'ตลาดหุ้นลาว'โอกาส...ที่น้อยคนจะรู้

'ตลาดหุ้นลาว'โอกาส...ที่น้อยคนจะรู้

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสพาคณะนักศึกษาในโครงการ“กลยุทธ์การบริหารเงินลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนดีที่สุด”(CSi)

ของวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ด้วยการสนับสนุนของคุณอัจฉราวรรณ เจียรธนพร หรือ “พี่แอ๊ด” ของพวกเรา และคุณสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม จากบริษัท หลักทรัพย์เอพีเอ็มลาว จำกัดซึ่งทำให้พวกเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมตลาดหุ้นลาว ซึ่งถือได้ว่าเป็น “โอกาส” ที่มีคนไทยและคนทั่วโลกจำนวนน้อยมากที่เคยได้เรียนรู้และสัมผัสถึง

“ตลาดหุ้นลาว” เริ่มต้นเทรดหุ้นเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2011 หรือต้นปี 2554 นั่นเอง ทั้งนี้รัฐบาลลาวได้ตระหนักดีถึงการใช้ตลาดหุ้นมาเป็นแหล่งระดมทุน จึงได้ไปชักชวนตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้เข้ามาเป็นพันธมิตร โดยร่วมทุนระหว่าง ธนาคารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ถือหุ้น 51% และ ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี ถือหุ้น 49% ซึ่งผมมองว่า นั่นเป็นการสนับสนุนความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นลาวในสายตานักลงทุนต่างชาติได้ดีทีเดียว

“ตลาดหุ้นลาวมีหุ้นตัวไหนบ้าง? ที่เข้ามาเทรด” ในปัจจุบันนี้ตลาดหุ้นลาวมีหุ้นที่เข้ามาเทรดอยู่ 4 ตัวด้วยกันคือ

หนึ่ง บริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว มหาชน (EDL-Gen) ในมุมมองผม..ผมชอบหุ้นตัวนี้มากที่สุด เพราะสินค้าที่ลาวจะส่งไปขายต่างประเทศได้ดีที่สุดนั้นน่าจะเป็นการขาย “พลังงาน” บริษัทนี้แห่งนี้ผลิตไฟฟ้าและขายไฟฟ้าให้ไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จึงนับได้ว่าเป็นบริษัทที่น่าจะมีฐานะความมั่นคงที่ดี และรายได้ในอนาคตก็ไม่น่าจะผันผวนมากนัก ปัจจุบันนี้ EDL-Gen เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำอยู่ 3 แห่ง และโรงไฟฟ้าที่ร่วมทุนกับเอกชนอีกหลายแห่ง หนึ่งในฉายาของประเทศ สปป.ลาวก็คือ “Battery of Asean” นั่นเป็นการตอกย้ำว่า บริษัทแห่งนี้คงจะสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น รวมถึงการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอให้แก่นักลงทุนอีกด้วย

สอง ธนาคารการค้าต่างประเทศ (BCEL) ธนาคารแห่งนี้ได้ดำเนินธุรกรรมอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2532 จึงนับได้ว่ามีความมั่นคงอย่างสูง ปัจจุบันนี้มีสาขา 18 แห่ง สาขาย่อย 52 แห่ง ธนาคารแห่งนี้ยังร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ เคทีซีมิโก้ ของไทย เปิดบริษัทหลักทรัพย์ชื่อ BECL-KT เพื่อดำเนินการเป็นโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นลาวอีกด้วย

สาม กลุ่มบริษัท ลาวเวิลด์ (LAOWORLD) ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์แสดงสินค้า ลาว-ไอเทค ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยนักธุรกิจชาวไทยที่มีชื่อว่า คุณศักดิ์ชัย วงศ์มาลาสิทธิ์ ด้วยเงินลงทุน 400 ล้านบาท พื้นที่กว่า 80 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงเวียงจันทน์

สี่ บริษัท ปิโตรเลียมเทรดดิ้ง ลาว มหาชน (PTL) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านสถานีบริการน้ำมันครบวงจร และจัดจำหน่ายให้แก่ลูกค้าโดยตรง ภายใต้เครื่องหมายการค้า “PLUS” โดยมีสถานีบริการน้ำมันทั่วสปป.ลาว จำนวน 107 แห่ง และ มีคลังน้ำมันที่สามารถจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 3,610,000 ลิตร กระจายอยู่ทั่วสปป.ลาว

ตอนนี้ก็มาถึงคำถามยอดฮิต..ของนักเล่นหุ้นไทย “ซื้อ..หุ้นลาวตัวไหนดี ?”

ผมเอง..ไม่คิดว่าหุ้นลาวจะซื้อเพื่อหวังจะเอาส่วนต่างราคาได้สักเท่าไร? เท่าที่ผ่านมาราคาของหุ้นทุกตัวเคยต่ำกว่าราคาเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (IPO) มาแล้วทั้งสิ้น และปัจจุบันนี้บางช่วงเวลาก็มีหุ้นบางตัวราคาต่ำกว่าราคา IPO อยู่ดี ผมจึงมองว่า...เสี่ยงมาก

ดังนั้น วิธีจะลงทุนซื้อหุ้นลาว ผู้ลงทุนคงต้องได้แต่หวังถึงเงินปันผลที่จะได้รับทุกปี และส่วนต่างราคาหุ้นที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวเท่านั้น เท่าที่ผมเช็คมา..หุ้นสองตัวแรกที่เข้าตลาดไปตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดหุ้นลาวคือ EDL-Gen และ BCEL เป็นหุ้นเพียงสองตัวเท่านั้นที่ได้เคยจ่ายเงินปันผลออกมา ซึ่งจ่ายออกมาในระดับสูงถึง 7-10 % ทีเดียว (ดีกว่ามาก..เมื่อเทียบกับการฝากประจำเพียง 3% เท่านั้น) ผมยังมองต่อไปในอนาคตอีกด้วยว่า หุ้นธนาคารก็คงไม่น่าจะดีสักเท่าไร เนื่องจากจะต้องเผชิญกับการเข้ามาของธนาคารต่างชาติ ซึ่งถ้าเกิดการแข่งขันสูง ก็จะทำให้ผลกำไรลดน้อยถอยลงไปด้วยผมยังคงชอบหุ้น EDL-Gen เพราะผมมองว่าราคาค่าไฟฟ้าน่าจะมีแต่ขาขึ้นเสียส่วนใหญ่ การแข่งขันก็น้อย เพราะทุกวันนี้มีแต่คนใช้ไฟกันเพิ่มขึ้นกันทุกวัน ส่วนอีก 2 บริษัทที่เหลือ คงต้องรอดูผลประกอบการเพิ่มเติมในอนาคต

ท้ายนี้ที่อยากจะคุยให้ฟังก็คือ “ความเสี่ยง” เท่าที่เห็นก็คือ การลงทุนในตลาดหุ้นลาวต้องเปลี่ยนเป็น “เงินกีบ” เวลาได้ปันผลมาก็เป็น “เงินกีบ” เจออัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ค่อยแน่นอน ก็ทำให้เสียค่าส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ อีกอย่างหนึ่งก็คือ “ข้อมูล” ของหุ้นแต่ละตัว ก็คงจะได้รับอย่างกระท่อนกระแท่น การเก็งกำไรในระยะสั้นคงทำได้ลำบาก สุดท้ายก็คือเรื่อง “สภาพคล่อง” ซึ่งตอนนี้อาจจะจัดได้ว่าปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับ “เหงาหงอย” ถ้าเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นไทย

หากเปรียบการซื้อหุ้นลาวเป็น “หญิงลาว” แล้วละก็.. หนุ่มไทยคงจะไปจีบและอยู่กับเธอชั่วครั้งชั่วคราวไม่ได้เป็นแน่ เพราะอาจถูกฟันหัวแบะกลับมา

งานนี้... จึงต้อง “รักจริง...หวังแต่ง” เท่านั้นนะครับ