เห็นพาดหัวข่าวใน "โพสต์ทูเดย์" วันก่อน "สมคิดผนึกอุ๋ย รวมพลังเนรมิตเศรษฐกิจไทยสู้ภัยเศรษฐกิจโลก"
แล้วก็คลายความกังวลไประดับหนึ่ง
ภาพของสองท่านที่เป็นมือหนึ่งทางเศรษฐกิจและต่างประเทศ ประสานเสียงเพื่อนำประเทศฝ่าปัญหาเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็ทำให้พอจะมีความหวังว่ามือดีๆ ของทั้งสองทีมสามารถจะระดมสรรพกำลังคนเก่งในระบบราชการ, วิชาการ และเอกชนมาไขกุญแจเพื่อฝ่าด่านใหญ่ของปีนี้ไปให้ได้
เศรษฐกิจไทยและโลกปีนี้มีเรื่องท้าทายมากมายที่ไม่ธรรมดา และหากรัฐบาลของนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา จะขี่คลื่นของความไม่แน่นอนให้รอดปลอดภัย จะต้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างจริงจังหามรุ่งหามค่ำ ไม่แยกพวกแยกเหล่าแยกกลุ่ม
รองนายกฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และที่ปรึกษา คสช. ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นคนเก่งคนกล้า มีความรู้ความสามารถอยู่แถวหน้าของประเทศ แม้จะได้รับมอบหมายหน้าที่กันคนละด้าน แต่เป้าหมายต้องเหมือนกัน นั่นคือการนำพาเศรษฐกิจประเทศผ่านวิกฤตไปได้
ผมเคยสนทนา ถามเรื่องข่าวคราว "เกาเหลา" ของทีมงานทั้งสอง ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีเรื่องระหองระแหง ไม่มีการเหยียบเท้ากัน และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องแก่งแย่งตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ เพราะต่างคนต่างก็มีหน้าที่งานการทั้งก่อนเกิด คสช. และแม้หลัง คสช.สลายตัวแล้วที่โดดเด่นและเป็นที่พอใจสำหรับตนเองอยู่แล้ว
ผมเชื่อในความเป็น "มืออาชีพ" ของทั้งสองท่าน และเมื่อมีภารกิจร่วม ทำงานเพื่อชาติเหมือนกัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมีเรื่องราว "เกาเหลา" อย่างที่ร่ำลือกัน
ที่ประชุมร่วมครั้งแรกของปีใหม่นี้ระหว่างคณะรัฐมนตรีกับ คสช. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีการระดมความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เห็นพ้องกันว่าเกษตรกรอยู่ในภาวะลำบาก ราคาสินค้าเกษตรลดลง เหลือเงินใช้สอยน้อยลง จึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือ แต่ก็ยอมรับว่ามาตรการของรัฐบาลยังล่าช้า
ขณะเดียวกันสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ก็มีความผันผวนหลายด้าน ต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิดเพราะอาจมีผลกระทบไทย
สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย กำลังจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ที่เรียกว่า QE ซึ่งอาจทำให้มีเงินทุนไหลเข้าไทยมากขึ้น
ขณะเดียวกันเงินบาทก็แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน อาจมีผลทางลบต่อการส่งออก
เหตุก่อการร้ายในหลายประเทศและแนวโน้มของการก่อเหตุร้าย น่าเป็นห่วงว่าจะกระทบเศรษฐกิจของโลก
ราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ ก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องเฝ้ามอง เพื่อไทยจะได้ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อคนทั้งโลก
เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวตามเป้าที่ 4-5% ได้หรือไม่อยู่ที่ปัจจัยหลัก 4 ประการ คือ การใช้จ่ายภาครัฐ, การลงทุนภาคเอกชน, การบริโภคภาคเอกชน และการส่งออก
หากพลาดเป้าใดเป้าหนึ่ง, เป้าใหญ่ก็จะพลาดไปด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นความท้าทายใหญ่หลวง ที่ทำให้เราต้องเห็นทีมงานด้านเศรษฐกิจระดับนโยบาย ผนึกกำลังกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อกระตุ้นให้ทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง, ข้าราชการ และเอกชนก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างขะมักเขม้น, โปร่งใส, ชัดเจน และตอบคำถามของประชาชนได้อย่างฉาดฉานในทุกจังหวะจากนี้ไป
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ฝีมือหรือความสามารถซึ่งไม่เป็นที่สงสัย วันนี้หัวใจของการฟื้นเศรษฐกิจประเทศคือการสร้าง leadership และ team work
ทีมกีฬาที่จะชนะเลิศได้ เขามีคำขวัญสำคัญคือ There is no 'I' in team แปลว่าในการทำงานเป็นทีมนั้นไม่มีคำว่า "ฉันคนเดียว" เพราะสะกดคำว่า team ไม่มีตัว I
แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ ก็คือจะทำอะไรให้สำเร็จระดับชาติต้องทิ้ง "อัตตา" ไว้ที่บ้าน
ผมมั่นใจว่าคุณสมคิดและคุณชายอุ๋ย ผ่านชีวิตทำงานทุกระดับมาอย่างโชกโชนแล้ว เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดีกว่าใครๆ ทั้งสิ้น






