รัฐบาลญี่ปุ่นกับการปรับบทบาทใหม่ด้านความมั่นคง

รัฐบาลญี่ปุ่นกับการปรับบทบาทใหม่ด้านความมั่นคง

มีความเป็นไปได้ในการเพิ่มความร่วมมือในมิติต่างๆ ที่ไม่เคยมี เช่น แลกเปลี่ยนข่าวกรองหรือจัดซื้ออาวุธ

แม้ว่าญี่ปุ่นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงภายหลังได้รับเอกราชจากสหรัฐ ในปี 2499 โดยถูกจำกัดกรอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ปิดกั้นโอกาสของการกลับสู่ลัทธิทหาร อีกทั้งมติมหาชนส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นไปในแนวทางรักสันติ แต่กระแสเรียกร้องจากกลุ่มอนุรักษนิยมของญี่ปุ่นที่ต้องการให้ญี่ปุ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้ทางทหารยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องและปรากฏชัดเจนขึ้นหลังปี 2534 จนถึงปัจจุบันซึ่งเศรษฐกิจญี่ปุ่นตกต่ำ ประชาชนรู้สึกไม่มั่นคงต่อภัยคุกคามจากจีนและเกาหลีเหนือ เพื่อนบ้านซึ่งมีข้อขัดแย้งมายาวนาน โดย ปี 2553 เป็นจุดเปลี่ยนของแนวนโยบายระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หลังจากเกิดเหตุปะทะกันในหมู่เกาะ Senkaku เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นจากพรรค Democratic Party of Japan (DPJ) ไม่ยอมใช้นโยบายที่ผ่อนปรนต่อจีนอีกต่อไป ความขัดแย้งจึงขยายตัวเป็นการทำลายทรัพย์สินธุรกิจญี่ปุ่นในจีนและมีการตอบโต้ทางด้านต่างๆ ต่อกัน ความขัดแย้งรุนแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี 2555 ที่รัฐบาลญี่ปุ่นซื้อเกาะดังกล่าวจากเอกชน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนตึงเครียดอย่างรุนแรงนับแต่บัดนั้น

ถึงกระนั้นมติมหาชนญี่ปุ่นยังเห็นว่ารัฐบาลพรรค DPJ ยังไม่สามารถสนองความต้องการของตนได้เพียงพอ พรรค Liberal Democratic Party (LDP) จึงได้รับเลือกให้ครองเสียงข้างมากในสภาเมื่อ ธ.ค.55 และนาย Shinzo Abe ซึ่งมีแนวทางขวาจัดได้เป็น นรม. สมัยที่สอง หลังจากที่เคยเป็นมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2549 ทั้งนี้ นาย Abe ได้ทำการปรับบทบาทด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นหลายประการและได้รับความนิยมมาก โดยพรรค LDP ได้ครองเสียงข้างมากอย่างท่วมท้นในสภาอีกครั้งจากการเลือกตั้งเมื่อ ธ.ค.57

แม้ว่ารัฐบาลของนาย Abe ยังคงยืนยันในหลักการนโยบายพื้นฐานของญี่ปุ่นที่ไม่ครอบครองและแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์และไม่กลายเป็นมหาอำนาจทางทหาร แต่เขาเห็นว่าญี่ปุ่นจะต้องขยายบทบาทด้านความมั่นคงและขีดความสามารถของกองทัพให้มากกว่านี้ เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์รอบด้านของญี่ปุ่นเองและรักษาสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ปัจจุบันในเอเชียแปซิฟิก ในวาระแรกของการดำรงตำแหน่งเขาได้ยกระดับทบวงป้องกันประเทศ (Defense Agency) ขึ้นเป็นกระทรวง ซึ่งทำให้รัฐบาลพลเรือนสั่งการกองกำลังป้องกันตนเองที่เป็นทหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

การดำเนินการที่สำคัญมีอาทิ 1)การจัดตั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) ซึ่งทำให้ นรม.มีอำนาจสูงสุดในด้านนโยบายความมั่นคง การต่างประเทศและการประกาศภาวะฉุกเฉิน 2)การผ่านร่างกฎหมายคุ้มครองความลับของทางราชการ ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถแลกเปลี่ยนข่าวกรองกับมิตรประเทศได้อย่างอิสระและอาจนำไปสู่การดำเนินการใด ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องชี้แจงต่อประชาชน

3) จัดทำยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงฉบับใหม่แทนนโยบายพื้นฐานเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2500 โดยมุ่งเน้นแนวทางสันตินิยมเชิงรุก (Proactive Pacifism) มีเป้าหมายในการขยายบทบาทสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญในภูมิภาค ทั้งนี้มีความพยายามตีความขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกลไกญี่ปุ่นเสียใหม่ว่าไม่ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ของญี่ปุ่น เช่น สามารถปกป้องมิตรประเทศได้หากเกิดสงคราม ยกเลิกการห้ามส่งออกอาวุธ และการส่งเรือพิฆาตเข้าร่วมปฏิบัติการในทะเล Eden ที่ไกลออกจากเศรษฐกิจจำเพาะ

4) ในด้านการพัฒนากองทัพ ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความขัดแย้งในพื้นที่ทับซ้อนมากขึ้น เช่น เพิ่มงบประมาณทางทหารในปี 2558 เป็นประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ จัดหายุทโธปกรณ์ล้ำสมัย เช่น ด.ชั้น Soryu และ บ.ขับไล่/โจมตี F-15 J และเพิ่มเติมกำลังเคลื่อนที่เร็วในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และ 5)กระชับความร่วมมือทางทหารอย่างเป็นรูปธรรมกับที่มีปัญหากับจีน เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์ ขณะที่เพิ่มปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐ ออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงเจตจำนงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 9 เพื่อให้ญี่ปุ่นสามารถป้องกันตนเองเบ็ดเสร็จ (Collective Self-Defense) เหมือนประเทศอื่น ซึ่งอาจรวมถึงการยกระดับกองกำลังป้องกันตนเองขึ้นเป็นกองทัพหรือปฏิบัติการชิงโจมตีก่อนต่อศัตรู อย่างไรก็ตาม ยังมีความเห็นค้านภายในประเทศจำนวนมากว่ารัฐบาลอาจนำประเทศไปสู่สงครามและพรรคร่วมรัฐบาล เช่น Komeito เกรงเสียคะแนนนิยม ทั้งนี้ อาจเป็นไปได้ว่าการปรับแก้อาจเกิดขึ้นหากเกิดเหตุการณ์ปะทะด้วยกำลังกับจีนอีกสักครั้งหนึ่ง

นโยบายของ นรม. Abe เปิดโอกาสให้กับความร่วมมือทางทหารกับมิตรประเทศมากขึ้น มีความเป็นไปได้ในการเพิ่มความร่วมมือในมิติต่างๆ ที่ไม่เคยมี เช่น แลกเปลี่ยนข่าวกรองหรือจัดซื้ออาวุธ แต่ขณะเดียวกันนโยบายดังกล่าวอาจสร้างความวิตกให้แก่จีน จนอาจมีข้อเรียกร้องที่ลำบากใจแก่ไทย