักว่า ปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต วัฒนธรรม อุปนิสัย ความคิด ความอ่านของคนแต่ละคน โอกาสที่ใครจะพัฒนาเป็นคนดี ช่วยเหลือคนอื่น หรือเป็นอาชญากร เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมในวัยเด็กมาก การคิดจะปฏิรูปประเทศไทย ต้องมองให้ไกลและมองให้กว้าง คิดถึงปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง เช่น รัฐธรรมนูญและสังคมไทยควรรับรองเรื่องสิทธิที่เด็กเล็กควรได้กินอาหารที่มีคุณค่า, ได้รับการดูแลด้วยความรัก ความอบอุ่น ได้อยู่ในศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาลที่มีคุณภาพ มีผู้บริหาร พี่เลี้ยง ครู ที่มีองค์ความรู้สมัยใหม่และมีจิตใจที่รักเด็ก อยากพัฒนาเด็ก

พ่อแม่โดยทั่วไปก็รักลูก แต่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเลี้ยงดูให้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ มีวุฒิภาวะ มีวินัยรับผิดชอบตนเองน้อย แม้แต่พ่อแม่ที่รวยหรือมีการศึกษาสูงก็ตาม ส่วนพ่อแม่ส่วนใหญ่ที่ยากจน, ความรู้น้อย หรือเข้าใจผิด มีความรู้เรื่องการเลี้ยงดูเด็กน้อยเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณกำลังคนช่วยเหลือ พัฒนาความรู้ความสามารถของพ่อแม่ ผู้ปกครอง พี่เลี้ยง ครู ตลอดจนผู้ทำงานด้านสื่อและการแสดงออกต่อสาธารณะอย่างตั้งใจปฏิรูป