จากชาร์ทนี้จะเห็นว่าอัตราเติบโตเศรษฐกิจของจีน ที่เพิ่งจบปี 2014 อยู่ที่ 7.4 % ซึ่งต่ำที่สุดใน 24 ปี!
ปีก่อนหน้านี้โตที่ 7.7%
นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ส่งสัญญาณเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าอัตราโตของผลผลิตมวลรวม หรือ จีดีพี ปีนี้มีแนวโน้มจะหดตัวต่อไปอีก
เป้าที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้ทั้งปีอยู่ที่ 7% เท่านั้น
สำหรับประเทศจีนที่เศรษฐกิจเคยโตถึงปีละ 9-10% พอตัวเลขนี้หดตัวลงมาที่ 7% ก็เป็นประเด็นวิเคราะห์กันอย่างกว้างขวาง
ของไทยเราปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1% และปีนี้พยากรณ์กันว่าจะอยู่ที่ 4-5% ก็ถือว่าเก่งกาจแล้ว
แต่สำหรับจีน 7% ถือว่า "ต่ำกว่ามาตรฐาน"
ภารกิจหลักของผู้นำจีนจึงอยู่ที่การ "บริหารความคาดหวัง" ของประชาชนที่ตั้งเป้าไว้ว่าต้องอยู่ที่ 7% ขึ้นไป จึงเป็นเรื่องหนักอกสำหรับผู้บริหารประเทศ
นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ส่งสัญญาณตั้งแต่ต้นปีว่าอย่าได้คาดหวังว่าจีดีพีของประเทศจะขยับขึ้น ต้องทำใจว่าถ้าได้ 7% ก็ต้องถือว่าดีแล้ว
ผู้นำจีนเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "new normal" ซึ่งแปลว่าเป็น "ระดับปกติใหม่" ซึ่งจะต่างจาก "ระดับปกติเก่า"
แปลว่าคนจีนและผู้คนทั้งโลกต้องไม่ตั้งความหวังไว้สูงกว่านี้ เพราะการจะทำให้เศรษฐกิจโตเกิน 7% เป็นเรื่องยากเย็นและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ปัญหาเศรษฐกิจของจีนมีทั้งราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง, ความต้องการสินค้าในประเทศที่หดตัว, หนี้รัฐบาลและเอกชนที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่มีเกินความต้องการของตลาด
เป็นเรื่องปวดหัวของรัฐบาลหลายประเทศที่มีความละม้ายคล้ายกัน ต่างกันตรงที่รัฐบาลและเอกชนจะสามารถประสานมาตรการแก้ปัญหาให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพหรือไม่
สำหรับจีน ภาครัฐบาลยังเป็นหัวใจของการแก้ปัญหา เพราะคำว่า "ธุรกิจเอกชน" ยังเป็นคำแปลกหู แต่หากพรรคคอมมิวนิสต์ยังไม่ปล่อยมือให้เอกชนมีบทบาทคึกคักขึ้น ก็จะต้องเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
เหตุผลของการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเห็นชัดจากตัวเลขทางการจีนที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อสองวันก่อน
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่เคยเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจจีนลดจาก 20% เหลือ 15.7% ปีที่ผ่านมา
การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดจาก 9.7% เป็น 8.3%
ยอดขายปลีกทั่วประเทศลดจาก 13.1% มาอยู่ที่ 12%
รัฐบาลจีนทำอะไรเพื่อไม่ให้อัตราโตลดลงมากเกินควร?
เริ่มด้วยการฉีดเงินเข้าเศรษฐกิจด้วยการเร่งการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และปล่อยกู้ให้กับภาคชนบทสูงขึ้น
และลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้เป็นครั้งแรกในสองปีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย
ผลที่เกิดขึ้นฉับพลันทันทีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ ทำให้ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้คึกคักตลอดช่วง 6 เดือน ก่อนที่จะร่วงลงมากว่า 7% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเพราะรัฐบาลออกกฎคุมเข้ม margin loan หรือเงินให้กู้เพื่อการลงทุนในหุ้น เหตุเพราะกลัวฟองสบู่จะแตกในตลาดหุ้น
ทิศทางเศรษฐกิจจีนมีความสำคัญต่อไทยและชาติอื่นในโลก เพราะจีนเป็นตลาดใหญ่ และอะไรที่เกิดในจีนมีผลกระทบต่อชาวโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แค่จีนจาม ไทยก็เป็นหวัดได้ โปรดระวัง!






