ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในรอบสัปดาห์นี้ มี 2 เรื่องหลักให้น่าติดตามคือ การถอดถอนนักการเมือง 3 ราย
ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญ
+++ โดย"คดีถอดถอนนั้น" ในวันที่ 21 ม.ค. สนช.จะพิจารณากระบวนการถอดถอน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาวุฒิสภา ซึ่งจะเป็นการแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจาของผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา
+++ ขณะที่ในวันที่ 22 ม.ค.จะเป็นการแถลงปิดสำนวนในส่วนของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากกรณีปล่อยปะละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จากนั้นในวันที่ 23 ม.ค. จะเป็นการลงมติถอดถอนทั้งในส่วนของนายสมศักดิ์ และนายนิคม ในช่วงเช้า และการลงมติในส่วนของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในช่วงบ่าย
+++ สุริยะใส กตะศิลา อาจารย์คณะนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) บอกว่า การที่ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธที่จะเข้าตอบคำถามในคดีจำนำข้าว เห็นว่าการที่ ยิ่งลักษณ์ ไม่ไปตอบข้อซักถาม สนช. และส่งทนายไปล้วงคำถามแล้วมาตั้งทีมตอบผ่านยูทูปแทนนั้น เป็นการไม่ให้เกียรติ สนช.ไม่เคารพกระบวนการตรวจสอบถอดถอน และถือเป็นการดูถูกประชาชน เพราะเป็นการทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะได้รับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาจากการซักถามกันในสภา เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชน
+++ สุริยะใส ระบุว่า ยิ่งลักษณ์ เลือกมาเฉพาะวันแถลงเปิดคดีกับวันแถลงปิดคดี เพราะ 2 วันนี้เป็นการพูดฝ่ายเดียวโดยไม่มีการซักถาม สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการสะท้อนเจตนา ยิ่งลักษณ์ และทีมงานที่จะใช้กระบวนการถอดถอนเป็นเวทีการเมืองปราศรัยฝ่ายเดียว เพื่อโน้มนำให้ประชาชนเชื่อและคล้อยตามด้วยโวหารการเมือง และเป็นไปได้ว่าการแถลงปิดคดีในวันที่ 21 ม.ค. ยิ่งลักษณ์ คงผูกปมการเมืองบางอย่างไว้กับการเคลื่อนไหวกดดัน หาก สนช.ลงมติถอดถอนตนเอง
+++ 23 ม.ค.นี้ คงได้รู้กันเสียทีว่า เสียงโหวต สนช.จะถึง 132 เสียง จากทั้งหมด 220 เสียง เพียงพอที่จะ"ถอดถอน" ทั้ง 3 คนได้ หรือไม่
+++ อีกความเคลื่อนไหวคือ การทำงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่าง) ที่จะมีการประชุมกันทั้งสัปดาห์ ซึ่งมีวาระพิจารณายากร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราในภาค 3 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
+++ คำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า การร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของมาตราที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม จะพิจารณาในส่วนกรอบกระบวนการยุติธรรม เรื่องหลักนิติธรรมและศาล และต่อด้วยการพิจารณาตัวบทขององค์กรอิสระซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตามที่กมธ.ได้เสนอมา ส่วนการปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงการเข้าสู่ตำแหน่งในบุคคลในองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐนั้นคาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง รวมถึงกระบวนการคัดสรรที่จะเขียนให้ครอบคลุมและทั่วถึงทุกภาคส่วนมากขึ้น
++ คำนูณ บอกด้วยว่า ในบททั่วไปของศาลและกระบวนการยุติธรรมจะมีการเขียนระบุชัดเจนในส่วนของหลักนิติธรรม ซึ่งจะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2550 เรื่องหลักนิติธรรมในมาตรา 3 ให้อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 รวมถึงทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามหลักนิติธรรม แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะระบุให้ชัดเจนในภาค 3 เลยว่าอะไรคือ “หลักนิติธรรม”
+++ ส่วนอำนาจหน้าที่และการคัดสรรบุคคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะมีการปรับเรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่งให้สั้นกว่าจากเดิมที่กำหนดไว้ 9 ปีและเพิ่มจำนวนตุลาการเดิมจากที่มี 9 คน ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าไหร่จะมีการหารือกันอีกครั้ง






