คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ
มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล เป็นประธาน ดำเนินการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวทั่วประเทศ
>>> กระทั่งพบการทุจริตโครงการจำนำข้าว หลังจากคณะทำงานตรวจสอบคุณภาพข้าว ชุดที่ 74 และ 84 นำโดย นายภานุวัฒน์ จุ้ยเนียม เข้าตรวจสอบไซโล บริษัท เคทีบี อะโกร จำกัด ตั้งอยู่ ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ทำสัญญากับองค์การสินค้า (อคส.) ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57 ในสัญญาระบุฝากเก็บรักษาข้าวสารในไซโลระบบควบคุมบรรยากาศ ทั้งหมด 19 ไซโล
>>> มีนางนัยนา เจริญเผ่า เป็นหัวหน้าคลัง นายนพดล บุญเพ็ชร์ ผู้ช่วยหัวหน้าคลัง คณะกรรมการระดับจังหวัดคือ นางนพวรรณ เสือส่าน ส่วน บ.มาดีเซอร์วิส จำกัด เป็นเซอร์เวย์เยอร์ นายชะนะ ฤทธิเรือง เป็นวิศวะกรควบคุมดูแลเครื่องจักร
>>> อคส.นำข้าว 5% เข้ามาเก็บในไซโล บริษัทเคทีบี อะโกร ระหว่างวันที่ 10 ธ.ค.2556 ถึง 9 มี.ค.2557 เวลา 4 เดือน ทั้งหมด 17 ครั้ง จำนวน 196,766.630 ตัน ขณะตรวจสอบ บ.เคทีบี อะโกร มีนายทรงศักดิ์ ลิมปุสุข เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และหลังพบความผิด เคทีบี อะโกร เปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจเป็นนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ สิ่งที่คณะทำงานตรวจสอบปริมาณข้าวพบก็คือ ใน 17 ไซโล มีข้าวปลอมปน ข้าวมีสีเหลือง ข้าวไม่ครบตามบัญชี 15 ไซโล จำนวนที่หายไป 47,443.684 ตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,400 ล้านบาท
>>> เมื่อพบข้าวหาย อคส.ได้ไปแจ้งความที่สภ.บางมูลนาก ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นสรุปว่า ที่เกิดเหตุมีประตูเข้าออกทางเดียวมีรปภ.ตลอดเวลา เป็นได้ยากที่จะมีบุคคลภายนอกเข้ามาลักขโมย ภายในพบว่าไม่มีการคล้องกุญแจที่ห้องควบคุมสายพานลำเลียงข้าว มีการคล้องกุญแจ 2 ดอก เป็นของอคส.และของบริษัท เมื่อนำพิสูจน์หลักฐานมาตรวจดูร่องรอยห้องควบคุมวงจรการปล่อยข้าว ไม่พบร่องรอยการงัดแงะ จึงเชื่อว่า ไม่มีการลักลอบนำข้าวออกด้วยวิธีการนี้ และการนำข้าวออกจะต้องอาศัยผู้ชำนาญเท่านั้น
>>> รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ระบุว่า ความสูงไซโลจริง 16.80 เมตร แต่ที่แสดงไว้ที่ 18 เมตร ซึ่งจะทำให้ปริมาณข้าวเพิ่มขึ้น 723 ตัน นี่คือจุดพิรุธ
>>> ส่วนเลขาธิการป.ป.ท.ประยงค์ ปรียาจิตต์ ระบุว่า การสอบสวนจะสาวให้ถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นการกระทำให้รัฐเสียหาย แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุถึงตัวผู้กระทำผิด โดยขอเวลาตรวจสอบอีก 3-4 เดือน ถ้าพบข้าราชการทำผิด ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนความผิดของเอกชน ดีเอสไอ จะรับไปสอบสวน และปปง.จะตรวจสอบเส้นทางเงินของขบวนการ
>>>จากการที่ผมได้ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท เคทีบี อะโกร บริษัท สยามอินดิก้า และบริษัท เพรสซิเด้นท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งบริษัทหลังสุดล้มละลาย มีสถานที่ตั้งที่เดียวกัน โดยบริษัท สยามอินดิก้า มีนายสมคิด เรือนสุภา จดทะเบียนจัดตั้งโดยรับมอบอำนาจจาก นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย และถูกฟ้องในคดีอาญา เสี่ยเปี๋ยง มีคนสนิทชื่อ นิมล รักดี หรือโจว และยังเชื่อมไปยังนายรัฐนิธ โสติกุล หรือปาล์ม ผู้ช่วยส.ส.เพื่อไทย นางรพิพรรณ พงศ์เรืองรอง แล้วนายปาล์ม ยังไปโยง บริษัท GSSG IMP AND EXPORT CORP จากเมืองกวางเจา ประเทศจีน ซึ่งเข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐกับกรมการค้าต่างประเทศ
>>> หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เลื่อนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ออกไป โดยไปดูการแก้กฎหมายก่อนถึงจะทำอะไรได้ และการแก้กฎหมายนั้นต้องไปดูว่ามีข้อขัดข้องตรงไหน เร็วที่สุดน่าจะใช้เวลา 3 เดือน
>>> บนความเคลื่อนไหวสัปดาห์ก่อน ระบุว่า ชาวบ้านนามูน ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ฟ้องเอกชนที่เข้าไปขุดเจาะสำรวจแหล่งปิโตรเลี่ยม ต่อศาลปกครองขอนแก่น ขอแก้ไขว่า จำเลยที่ถูกฟ้อง ไม่มี บริษัท ปตท.สผ. รวมอยู่ด้วยแต่อย่างใด






