วิธีคิดยามข้าวยากหมากแพง

ในขณะที่ทุกอย่างรอบตัวดูดีไปหมดนั้น จะคิดอะไรก็คิดง่ายคิดคล่อง แต่ถ้ารอบตัวเต็มไปด้วยสารพัดปัญหารุมล้อมไปหมด ซื้อไม่ง่ายขายไม่คล่อง
จะคิดจะตัดสินใจเรื่องเล็กเรื่องน้อยก็ยากไปหมด การคิดการตัดสินใจในยามข้าวยากหมากแพงจึงต้องมีเทคนิคที่แตกต่างไปจากที่เคยใช้อยู่เดิม เริ่มจากการที่ปัญหารอบตัวเยอะแยะไปหมด ดังนั้น จะลุยคิดลุยตัดสินใจไปหมดทุกเรื่อง อาจจะเกินสติปัญญา หรือเกินพละกำลังความคิดที่จะทำได้ หรือไม่ก็ได้ผลการคิดการตัดสินใจที่ไม่ดี คิดหลายเรื่องที่คิดไม่ตก ไม่เพียงแต่จะไม่ได้คำตอบ แต่ยังส่งผลร้ายกับสังขารและจิตใจอีกด้วย
ลองสังเกตหน้าตาในยามที่คิดไม่ตกหลายๆ เรื่อง หลายท่านคงเห็นว่าหน้าตาไม่ผ่องใสเหมือนที่เคยเป็นมา ดังนั้น หากเจอสารพัดเรื่องยากที่ต้องคิดในยามที่ซื้อไม่ง่ายขายไม่คล่อง ให้เริ่มจากหยุดรับรู้รับฟังเรื่องยากเข็ญต่างๆ ที่ไม่ได้กระทบโดยตรงกับชีวิตการงานและครอบครัวออกไปก่อน ใครจะไปไหน ก็เรื่องของเขา ใครจะเถียงกันเรื่องกฎกติกาใดที่ไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง ไม่กระทบแรงๆ กับเราในวันนี้ก็ปล่อยให้เขาว่ากันไปก่อน ถือเสียว่าคนที่ยังว่างพอที่จะมาถกเถียงเรื่องไกลตัวคงเป็นคนที่มีกินมีอยู่สบายกว่าเรา หรือไม่ก็เป็นผู้คนที่ได้ดิบได้ดีในยามข้าวยากหมากแพง
เมื่อปล่อยวางเรื่องไกลตัวไปบ้างแล้ว ก็หันมาพิจารณาดูว่าปัญหาจริงๆ ที่เราต้องคิดก่อนนั้นมีอะไรบ้าง ขอย้ำว่าต้องแยกแยะให้ได้ว่าเป็นปัญหาของเรา ไม่ใช่ไปมีอารมณ์ร่วมกับปัญหาของคนอื่น มองปัญหานั้นให้ชัดๆ จนมั่นใจว่าเราเข้าใจโจทย์ของปัญหานั้นชัดๆ มองปัญหาให้กระจ่างแล้วนึกต่อไปว่าจะคิดหาคำตอบนั้น เราต้องรู้ความจริงอะไรบ้าง ความจริงหาได้จากข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนั้น แต่อย่าปักใจไปกับแหล่งข้อมูลสารสนเทศจากที่ใดที่หนึ่งเพียงอย่างเดียว ให้มองหาแหล่งที่สองที่สามไว้ด้วยเสมอ ในยามข้าวยากหมากแพงนั้นข้อเท็จกระจายอยู่มากกว่าข้อจริง จะคิดเรื่องใดก็ต้องหาความจริง ซึ่งก็คือข้อมูลสารสนเทศจากหลากหลายแหล่งไว้ก่อน
ถ้าหาความจริงที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นจากข้อมูลสารสนเทศไม่ได้ ก็ต้องหาความจริงจากความรู้ของผู้รู้ในเรื่องนั้นมาทดแทน หาข้อมูลที่บ่งบอกความจริงไม่ได้ ก็ให้ลองหันไปหาคนที่คิดว่าเป็นผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น แล้วหาทางสอบถามเพื่อให้ได้ความจริงที่เราอยากได้ แต่ก็ต้องระวังไว้ด้วยว่าในเมื่อเราเองก็หาข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลข่าวสารไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญที่จะตอบความจริงให้เราได้นั้น ต้องมีแหล่งข้อมูลสารสนเทศมากกว่าเรา จะบอกเล่าอะไรให้เราทราบ ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงย่อมบอกกล่าวแหล่งอ้างอิงให้เราทราบควบคู่กันไปด้วย ถ้าอะไรก็มาจากความเชื่อ ความรู้สึกของคนที่เรียกตนเองว่าผู้เชี่ยวชาญ ขอให้ออกห่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญตัวไม่จริงนั้นได้แล้ว ระวังไว้เสมอว่าคนที่เราได้ยินชื่อเสียงอยู่เสมอนั้นไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญไปหมดทุกเรื่อง ไม่ได้รู้จริงไปทุกเรื่อง และที่สำคัญที่สุดคือก่อนจะหาผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคิด เราต้องคิดต้องหาข้อมูลด้วยตัวเราเองมาก่อนเพื่อให้แน่ใจขึ้นอีกนิดว่าไม่ได้ถามเรื่องที่คนนั้นไม่เชี่ยวชาญ
หลายเรื่องที่คิดไม่ออกในยามข้าวยากหมากแพงนั้นอาจมาจากการที่เรายึดมั่นถือมั่นกับความคิดความเห็นของคนใหญ่คนดังมากเกินไป ในยามยากเข็ญนั้นข้อมูลสารสนเทศที่บ่งบอกความจริงมักหายากตามไปด้วย เมื่อความจริงไม่กระจ่าง วาทะของคนใหญ่คนดังจึงกลายเป็นแหล่งความจริงไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ คนใหญ่คนดังมักไม่เดือดร้อนอะไรไปกับข้าวยากหมากแพง ความคิดความเห็นของคนเหล่านั้นจึงนำมาใช้กับเราไม่ได้ คิดโดยคนที่ไม่เดือดร้อน กับคิดโดยคนที่กำลังย่ำแย่นั้น วิธีคิดต้องแตกต่างกันแน่ๆ ดังนั้น ขอให้ปล่อยวางความคิดเห็นที่เราได้ยินได้ฟังจากคนใหญ่คนดังออกไปบ้าง แล้วตั้งหลักคิดใหม่ด้วยความเป็นตัวของตัวเอง การยึดติดอยู่กับความคิดเห็นของคนใหญ่คนดังบางครั้งก็ทำให้เราจำกัดกรอบหนทางที่จะหาคำตอบไว้เฉพาะที่สอดคล้องกับความคิดเห็นของคนใหญ่คนดัง ความคิดของคนใหญ่คนดังเหมือนภูเขาที่อยู่ตรงข้ามกับทะเล ถ้าเรามัวแต่มองด้านที่เป็นภูเขา เราย่อมไม่มีโอกาสที่จะหาปลาในทะเลได้แต่อย่างใด
เรื่องที่คิดไม่ออกหลายเรื่องอาจมาจากความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม หรือทางเศรษฐกิจ หรือทางโอกาส เมื่อมีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเรากับเขา เรื่องเดียวกันเขาอาจจะคิดออก แต่เราอาจจะคิดเท่าใดก็คิดไม่ออก เพราะแต่ละหนทางที่คิดจะใช้แก้ปัญหาที่เราเจอะเจออยู่นั้น ล้วนแต่ต้องการกำลังทางสังคม ทางเศรษฐกิจ มากกว่าที่เรามีอยู่มากมายนัก จะคิดเก่งแค่ไหนก็คิดไม่ออกเพราะขาดพละกำลังทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางโอกาสที่จะทำตามวิธีที่คิดได้นั้น ถ้าเจอปัญหาที่มาจากความไม่เท่าเทียมกันในทำนองนี้ ย่อมไม่มีหนทางอื่นนอกจากต้องจำยอมอยู่กับปัญหานั้นต่อไป เมื่อรู้ความจริงแล้วก็น่าจะอยู่กับปัญหานั้น โดยทุเลาความทุกข์ใจลงไปได้บ้าง แต่อย่าเปลี่ยนจากทุกข์จากคิดไม่ออกมาเป็นทุกข์จากความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตัวฉันทั้งด้อยโอกาสทั้งไม่เท่าเทียมกับคนอื่น







