ในภาวะเศรษฐกิจสังคมยุคใหม่ ปัญหาด้านเศรษฐกิจถือว่าเป็นปัญหาเฉพาะหน้า
และส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนมากที่สุด ดังนั้นหากภาวะเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี และมีแนวโน้มสดใส ประชาชนก็จะสะท้อนออกมาให้เห็นจากหลายช่องทาง โดยเฉพาะอำนาจการจับจ่ายใช้สอย แต่หากปีไหนเกิดภาวะฝืดเคือง ประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนก็จะสะท้อนออกมาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหมายความว่าอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งสะท้อนได้อย่างดีว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างไร
ในช่วงที่สถานการณ์ราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก แม้ว่าอาจจะเห็นว่าราคาน้ำมันในประเทศน่าจะลดลงมากกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ แต่หากเปรียบเทียบกับช่วงก่อนแล้วก็ถือว่าราคาน้ำมันถูกลงกว่าเดิมพอสมควร ในขณะที่ความรู้สึกของประชาชนต่อการดำรงชีพ ยังรู้สึกว่าทำไมข้าวของยังแพงอยู่และมีแนวโน้มจะแพงขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายถึงประชาชนรู้สึกว่าค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าคนเริ่มรู้สึกว่ารายได้ในระดับปัจจุบันไม่เพียงพอกับรายจ่ายหรืออย่างน้อยก็เริ่มไล่หลังรายจ่ายมากขึ้น
แน่นอนว่ารัฐบาลดูเหมือนตระหนักถึงปัญหานี้ ได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ผู้ผลิตสินค้าและบริการให้จัดรายการลดราคาสินค้าราคาถูก เพื่อหวังช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน แน่นอนมาตรการดังกล่าวย่อมได้ผลในช่วงสั้น เพราะอย่างน้อยประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยก็สามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าที่จัดรายการกับราคาตลาดทั่วไปได้ ดังนั้นงานลักษณะดังกล่าวจึงได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง อย่างน้อยก็สามารถลดเสียงสะท้อนในเรื่องปัญหาค่าครองชีพลงได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้กำหนดนโยบายแล้ว มักจะดูที่ระดับราคาโดยรวมเป็นดัชนีชี้วัด ซึ่งเป็นการประเมินและเก็บข้อมูลเฉลี่ยจากทั่วประเทศ ซึ่งตัวเลขที่ปรากฏในขณะนี้พบว่าระดับราคาของประเทศไม่ได้ปรับเพิ่มเหมือนกับที่ความรู้สึกของประชาชนทั่วไปรับรู้กัน ดังนั้นฝ่ายนโยบายยังคงพอใจกับสถานการณ์ด้านราคาว่ายังอยู่ในระดับต่ำ ในบางยุคมีการกล่าวโทษเสียงสะท้อนของประชาชนเรื่องราคาสินค้าแพงว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้มากกว่าความเป็นจริง แต่ก็ปรากฏว่าเป็นการแก้ต่างของฝ่ายนโยบาย
ในครั้งนั้น บางหน่วยงานในการเสนอราคาสินค้าในตลาดว่าอยู่ในระดับเท่าไร แต่ราคาจำหน่ายจริงปรากฏว่าสูงกว่าราคาที่มีการควบคุมกันไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งการสำรวจหรือการประเมินของหน่วยงานรัฐนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น อย่างเช่น ขณะนี้มีเสียงบ่นว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี และข้าวของแพง หน่วยงานรัฐก็จะอ้างว่าเป็นเพียงภาวะชั่วคราว และเป็นเรื่องของความรู้สึกเท่านั้น แต่ในที่สุดแล้ว เสียงสะท้อนของประชาชนก็เป็นฝ่ายถูกต้องเสมอ เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ
เราเห็นว่าปัญหาค่าครองชีพในปัจจุบันที่มีเสียงสะท้อนมานานตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ อาจจะเป็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งขัดแย้งกับภาวะเงินเฟ้อต่ำ น่าจะหมายถึงระดับราคาน่าจะต่ำเช่นเดียวกัน ดังนั้น การแก้ปัญหาค่าครองชีพจึงไม่สามารถทำได้เพียงแค่การจัดงานลดราคาสินค้าจากผู้ประกอบการ แต่ต้องหามาตรการดูแลอย่างจริงจัง เพราะตราบใดที่คนรู้สึกว่าข้าวของแพง ก็จะทำให้มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เผชิญอยู่ทุกวัน

