ปีนี้ครบรอบ 40 ปีการฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ ระหว่างไทยกับจีน จึงเป็นโอกาสสำคัญ
ที่ควรนำไปสู่การวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศของไทยต่อมหาอำนาจ เช่น จีน, ญี่ปุ่น, สหรัฐ, ยุโรป และอินเดีย
คำว่า "ไพ่จีน" หรือ China card เป็นวลีทางการทูต ที่หมายถึงการคบหากับจีนเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับชาติใหญ่อื่นๆ
ที่น่าสนใจคือคำว่า Japan card หรือ America card ไม่นิยมใช้เหมือน China card อาจเป็นเพราะ "ไพ่จีน" มีความหมายที่เป็น "ตัวถ่วงดุล" สหรัฐและญี่ปุ่นสำหรับประเทศเล็กที่ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้การครอบงำของชาติใหญ่ชาติใดชาติหนึ่ง
เรารับรู้แต่ว่าจะใช้จีนถ่วงดุลอเมริกา ไม่ค่อยมีใครคิดว่าจะใช้วอชิงตันมาถ่วงดุลปักกิ่ง
แต่วันนี้สถานการณ์อาจจะทำให้ต้องคิดถึงการทูตถ่วงดุลที่มีจีนเป็นหลัก และต้องใช้ "ไพ่ญี่ปุ่น" หรือ "ไพ่มะกัน" มาถ่วงดุลมหาอำนาจจีนก็ได้
นั่นหมายถึงการ "รักษาระยะห่างอันเหมาะสม" กับประเทศที่มีอิทธิพลในเวทีโลก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเราอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาและจะต้องเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและปรับนโยบายอย่างคล่องตัวได้ตลอดเวลา
แต่การ "เล่นไพ่จีน" ก็ต้องระแวดระวัง เพราะต้องไม่ลืมสัจธรรมว่า "การเมืองการทูตทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศนั้นๆ" (All politics is domestic).
และไม่มีอะไรฟรีในโลกนี้ (There is no such thing as a free lunch)
ซึ่งแปลว่าเราต้องดำเนินนโยบายเล่นไพ่ทุกใบด้วยความตระหนักว่าเขาจะไม่ให้อะไรเราฟรีๆ และทุกครั้งที่เราใช้เขาถ่วงดุลอำนาจอีกฝ่ายหนึ่ง เขาก็จะต้องส่งบิลมาเก็บเงิน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม
สหรัฐคบหาประเทศใดก็ต้องการประโยชน์จากประเทศนั้นเหมือนชาติมหาอำนาจอื่นๆ ดังนั้นแม้ว่าวอชิงตันจะกล่าวอ้างถึงคำว่า "ประชาธิปไตย" และ "สิทธิมนุษยชน" เป็นนิจศีล แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ยอมผ่อนปรนหากเขาได้ประโยชน์ด้านอื่น
ญี่ปุ่นมีปัญหากับจีน ดึงสหรัฐมาเป็นพวก อาเซียนจึงควรจะคบหาญี่ปุ่นเพื่อถ่วงจีน แต่ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็ต้องการประโยชน์จากการลงทุนในอาเซียน (รวมถึงไทย) ด้วยเงื่อนไขการลงทุนหลายข้อ หากไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ นักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลของเขาก็จะย้ายฐานการผลิตไปแหล่งอื่นได้ง่ายๆ เช่นกัน
จีนกำลังเนื้อหอม เข้ามาคบหาประเทศไทยหลังการปฏิวัติ 22 พฤษภาคมปีที่แล้ว มีท่าทีต่อรัฐบาลนายกฯประยุทธ์ที่เป็นมิตรมากกว่าสหรัฐ, ยุโรป และญี่ปุ่น จึงทำให้รัฐบาลไทย "เล่นไพ่จีน" เพื่อคานวอชิงตัน
จีนต้องการได้สิทธิ์สร้างทางรถไฟอยู่แล้ว จึงแทรกตัวเข้ามาในจังหวะเหมาะเจาะ แต่ไทยก็ถูกจีนกดดันในหลายๆ ด้าน เพราะปักกิ่งอยากได้อะไรมากกว่าแค่โครงการรถไฟ
เพื่อนบ้านไทยกำลังเจอกับปรากฏการณ์ของการอพยพคนจีนเป็นจำนวนมากมาตั้งรกรากอย่างเป็นฝั่งเป็นฝา และเงื่อนไขบางอย่างของจีนในการให้ความช่วยเหลือประเทศอื่นก็เกินเลยการยอมรับได้ของเจ้าของบ้าน
จึงเป็นประเด็นที่ฝ่ายไทยจะต้องต่อรองและยืนกรานในบางเรื่องที่ให้ไม่ได้ เพราะชาติใหญ่อื่นๆ ก็จับตาดูว่าไทยจะ "โหนจีน" ไปสักกี่องศา และจะเปิดทางให้ประเทศอื่นมีบทบาทในด้านต่างๆ ของประเทศไทยมากน้อยเพียงใด
การ "ไต่ลวดการทูต" ของไทยในอดีตได้ทำมาหลายต่อหลายยุคสมัยแล้ว
วันนี้การ "เล่นไพ่" มหาอำนาจแต่ละใบจึงเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ที่ท้าทายความสามารถของการดำเนินวิเทโศบายการทูตของรัฐบาลไทยอย่างยิ่ง






