วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TQA Story (4) : TQA กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ในตอนที่แล้ว ได้บอกไว้ว่าการที่องค์กรองค์กรหนึ่งจะสามารถประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องเป็นทั้งองค์กรเก่งและดีในองค์กรเดียวกัน

 ในตอนนี้ จะขยายเพิ่มเติมว่า

นอกจากจะต้องเป็นองค์กรที่เก่งและดีแล้ว หากจะสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้จริง ยังต้องเป็นองค์กรที่มีสติด้วย นั้นคือเป็นทั้งองค์กรที่เก่ง ดี และมีสติ

คำว่า องค์กรที่มีสติ นั้นหมายถึง องค์กรที่มีความตระหนักรู้ตัวเองตลอดเวลา ถึงสิ่งที่องค์กรตัดสินใจที่จะทำหรือไม่ทำ การรู้ตัวเองเสมอที่จะไม่ทำอะไรที่เกินตัว จนนำมาซึ่งความเสียหายในอนาคต รวมถึงการเป็นองค์กรที่มีภูมิคุ้มกันตัวเอง ที่จะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้เกิดความเสียหาย หรือเกิดความเสียหายขึ้นน้อยที่สุดกับองค์กร ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรได้

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) จะหมายถึง ปรัชญาที่แสดงถึงแนวทางในการดำรงอยู่และการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคโลกาภิวัตน์

ทั้งนี้ ในการนำมาใช้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการบริหารองค์กรนั้น จะมุ่งเน้นให้องค์กรมีการดำเนินธุรกิจในทางสายกลาง คือการดำเนินธุรกิจที่ไม่สุดโต่งในการแสวงหากำไร มีการคำนึงถึงผลกระทบ และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของสิ่งที่ได้กระทำ ทั้งที่มีและไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงมีการดำเนินการด้วยความประหยัด เรียบง่าย และได้ประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ การดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะประกอบด้วย 3 คุณลักษณะที่สำคัญ คือความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และ 2 เงื่อนไขสำคัญ คือความรู้และคุณธรรม

ความพอประมาณ (Moderation) จะหมายถึง การดำเนินการด้วยความพอดีที่ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป รวมถึงความพอใจในสิ่งที่สมควร ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่น้อยเกินไปจนก่อให้เกิดความขัดสน และไม่มากเกินไป จนก่อให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่น

หากมองเทียบกับกระบวนการต่างๆ ในการเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) จะเห็นได้ว่าใน TQA จะให้เราทำการสำรวจเพื่อให้เราได้รู้จักตัวเองก่อน ว่าอะไรคือสมรรถนะหลัก หรือ Core Competency อะไรคือบริบทเชิงกลยุทธ์ ทั้งที่เป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ และความท้าทายเชิงกลยุทธ์ รวมถึงเราอยู่ในสภาพแวดล้อมของการแข่งขันอย่างไร

จากนั้น จะมีการเชื่อมโยงเข้ากับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ที่จะต้องมีการประเมินขีดความสามารถขององค์กรในการนำแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ รวมถึงการวางแผนการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสามารถสนับสนุนต่อการพัฒนาองค์กรได้ นอกจากนั้น ยังต้องมีการพิจารณาว่ากระบวนการทำงานใดที่องค์กรสามารถทำเองได้ หรือจะให้ดำเนินการโดยผู้ส่งมอบ หรือพันธมิตรแทน ซึ่งจะมีความชำนาญมากกว่า และจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ดีกว่าด้วย

ประเด็นที่สอง เรื่องของความมีเหตุมีผล (Reasonableness) จะหมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอประมาณในมิติต่างๆ ที่เป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุ ปัจจัย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบและถูกต้อง

ในส่วน TQA จะเห็นได้ว่าสอดคล้องกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ที่จะต้องมีการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์อย่างรอบด้าน สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร ความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น จุดบอดที่อาจจะมองข้ามไป รวมถึงการพัฒนาวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่คำนึง และสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด

ส่วนการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี (Self-immunity) จะหมายถึง การเตรียมองค์กรให้พร้อมรับกับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงความไม่แน่นอนทั้งทางด้านสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเมืองและกฎระเบียบ โดยคำนึงถึงทั้งเหตุการณ์และผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

ในเกณฑ์ TQA จะต้องการให้เราได้ทำความเข้าใจก่อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนขององค์กร จากนั้นในกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ จะต้องมีการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงจัดให้มีการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management) เพื่อให้องค์กรสามารถกลับมาดำเนินการได้ หากเกิดกรณีฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับการสร้างให้เกิดความคล่องตัว (Agility) ทั้งในระดับองค์กร และระดับบุคคล รวมถึงความสามารถในปรับเปลี่ยนแผนการปฏิบัติการ และระบบการวัดผลการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

ในส่วนของความรู้ จะประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ ความรอบรู้ คือ ความรู้ลึกในงานที่ทำ และความรู้กว้างในสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์ที่กับงานที่ทำ ความระลึกรู้ (สติ) คือ การยั้งคิดพิจารณาและรู้ทันสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะลงมือทำการใดๆ และความรู้ชัด (ปัญญา) คือ การเห็นและเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้อย่างกระจ่างชัด ถูกต้องตามเหตุตามผลและตามจริง ซึ่งในส่วนของ TQA จะมีการกำหนดให้องค์กรได้มีการจัดการความรู้ และสร้างให้เกิดการเรียนรู้ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร สอดคล้องกับประเด็นด้านความรอบรู้ของกลุ่มนี้

ส่วนด้านคุณธรรม จะประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน มีความเพียร และความรอบคอบระมัดระวัง ซึ่งในเกณฑ์ TQA จะระบุให้องค์กรต้องมีการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และมีการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม รวมถึงยังกำหนดให้องค์กรต้องมีความรับผิดชอบในกรณีที่ผลิตภัณฑ์และการปฏิบัติงานมีผลกระทบเชิงลบต่อสังคม การจัดการกับความกังวลสาธารณะ และความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมในวงกว้าง

ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นการสร้างให้เกิดความสมดุล การพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ตลอดจนการก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาองค์กรตามแนวทางรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่มุ่งเน้นให้เกิดความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิผลด้วย