นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกำหนดพื้นที่ครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนเป้าหมาย
ได้แก่ ตาก (11 ตำบล ใน อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด) มุกดาหาร (11 ตำบล ใน อ.เมือง อ.หว้านใหญ่ อ.ดอนตาล) สงขลา (4 ตำบล ในอ.สะเดา) สระแก้ว (4 ตำบล ใน อ.อรัญประเทศ และ อ.วัฒนานคร) ตราด (3 ตำบล ใน อ.คลองใหญ่) รวม 36 ตำบล ใน 10 อำเภอ
หนึ่งในมาตรการภายใต้นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ คือ มาตรการส่งเสริมการลงทุน อันประกอบด้วย สิทธิประโยชน์ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้บรรษัทข้ามชาติ 8 ปี และได้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิจากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติอีก 5 ปีหลังจากครบกำหนดยกเว้น ให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปา คิดเป็น 2 เท่าของค่าใช้จ่าย ให้หักค่าติดตั้ง หรือการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก 25% ของเงินลงทุนเพิ่มจากการหักค่าเสื่อมปกติ ให้ยกเว้นอากรขาเข้านำเข้าเครื่องจักร ให้ยกเว้นอากรข้าเข้านำเข้าวัตถุดิบที่ใช้เพื่อการเพิ่มเพื่อส่งออก และอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือได้ ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถขอรับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (หรือบีโอไอ) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
มาตรการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าวสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตทางวิชาการที่พึงระวัง คือ “Transfer Pricing” พิจารณากรณีศึกษาต่อไปนี้
บริษัท A เป็นบริษัทลูกของบริษัทแม่ในต่างประเทศ บริษัท A ได้รับการส่งเสริมการลงทุน บริษัท A นำเข้าเครื่องจักรโดยตรงจากบริษัทแม่ในต่างประเทศซึ่งรายการสินค้าดังกล่าวประเทศไทยเก็บอากรขาเข้าเท่ากับร้อยละ 15 ของมูลค่านำเข้า สมมุติบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศเป็นผู้ผลิตรายใหญ่และเป็นกำหนดราคาตลาดโลก ซึ่งโดยทั่วไปบริษัทแม่ขายเครื่องจักรดังกล่าวในราคา 100 บาท (ประเมินอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว)
ประเด็นคือ มีความเป็นไปได้ที่บริษัท A จะสำแดงรายการนำเข้าเครื่องจักรดังกล่าวในราคาสูงกว่าราคาปกติสมมุติเท่ากับ 110 บาท เนื่องจากบริษัท A ไม่ต้องเสียอากรนำเข้าเครื่องจักรตามสิทธิประโยชน์ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่บริษัท A จะซื้อวัตถุดิบจากบริษัทแม่ในราคาที่สูงกว่าปกติลักษณะดังกล่าวเรียกว่า Transfer Pricing คือ การถ่ายโอนกำไรจากบริษัทลูกไปสู่บริษัทแม่ในต่างประเทศผ่านการกำหนดราคา ส่งผลให้ผลประกอบการทางบัญชีออกมาไม่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัท A ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมีแรงจูงใจที่ทำให้เกิดการขาดทุนทางบัญชีมากยิ่งขึ้น ผ่านกระบวนการผ่องถ่ายกำไรไปสู่บริษัทแม่ในรูปแบบต่างๆ เช่น กำหนดผลตอบแทนและสวัสดิการให้กับผู้บริหารชาวต่างชาติในระดับสูงมากๆ การจ้างบริษัทแม่ในราคาที่สูงในกิจกรรมประเภท Outsource เป็นต้น ทั้งนี้เพราะ การได้สิทธิประโยชน์การยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรและการยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการส่งออก
ในขณะเดียวกัน บริษัท B เป็นบริษัทคนไทยประกอบกิจการประเภทเดียวกันแต่ไม่ได้ขอรับการส่งเสริมการลงทุน นำเข้าเครื่องจักรจากบริษัทแม่ของบริษัท A ในราคาปกติคือ 100 บาท และต้องเสียภาษีนำเข้า เมื่อสำแดงรายการนำเข้าต่อกรมศุลกากรซึ่งโดยธรรมชาติของภารกิจ กรมศุลกากรมีหน้าที่และแรงจูงใจที่จะเก็บภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อพบรายการสินค้านำเข้าเหมือนกันสองรายการแต่แสดงมูลค่าการนำเข้าไม่เท่ากัน กรมศุลกากรมีแนวโน้มที่จะคิดราคาสินค้านำเข้าในราคาสูงสุด ส่งผลให้บริษัท B ถูกประเมินราคาเครื่องจักรนำเข้าเท่ากับ 110 ทำให้ต้องเสียอากรนำเข้าเท่ากับ 16.5 บาท (110 x 15%) ส่งผลให้ต้นทุนเครื่องจักรของบริษัท B ซึ่งเป็นบริษัทคนไทยเท่ากับ 116.5 บาท และเมื่อผนวกกับการต้องเสียภาษีเงินนิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 ส่งผลให้ต้นทุนของบริษัท B สูงกว่าบริษัท A
ประเด็นเรื่อง Transfer Pricing ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่และไม่ได้เป็นประเด็นที่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่อาจจะประสบ แต่เป็นประเด็นที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศพัฒนาโดยทั่วไปที่ต้องการการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ






