เป็น "ทอล์คออฟเดอะทาวน์" ต่อเนื่องข้ามสัปดาห์ สำหรับ "ชุดกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล"
ล่าสุด "เครือข่ายพลเมืองเน็ต" นำโดย นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล ประธานมูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง ยื่นคัดค้านต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชน
+++ สาระสำคัญของการคัดค้านครั้งนี้ คือ ชุดร่างกฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ "สิทธิ-เสรีภาพ" ขั้นพื้นฐาน และที่ผ่านมายังไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
+++ ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนดาหน้าค้าน และหวั่นวิตกกับความเร่งรีบ รวบรัดในการเสนอร่างกฎหมายชุดนี้ ขณะที่ภาครัฐก็ยอมรับว่ามีข้อ "บกพร่อง" หลายจุด แต่ก็จะเร่งปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว
+++ กับเหตุผลในการคัดค้านเราคงได้ยินได้ฟังมาพอสมควรแล้ว คราวนี้ลองมาฟังเหตุผลจาก "ผู้ปฏิบัติ" กันบ้าง
+++ พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางทหาร กรมการสื่อสารทหาร กองทัพบก เขียนบทความเผยแพร่ทางเว็บไซต์กองทัพบก ความว่า เรื่องนี้ละเอียดอ่อน ต้องการการรณรงค์เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับจากประชาชน
+++ แต่หากไม่มีกฎหมาย ไม่มีการปฏิบัติ ใครจะไปไหน มาไหน เข้านอก ออกในได้อย่างอิสรเสรี โดยเฉพาะ "แฮกเกอร์" หรือ "แคร็กเกอร์" ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่คนเหล่านี้ใช้เป็นฐานปฏิบัติการก่อภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันทำให้เกิดความล่าช้าในทางปฏิบัติบางกรณีหลักฐานข้อมูลสารสนเทศถูกทำลาย ต้องเสียเวลาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หรือระบบดิจิทัล
+++ ส่วนการมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ "ดักรับ" หรือ "เข้าถึง" ข้อมูล อาจดูละเมิดสิทธิและคลุมเครือ โดยถูกมองว่าเป็นการ "ล้วงตับ" อย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกตนั้น จริงๆ แล้ว "ข้อมูลส่วนบุคคล" มีมาตรการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่ ถึงบางกรณีอาจคุ้มครองเจ้าหน้าที่ไม่ให้ต้องรับโทษทางอาญา แต่หากเกิดความเสียหายก็สามารถดำเนินคดีทางแพ่งและทางปกครองได้...สังคมควรตระหนักรู้ แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกิดเหตุ
+++ ขณะที่นายตำรวจระดับสูงซึ่งคลุกคลีอยู่กับการตรวจสอบ-วิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ยกเคสล่าสุดที่สืบสวนจนทราบข้อมูลผู้กระทำผิด แต่ติดขัดขั้นตอนการขอข้อมูลจากบริษัทเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ สร้างความเสียหายต่อการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามมา
+++ นักสืบไซเบอร์ผู้นี้ ย้ำว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การจัดเก็บและประสานขอ "ข้อมูล" เพื่อใช้ยืนยันตัวบุคคลที่กระทำผิด ส่วนกลไกการตรวจสอบนั้นแน่นอนว่าต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีระบบที่มีขั้นตอน "รวดเร็ว" ทันต่อสถานการณ์ด้วย ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้
+++ สุดท้ายแล้วเชื่อว่า ในการปรับปรุงแก้ไขชุดร่างกฎหมายดิจิทัลนั้นจำเป็นต้องฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนให้รอบด้าน โดยยืนอยู่บนหลักการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับสุจริตชน
+++ กระนั้นก็ตาม หากลองทบทวนจะพบว่า จริงๆ แล้วสังคมเป็นกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐในการบังคับใช้กฎหมายด้วยความซื่อสัตย์ และโปร่งใสมากกว่า เป็น "โจทย์ใหญ่" ท้าทายรัฐบาลว่าจะสร้างความเชื่อมั่นว่าไม่มี "วาระซ่อนเร้น" ควบคู่ไปกับการปรับปรุงชุดกฎหมายดิจิทัลได้อย่างไร เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ ทั้งด้านอาชญากรรม ความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็มีกฎหมายไปใช้ปราบปรามคนร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนบ้างแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่สากลยอมรับ






