วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กับดักประเทศที่มีชนชั้นนำคุณภาพปานกลาง

นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกและกองเงินทุน IMF วิจารณ์ว่าไทยและบางประเทศที่คล้ายกับไทยเป็นประเทศที่ติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

ที่ไม่สามารถก้าวไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูงแบบสิงคโปร์ ไต้หวัน ฯลฯ เพราะไม่สามารถพัฒนาแรงงานและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วได้เพียงพอ ขณะที่ค่าครองชีพและค่าจ้างแรงงานก็สูงขึ้น ทำให้ติดกับดักของการแข่งขัน สู้กับประเทศที่มีค่าครองชีพและค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าได้ลดลง ทางแก้ไขอยู่ที่การปฏิรูปการศึกษา การวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างอย่างขนานใหญ่ ให้มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน


ปัญหานี้ฟังดูเหมือนกับว่าในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าปัญหาและทางออกอยู่ที่ไหน ก็น่าจะหาทางแก้ไขได้ แต่ความเป็นจริงชนชั้นนำไทยก็ยังแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ เพราะปัญหาความด้อยพัฒนาของประเทศไทยมีสาเหตุที่เชื่อมโยงกับปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม ที่มีลักษณะเผด็จการรวมศูนย์และล้าหลังของไทยอย่างมากด้วย


การปฏิรูปการศึกษาของไทยที่ภาครัฐได้ลงทุนทำกันมาตั้งแต่ปี 2540 ได้ผลน้อยมาก ทั้งๆ ที่ใช้งบประมาณมากกว่าทุกกระทรวง ราวปีละ 3-4 แสนล้านบาท มาตลอด 20 ปีที่แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะปัญหาชนชั้นนำไทย ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากการเลือกตั้ง หรือจากการแต่งตั้ง รวมทั้งข้าราชการระดับสูงมีคุณภาพปานกลาง ทั้งในแง่ความรู้ ความสามารถ ในการทำงาน ความโปร่งใส และในแง่วิสัยทัศน์ จิตสำนึกที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ชนชั้นนำบางกลุ่ม บางคน มีคุณภาพต่ำหรือถึงขั้นติดลบ เพราะทั้งโกงทั้งทำอะไรแบบไม่ฉลาด


ชนชั้นนำไทยไม่ว่ากลุ่มไหนค่อนข้างคับแคบ ขาดวิสัยทัศน์ในการมองการณ์ไกลเพื่อส่วนรวม คิดถึงตัวเองและพวกพ้องมาก มีองค์ความรู้และความสามารถในการปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาความรู้ทักษะประชาชนทั้งประเทศในเกณฑ์ต่ำ เพราะชนชั้นนำไทยคิดอยู่ภายใต้กรอบข้าราชการรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง พวกเขาพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้ยาก เพราะไม่มีการตรวจสอบผลักดันจากภาคประชาชน เนื่องจากคนไทยยากจน ได้รับการศึกษาข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำ เรียนแบบท่องจำ และฝึกทักษะบางอย่างเพื่อไปเป็นลูกน้อง และถูกครอบงำให้มีแนวคิดแบบจารีตนิยมมากกว่าจะการคิดวิเคราะห์เป็นตัวของตัวเอง มีแนวคิด ทัศนะแบบเสรีประชาธิปไตยอย่างมีเหตุผล ประเทศไทยจึงติดกับดักของชนชั้นนำที่มีคุณภาพปานกลาง ถึงจะเปลี่ยนรัฐบาลก็เป็นเพียงเปลี่ยนกลุ่มคนที่มีคุณภาพปานกลางและต่ำไม่ต่างกัน ทำให้ประเทศไม่สามารถก้าวข้ามการแก้ปัญหาประเทศด้วยการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง


ชนชั้นนำภาคธุรกิจเอกชน มีความรู้ ความสามารถ และแนวคิดที่เสรีนิยมก้าวหน้ากว่านักการเมือง ทหาร และข้าราชการชั้นสูงอยู่ในระดับหนึ่ง แต่พวกเขาก็ใช้สติปัญญาและเวลาเพื่อพัฒนาหากำไรให้กับองค์กรธุรกิจของตนเองมากกว่าที่จะมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมมากพอที่จะเข้าไปลงมือผลักดันการพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจสังคมของประเทศ เพื่อทำให้คนไทยก้าวหน้าอย่างแท้จริง ถึงพวกนักธุรกิจไทยจะทำธุรกิจเอกชนได้เก่งพอสมควร แต่ถ้ามองทั้งประเทศ ซึ่งต้องการแรงงานที่มีฝีมือ พนักงานที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพแล้ว ความสามารถการแข่งขันของไทยอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ เพราะติดขัดเรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพของแรงงานในประเทศ ประสิทธิภาพของระบบราชการ รวมทั้งปัญหาการทุจริตฉ้อฉล การเล่นพวก ฯลฯ ปัญหาความด้อยพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐานการศึกษา การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม


ชนชั้นนำไทยทั้งหมดไม่ว่ากลุ่มไหนในขณะนี้คือตัวกับดักหรืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประไทยไม่สามารถปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปคนอย่างได้ผล เมื่อปฏิรูปเรื่องนี้ไม่ได้หรือได้เพียงบางส่วน ก็ทำให้การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม เป็นไปได้ยากมากเพราะปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือคน ดูสิงคโปร์ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติน้อยกว่าไทยมาก แต่เพราะเขาเน้นการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพมาก จึงสามารถพัฒนาเศรษฐกิจสังคมได้มากกว่าไทย


คนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาของระบบเศรษฐกิจการเมือง สังคม อย่างมองเห็นในเรื่องโครงสร้างอย่างเชื่อมโยงกันเป็นระบบองค์รวม ติดกรอบคิดแบบขาวดำ ถูกผิดอย่างง่ายๆ ว่า ถ้าโค่นล้มรัฐบาลที่ทุจริตฉ้อฉล หาผลประโยชน์อำนาจส่วนตัวมากได้แล้ว จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ และทำให้ไทยกลับคืนมาสู่ความสุขได้ในไม่ช้า พวกเขาใช้คำว่าปฏิรูปประเทศ แต่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้ระบบราชการและนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบเอื้อประโยชน์นายทุนไปวันๆ


การบริหารประเทศเพื่อแก้ปัญหาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมได้อย่างจริงจังและยั่งยืนต้องการภาวะการนำที่ฉลาด เห็นการณ์ไกล มีความรู้จริงด้วย ไม่ใช่แค่มีอำนาจสั่งการได้เด็ดขาดอย่างเดียว แม้คสช. จะแต่งตั้งนักกฎหมายและนักวิชาการสาขาต่างๆ มาช่วยตนจำนวนหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงการคัดเลือกคนที่คสช. พอรู้จักหรือคิดว่าคงจะเข้ากับพวกตนได้เท่านั้น สมาชิกสภาปฏิรูปมีนักวิชาการ ผู้นำชุมชน นักพัฒนา ฯลฯ ที่มีความรู้เชิงปฏิรูปอยู่บ้าง แต่พวกเขาคือปัญญาชนชั้นกลางเสรีนิยมที่ต่างคนต่างเสนอความคิดเห็นของตนไปต่างๆ นานายังไม่สามารถระดมความคิดเชิงปฏิรูปอย่างเป็นเอกภพและเป็นระบบได้ ถึงจะมีข้อเสนอดีๆ อยู่บ้าง คสช. ก็ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง หรือไม่เห็นด้วย เพราะคสช. ยังเป็นคนใช้อำนาจสูงสุดอยู่ดี


นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักมองเห็นแค่ปรากฏการณ์ของปัญหาว่าไทยติดกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง แต่กับดักที่ใหญ่กว่าคือกับดักเชิงโครงสร้างระบบเศรษฐกิจการเมือง ที่ชนชั้นนำส่วนน้อยมีอำนาจผูกขาดมากไป โง่มากไปขณะที่ประชาชนยากจนและได้รับการศึกษาข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพต่ำเกินไป


ทางแก้ไขให้ก้าวพ้นจากกับดักอยู่ที่การปฏิรูปทางเศรษฐการเมืองอย่างถึงรากถึงโคน ลดอำนาจส่วนกลาง ลดอำนาจผูกขาดของชนชั้นนำกลุ่มน้อยลงมา กระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานที่เหมาะสมให้คนทั้งประเทศอย่างทั่วถึงเป็นธรรม พัฒนาให้คนจนเป็นผู้มีรายได้ปานกลางที่มีความรู้ความคิดอ่านที่เสรีนิยมก้าวหน้า รู้จักการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมีสติปัญญา มีวินัย รู้จักออม และการใช้จ่ายอย่างมีประโยชน์ มากกว่าการใช้จ่ายเกินตัวมากไป เป็นหนี้มากไป