จะเชื่อใครดี...ผู้บริหาร Citigroup พยากรณ์ว่าราคาน้ำมันดิบโลก อาจจะร่วงลงไปถึงบาร์เรลละ 20 ดอลลาร์
ขณะที่เลขาธิการ Opec บอกว่าราคาจะพุ่งกลับไปที่ 200 ดอลลาร์
ไปกันคนละทิศ พูดกันคนละทาง ล้วนสุดขั้วทั้งนั้น
ล่าสุดสำนักงานพลังงานสากล (IEA) บอกว่าทั้งปีนี้ราคาน้ำมันดิบน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่บาร์เรลละ 55 ดอลลาร์ และจะค่อย ๆ กระเตื้องขึ้น โดยจะต้องใช้เวลาถึง 5 ปีจึงจะไปอยู่ที่ 75 ดอลลาร์
อย่างนี้แปลว่าเรายังเชื่อใครไม่ได้ เพราะทุกฝ่ายต่างมีข้อมูลและสมมติฐานที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราในฐานะผู้สั่งน้ำมันเข้า และขณะเดียวกันก็มีบริษัทที่ขุดหาน้ำมันด้วย จึงต้องเฝ้าติดตามวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้านและต่อเนื่อง ไม่อาจจะละสายตาได้เลยแม้แต่วันเดียว
เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหรือ Opec ชื่อ แอลดาลล่า แอล-แบดดรี บอกว่าถ้าไม่มีการลงทุนในการขุดหาน้ำมันและแก๊สเพิ่ม เราก็จะเห็นราคาน้ำมันดิบพุ่งไปที่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่แกไม่ได้บอกว่าราคาอย่างนี้จะไปเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ราคาน้ำมันดิบร่วงลงไม่น้อยกว่า 46% เมื่อปีที่ผ่านมาหลังจากซาอุดีอาระเบีย และประเทศสมาชิกใน OPEC อื่น ๆ ไม่ยอมลดปริมาณการผลิตเพื่อดันราคาขึ้น
สำนักงานพลังงานสากลหรือ International Energy Agency (IEA) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ฝรั่งเศสและทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องพลังงานแก่ 29 ชาติสมาชิกบอกว่า การที่ราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่องจะมีผลให้การลงทุนในการแสวงหาพลังงานทุก ๆ อย่างลดน้อยถอยลง
แต่โอกาสที่ราคาจะกลับไปที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะหากราคาพุ่งกลับไปเช่นนั้นก็จะทำให้กลุ่มนักขุดค้นน้ำมันจากหินหรือ shale oil ผลิตน้ำมันออกมาแข่งอย่างรุนแรง เพราะต้นทุนการผลิตถูกกว่า
แปลว่า shale oil จะเป็นตัวคานไม่ให้ราคาน้ำมันดิบจากกลุ่ม OPEC กลับไปแพงเหมือนเดิมอีก
ขณะนี้เชื่อว่ากันว่ามีน้ำมันล้นตลาดโลกอยู่วันละ 1.5 ล้านบาร์เรล และเลขาธิการโอเปคบอกว่า สมาชิกทั้ง 12 ประเทศพร้อมจะปรึกษาหารือกับประเทศนอกกลุ่ม ที่จะหาทางออกจากปัญหาที่มีผลกระทบกว้างไกลไปทั่วโลกขณะนี้
เขาบอกว่าทางแก้ปัญหาอยู่ที่การลดอุปทานมากกว่าการเพิ่มอุปสงค์ ซึ่งก็แปลว่าจะต้องมีการลดการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม จึงจะสามารถให้ราคาขยับขึ้นได้
อีกด้านหนึ่ง นาย Edward Morse หัวหน้าฝ่ายวิจัยโลกของ Citigroup วิเคราะห์ว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงต่อไปอีกจนอาจถึง 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะบราซิลและรัสเซียกำลังปั๊มน้ำมันออกมาอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกันซาอุฯ อิรัก และอิหร่าน ก็พยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดอย่างสุดฤทธิ์ด้วยการตัดราคาน้ำมันดิบที่ตนขายให้กับประเทศในเอเชีย เรียกว่าแม้จะเป็นสมาชิก OPEC ด้วยกัน แต่ต่างคนต่างก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ตนเองเป็นหลัก
คำว่า Oversupply จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมนักวิเคราะห์คนนี้จึงประเมินว่าราคาน้ำมันอาจร่วงไปถึง 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล “อย่างน้อยก็ช่วงระยะเวลาหนึ่ง” เพราะเขาเชื่อว่าแม้จะมีการตกลงลดการผลิตในสมาชิกโอเปค และหากเกิดขึ้นได้จริง ก็จะมีผลในไตรมาสที่สามของปี ไม่เกิดขึ้นในหกเดือนแรกของปีนี้แน่นอน
จึงไม่ต้องแปลกใจที่มีคนเริ่มตั้งคำถามว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของการผูกขาดตลาดน้ำมันโลกของกลุ่ม OPEC ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ชี้ชะตากรรมของเศรษฐกิจคนทั้งโลก
คำตอบของผมคือแนวโน้มน่าจะเป็นเช่นนั้น






