ในโลกการค้าเสรี มีคำกล่าวที่ว่า "เสรีอย่างเป็นธรรม" ปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมักสวนทางกับคำกล่าวนี้
หลายคน จึงเห็นว่าคำนี้เป็นคำใหญ่ แต่เป็นเรื่องของ "อุดมคติ" หรือ ภาพฝัน มากกว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง
ล่าสุด 4 สมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ได้แก่ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ยื่นหนังสือต่อกรมบัญชีกลาง ให้พิจารณาเกณฑ์การคำนวณ "ราคากลาง" ใหม่ โดยระบุว่า เกณฑ์เดิมที่ใช้อยู่ ถือเป็นเกณฑ์คำนวณราคากลางที่ "ต่ำเกินไป" ไม่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน
ไม่ทำให้เกิด "ความเป็นธรรม" ในธุรกิจ ข้อเท็จจริงอย่างไร เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันหาคำตอบ เพื่อคลี่คลายปัญหา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น และกำลังกลายเป็น "วัวพันหลัก" อยู่ในขณะนี้คือ ผู้รับเหมาบางราย ไม่ยื่นประมูลโครงการรัฐ เมื่อไม่ยื่นประมูล งบประมาณที่รัฐบาลต้องการให้แต่ละหน่วยงานรัฐเร่งเบิกจ่าย ก็ไม่หลุดออกมากระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้า
ภาพใหญ่เศรษฐกิจไทย จึงได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) ที่ดูจะเป็น "เสาหลัก" ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ส่งออกปีนี้ ที่มีโอกาสติดลบต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยอย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป (อียู) จีน และญี่ปุ่น ยังไม่สู้ดี
ขณะที่การใช้จ่ายของภาคเอกชน และการบริโภค จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัย "แรงกระตุ้น" จากนโยบายรัฐ
นี่คือตัวอย่างของความเป็นธรรม ที่เหล่าธุรกิจเรียกร้องจากหน่วยงานรัฐ
พวกเขายังเชื่อว่า "ความเป็นธรรม" จะปลดล็อกปัญหาต่างๆ ที่ว่าได้
หากโครงการภาครัฐทุกงานมีราคากลางที่เป็นธรรม จะมีผู้เข้าร่วมประมูลงานรัฐ รัฐก็จะได้งานที่มีคุณภาพ มีเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ลดการทิ้งงาน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างก็อยู่รอดได้ เกิดการจ้างงาน และยังบอกด้วยว่า ราคากลางที่เหมาะสม จะช่วยลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน หรือการฮั้วประมูล
ถือเป็นข่าวดีที่กรมบัญชีกลางออกมารับลูก โดยบอกว่า อยู่ระหว่างปรับเกณฑ์ราคากลางให้เหมาะสมตามพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ 4 สมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างเสนอ โดยในวันนี้ (24 ก.พ.) 4 สมาคมจะเข้าพบอธิบดีกรมบัญชีกลางอีกครั้ง เพื่อย้ำในเรื่องนี้
ยังมีเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นธรรม ที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอีกมาก ที่รอให้รัฐเข้ามาดูแล อาทิ กฎหมายแข่งขันทางการค้า ที่จะต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้เกิดขึ้น
แม้จะเป็นเรื่องยากในยุคเออีซี ที่ธุรกิจใหญ่ของไทย ต้องเบ่งกล้ามให้ใหญ่ขึ้นอีก หากจะแข่งกับยักษ์ข้ามชาติ
แต่ทำอย่างไร จึงจะทำให้ รายใหญ่อยู่ได้ รายกลาง-รายเล็ก ที่เป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่หายไปจากระบบ






