วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือน(ภัย)ไว้ก่อน

เมื่อไม่นานมานี้ จับประเด็นเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างบรรทัดในคำสัมภาษณ์ของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดถึง "แชร์ลูกโซ่" มาสะกิดเตือนกัน เพราะทุกวันนี้ยังเป็นภัยร้ายที่ยากต่อการปราบปราม

+++ มีตัวเลข 9% ที่ร้องทุกข์ผ่านเข้ามายังศูนย์บริการประชาชนและช่องทางอื่นๆ ของหน่วยงานรัฐ ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้เนื่องจากเป็นปัญหาซับซ้อน เป็นเครื่องยืนยัน สำทับด้วยคำเตือนของ ม.ล.ปนัดดา ว่า "อย่าไปยุ่งเกี่ยว"

+++ เมื่อพูดถึงภัย "แชร์ลูกโซ่" แล้วก็จำต้องพาดพิง "ธุรกิจขายตรง" ที่ดีก็มีมาก แต่ที่ไม่ซื่อตรงก็ใช่น้อย

+++ เรื่องนี้ นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เคยพูดไว้ชัดว่า เคยเรียกบริษัทขายตรงมาประชุม หลังมีการร้องเรียนเข้ามาแต่ยังไม่มีผู้เสียหาย เพราะทราบจากพฤติกรรมว่ามีหลายบริษัทกำลัง "แปลงร่าง" เป็นแชร์ลูกโซ่

+++ งานนี้ เลขาฯ สคบ. ทุ่มทุนสร้าง ออกหน้าเป็น "ผู้เสียหาย" แจ้งความร้องทุกข์คดีหนึ่งด้วยตัวเอง พร้อมจับมือ ปปง. กับตำรวจ มาร่วมขบวน "จัดหนัก" หวังเอาให้อยู่หมัด คาดว่าจะรู้หมู่รู้จ่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

+++ อีกธุรกิจที่มักแฝงแชร์ลูกโซ่ก็คือการลงทุน "ซื้อขายล่วงหน้า" ล่าสุด ดีเอสไอ ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันประชาชนถูกหลอกลวงให้ร่วมทุนผ่าน www.clubfxzn.com

+++ สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ทำการ ตรวจสอบกองทุน fxzn zenith แล้วพบว่าไม่ได้เป็นผู้รับ อนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อ ขายล่วงหน้า รวมถึงมิได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนใน ประเทศไทย

+++ โดยกองทุน fxzn zenith มีพฤติการณ์ในการ ชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจ Forex หรือธุรกิจ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ และตลาดตรา สารอนุพันธ์สกุลโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโอน เงินธนบัตรไทยหรือเงินตราต่างประเทศ เข้าหรือออกต่าง ประเทศจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีการเผยแพร่ ผ่านทางเว็บไซต์ www.clubfxzn.com, www.fxzn.com, www.fxznclub.com และ www.youtube.com โดยให้ผลตอบแทนร้อยละ 3 ต่อสัปดาห์ และหากหาสมาชิกได้จะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

+++ ขีดเส้นใต้เลยว่า ดีเอสไอไม่เคยรับรองกองทุนใดๆ ที่มีการประกอบกิจการในลักษณะเช่นนี้ จึงส่งเรื่อง ไปยังกองบังคับการบังคับการปราบปรามการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปแล้ว

+++ "แก๊งคอลล์เซ็นเตอร์" เป็นภัยอีกประเภทที่ต้องเตือนกันเป็นระยะๆ ล่าสุดออกอาละวาดอีกแล้ว คราวนี้แอบอ้างเป็น ปปง. หลอกเหยื่อว่าพัวพันกับคดีลักเงินพันล้านของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล.

+++ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาฯ ปปง. ต้องออกมาเตือนด่วนเพราะมีคนตกเป็นเหยื่อแล้ว 2 ราย หนึ่งในเป็นอาจารย์สถาบันด้วย ส่วนอีกรายเป็นประชาชนสูญเงินไปล้านกว่าบาท

+++ เตือนกันไว้ก่อนเพราะช่วงนี้เข้าสู่ฤดูยื่น "ภาษี" กันแล้ว ไม่แน่มุข "หลอกคืนภาษี" อาจกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง และทุกคนมีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อได้ทั้งนั้น ใครเผลอขาดสติ มีแสนหมดแสน มีล้านหมดล้าน ตัวอย่างมีให้เห็นมาแล้วนักต่อนัก