ใบหน้านั้น สำคัญไฉน?

ใบหน้านั้น สำคัญไฉน?

ใบหน้าคืออวัยวะที่เรามองเห็นได้บ่อยที่สุดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะอยู่ในระหว่างทำงาน เดินทาง หรือสมาคมสังสรรค์

ตำราโหงวเฮ้งใบหน้าของฝรั่งมีหรือไม่? ถ้ามี เขามีข้อสังเกตอะไรบ้าง?

กลุ่มนักวิจัยพฤติกรรมนักบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์เดล สหรัฐอเมริกา สถาบันศึกษาธุรกิจลอนดอน สหราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก พบว่า ผู้ชายที่มีใบหน้า ทรงกลม (มีส่วนกว้างระหว่างด้านข้างขอบแก้มทั้งสอง ที่ยาวกว่าส่วนสูงระหว่าง คิ้วกับริมฝีปากบน) มักทำการเจรจาต่อรองเงินโบนัส ในวงเงินราว 66,000 บาท สูงกว่าชายอื่นที่มีใบหน้าทรงไข่ (มีส่วนกว้างดังกล่าวที่สั้นกว่าส่วนสูง ดังกล่าว)

ผลวิจัยในที่นี้ ไม่ได้พาดพิงถึงใบหน้าทรงอื่นเลย ฉะนั้น ผู้มีหน้าเหลี่ยม หน้าแบน หน้าอ่อนหน้าแก่ หน้ากึ่งกลมหน้ากึ่งไข่ ฯลฯ ก็อย่าเพิ่งดีใจ เสียใจ หรือร้อนใจ “ถึงบางอ้อก่อนเรือออก” ก็แล้วกัน

วารสารภาวะผู้นำรายสามเดือนรายงานว่า ผู้วิจัยดังกล่าวให้นักศึกษา ชาย 60 คน สวมบทบาทเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งได้รับการบรรจุตำแหน่งงาน โดยแบ่งเป็นคนหน้ากลม 30 คน และคนหน้าไข่ 30 คน แต่ละคนทำการเจรจาต่อรองประเด็นเงินโบนัส สมมติกับนักศึกษาอีกคนหนึ่ง ซึ่งสวมบทบาทเป็นพนักงานบรรจุตำแหน่งงาน ปรากฏว่าคนหน้ากลมมักเจรจาโบนัสในวงเงินที่สูงกว่าคนหน้าไข่ถึง 66,000 บาท คือ คนหน้ากลมมักต้องการเงินและกล้า เสี่ยงมากกว่าคนหน้าไข่

ในวิจัยอีกรายหนึ่ง นักวิจัยกลุ่มเดียวกันให้ นักศึกษาปริญญาโทสาขา บริหารธุรกิจ 46 คน สวมบทบาทซื้อและขายที่ดินสมมติแปลงหนึ่ง ปรากฏว่า ในฐานะผู้ขาย นศ.หน้ากลมมักเจรจาขายใน วงเงินที่สูงกว่า นศ.หน้าไข่มาก ส่วนในฐานะผู้ซื้อ นศ.หน้ากลมก็มักเจรจาซื้อในวงเงินที่ต่ำกว่า นศ.หน้าไข่ มากเช่นกัน

บุคคลหน้ากลมที่นักวิจัยยกเป็นตัวอย่างไว้ มีอาทิ เลียวนาร์โด้ ดีคาปรีโอ (ดารานำชายเรื่อง ไททานิก) โรนาล รีแกน (อดีตประธานาธิบดี สหรัฐฯ) ไมค์ เดล์ล (ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารกิจการคอมพิวเตอร์เดล์ล) และอัลคาโพน (อาชญากรน่าเกรง ขามสมัย 95 ปีก่อน)

ส่วนบุคคลหน้าไข่ มีอาทิ ไรอัน เรโนล์ส (นักแสดงนำฝ่ายชาย) รอน พอล (นักการเมืองโด่งดัง) และเฮนรี่ พอลซั่น (อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สหรัฐฯ) โกลแมน แซ็กส์ (อดีตประธานบริหารบรรษัท การเงิน) และจอนห์ เลนนอน (นักร้องนักแต่งเพลงวง เดอะบีเติลส์) เป็นต้น

เมื่อสามปีก่อน นักวิจัยที่ริเวอร์เดลได้ทำการวิจัยความสหสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงใบหน้ากับความสำเร็จในงาน โดยดูที่รูปทรงใบหน้าของประธานบริหารกิจการใหญ่โตขนาดติดอันดับ 500 กิจการแรกที่นิตยสาร ฟอร์บส์จัดไว้ พบว่า ประธานฯผู้มีใบหน้ากลมมักเป็นผู้ควบคุมดูแลกิจการ ที่มีสถานะภาพการเงินมั่นคงแข็งแกร่งกว่าสถานะภาพการเงินในกิจการที่ ประธานฯผู้มีใบหน้าไข่ควบคุมดูแลอยู่

นอกจากนี้ กลุ่มนักวิจัยยังได้ชี้ให้เห็นผลงานดีเด่นของนักบริหารใบหน้ากลมเป็นรายบุคคล คือ นายเจฟ อิมเมลต์ ประธานบริหารบรรษัทจีอี ผู้กล้าย้อนกระแสความคิดของคณะทีมงาน โดยสั่งให้ปฏิรูปนโยบายกิจการ เพื่อตอบรับค่านิยมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนของสังคม ยังผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ถือหุ้นในที่สุด

นักบริหารใบหน้ากลมดีเด่นอีกคนหนึ่งได้แก่ นายเฮอร์บ เคลลีเออร์ ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธานบริหาร สายการบินเซาวท์เวสต์ ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลรักษาสถานะภาพทางการเงินของกิจการให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงตลอดเวลา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาการจัดการ ดร.ไมเคิล ฮาเซลฮุน ริเวอร์เดล วิจัยพบว่า ขนาดของใบหน้ากลมมีส่วนสหสัมพันธ์เชิงบวกกับปริมาณของ ฮอร์โมนเพศชายในตัวผู้ชาย คือ ใบหน้ายิ่งออกทรงกลมมากก็ยิ่งมีฮอร์โมนดังกล่าวมาก และพบว่าผู้ชายที่มีฮอร์โมนนี้มากมักมีความรู้สึกต้องการใช้ อำนาจครอบงำกิจการที่ตนทำงานอยู่มาก

อย่างไรก็ตาม ใบหน้ากลมมิใช่กุญแจวิเศษสู่ความสำเร็จในเรื่องการเงินเสมอไป นักวิจัยพบด้วยว่า แม้ว่าคนหน้ากลมมีความห้าวหาญในการเจรจาต่อรองเชิงตัวต่อตัว แต่มีผลงานไม่มากเท่ากับคนหน้าไข่ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องมีการร่วมมือประสานงานกันหรือการผ่อนปรนเข้าหากันกับผู้อื่น

นักวิจัยที่ริเวอร์เดลพบด้วยว่า ผู้ชายหน้ากลมมักมีแนวโน้มสูงที่จะ “ใช้กลยุทธ์หลอกลวงฝ่ายตรงข้ามในระหว่างเจรจาต่อรอง” และ “ใช้กลยุทธ์ คดโกงเพื่อเพิ่มพูนกำไรทางการเงิน”

ดร.ฮาเซลฮุนชี้แนะว่า แม้จะเปลี่ยนรูปทรงใบหน้าไม่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองได้ โดยเสริมว่า “ผู้มีใบหน้ากลมพึงตระหนักไว้ว่า ผู้อื่นอาจมองเห็นตนเป็นผู้ไม่ยอมใครง่ายๆ ดังนั้น จงพยายามสร้างบรรยากาศ ร่วมอกร่วมใจกันไว้ในขณะทำการเจรจาต่อรองกันอยู่ โดยเฉพาะในกรณีที่ตนต้องการให้ความร่วมมืออยู่ก่อนแล้ว”

ดร.ฮาเซลฮุนเตือนด้วยว่า “ผู้มีใบหน้าทรงไข่พึงตระหนักไว้ว่า ผู้อื่น อาจมองเห็นตนเป็นผู้ไร้น้ำยาไร้น้ำหนัก ดังนั้น จงระวังอย่าเผลอตัวปล่อยให้ คู่เจรจาลอบเอาเปรียบได้ง่ายๆ”

เมื่อปี 2556 นักวิจัยที่ริเวอร์เดลพบว่า เพื่อนร่วมงานมักรู้สึกว่าคนหน้ากลมนี่ไม่น่าไว้วางใจเลย และมักแสดงพฤติกรรมเห็นแก่ตัวออกมามากผิด ปกติในขณะปฏิสัมพันธ์กับคนหน้ากลม

นักวิจัยเปิดเผยไว้กับฮัฟฟิ่งตันโพสต์ ผู้เผยแพร่งานวิจัยทั้งหมดว่า ผลวิจัยเหล่านี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้หญิงเลย เนื่องจากผู้ชายหน้ากลมมักมี พฤติกรรมแบบ “ด้านได้-อายอด” ทำให้สามารถมีทายาทและบรรลุเป้าประสงค์ได้ง่ายกว่าชายหน้าไม่กลม และได้เปรียบกว่าชายอื่นในด้านการ วิวัฒนาการทางพันธุกรรม โดยเฉพาะในเรื่องแข่งขันช่วงชิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด เพื่อความอยู่รอดของตนกับทายาท

สรุปแล้ว ตำราโหงวเฮ้งใบหน้าฝรั่งนั้น เขาให้สังเกตดูที่รูปทรงใบหน้าตามผลผลวิจัยดังกล่าว ซึ่งเป็นเพียงดรรชนีชี้แนะ “แนวโน้ม” ของ พฤติกรรมบริหารใน “กิจการค้ากำไร” เท่านั้น

ธรรมชาติได้สร้างใบหน้าดีๆ มาให้แล้ว เราจึงไม่ควรไป “หาเหาใส่หัว” จ้างผู้อื่นทำการยืดหดแก้มสองข้าง อย่างดีที่สุด แพทย์ก็อาจตัดคางให้สั้น ขึ้นไปได้นิด และร่นคิ้วทั้งคู่ลงมาได้หน่อย แค่พอไม่ให้ปิดนัยตาจนมืดมิด ขอเพียงอย่าให้ใบหน้าใหม่ออกมา คล้ายมนุษย์ต่างดาวในภาพยนตร์เรื่อง อีทีก็แล้วกัน

ส่วนฮอร์โมนเพศชายนั้น หากผู้ใดคิดจะอัดฉีดเพิ่มเติม เพื่อให้มีผลงาน น่าตื่นเต้นแบบนักบริหารหน้ากลม ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะฮอร์โมนนี้ มีข้อดี ข้อเสีย ข้อเสี่ยง ตลอดจนข้อข้างเคียงอันอาจไม่พึงประสงค์อยู่ มากมาย เช่น การมีลูกดก เป็นต้น

การทำกำไรให้ได้เงินมากที่สุดเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่สำคัญที่สุด เพราะ “วัตถุเงินทองนิยม” รังแต่จะหล่อเลี้ยงอัตตากับกิเลส ก่อให้เกิดความเห็นแก่ตัว ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความปั่นป่วนในสังคม ตลอดจนนรกบนดิน

ที่สำคัญกว่าก็คือการมี “จิตนิยม” ที่รู้จักผ่อนสั้น ผ่อนยาว ร่วมมือบ้าง แข่งขันบ้าง ให้บ้าง รับบ้าง ไม่มุ่งหวังรับประโยชน์แต่ลูกเดียว ตลอดจนมีความ รู้สึกซาบซึ้งใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในสิ่งดีงามที่เขาทำอยู่ รวมทั้งคู่แข่งที่ทำ ให้ตนได้พัฒนาตัวเองจนเก่งกาจยิ่งขึ้น

เมื่อเจรจาต่อรองกันด้วยทัศนะคติดังกล่าวแล้ว ทุกรูปทรงใบหน้าก็จะ สามารถกำชัยชนะได้ด้วยกันหมด ไม่มีใครพ่ายแพ้ต่อโลภโกรธหลงเลย

ดังนี้ คือใบหน้าที่ไม่กลมไม่ไข่และสามารถนำความอยู่รอดมาสู่ตัวเอง ส่วนรวม และมนุษยชาติ